เคาะรายละเอียดโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส
กระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมเสนอ ครม. เคาะโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ในสัปดาห์หน้า โดยใช้วงเงินกู้ 3,500 ล้านบาท มอบสิทธิ์ให้ประชาชน 1 ล้านสิทธิ์ เพื่อรับส่วนลดค่าที่พักและอีคูปองกระตุ้นการท่องเที่ยว คาดการณ์สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจพุ่งสูงถึง 58,000 ล้านบาท
อัดฉีดงบกู้ 3,500 ล้าน! ดัน "ไทยเที่ยวไทยพลัส" แจกสิทธิ์ 1 ล้านคน
กระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ตกผลึกรายละเอียดโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" เรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า
โครงการนี้จะใช้วงเงินจากเงินกู้จำนวน 3,500 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ และกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนทั่วไทย โดยให้สิทธิ์แก่ประชาชนจำนวน 1 ล้านสิทธิ์ แบบใครมาก่อนได้ใช้ก่อน และจำกัดให้ประชาชน 1 คน ใช้ได้สูงสุด 1 สิทธิ์
ส่องส่วนลดค่าห้อง Flat Rate – อีคูปองเมืองรองพุ่ง 2,000 บาท
สิทธิประโยชน์ครอบคลุมค่าที่พักและกิจกรรมท่องเที่ยว โดย
- สนับสนุนค่าที่พักแบบ Flat Rate จ่ายตามจริงสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาทต่อสิทธิ์ ซึ่งคลังเลือกรูปแบบนี้เพื่อป้องกันปัญหาโรงแรมขึ้นราคาช่วงโครงการ
- เป็น E-Coupon สำหรับใช้จ่ายร้านอาหาร สปา หรือบริการท่องเที่ยวในลักษณะ Co-Payment รัฐจ่าย 50% ประชาชนจ่าย 50% โดยหากเที่ยวเมืองหลักจะได้รับคูปอง 1,500 บาทต่อสิทธิ์ แต่ถ้าเลือกเที่ยวเมืองรอง รัฐบาลจะขยับมูลค่าคูปองเพิ่มเป็น 2,000 บาทต่อสิทธิ์ โดยรัฐคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนได้ถึง 58,000 ล้านบาท
นายกสมาคมโรงแรมไทยชี้ ช่วยหนุนรายย่อย พร้อมอาสาช่วยคุมระบบจอง
นายเทียนประสิทธิ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย มองว่า วงเงินส่วนลดค่าโรงแรม 1,500 บาท จะช่วยโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กได้มาก แม้จะเป็นช่วงไฮซีซั่นที่ค่าห้องปรับสูงขึ้นตามปกติ
ส่วนการเพิ่มมูลค่า E-Coupon ถือเป็นเรื่องดีในการกระจายเงินสู่กิจกรรมอื่น ๆ ช่วยเสริมการตัดสินใจเที่ยวได้ แต่อาจยังไม่แน่ใจว่าจะกระตุ้นภาพรวมได้มากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ สมาคมฯ อยากเข้าไปช่วยดูแลระบบรายชื่อห้องพักและการจอง เพื่อป้องกันปัญหาเหมือนโครงการที่ผ่านมา
ปักหมุดวันลงทะเบียนแอปฯ เป๋าตัง – แบ่งใช้สิทธิ์ 2 ช่วงเวลารับปลายปี
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1-25 ตุลาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
กรอบระยะเวลาดำเนินโครงการรวม 3 เดือน แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงแรกวันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม 2569 และช่วงที่สองวันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570
ทั้งนี้ จะมีการเว้นช่วงการใช้สิทธิ์ชั่วคราวระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2569 ถึง 15 มกราคม 2570 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลไฮซีซั่นและปีใหม่ที่ประชาชนมีความต้องการเดินทางท่องเที่ยวตามธรรมชาติอยู่แล้ว



























































