23 ปีผ่านไป แต่ไฟใต้ยังคงลุกโชน หากนับจาก 2 เหตุการณ์ล่าสุด “คาร์บอมบ์” หน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) และชายชุดดำ 6 คน แต่งเต็ม อาวุธครบ นั่งท้ายกระบะที่ไม่มีหลังคาคลุม ขับรถโฉบเข้าไปยิงและปาระเบิดโจมตีจุดตรวจทหารพราน เสียชีวิต 5 นาย ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาทุ่มงบดับไฟไปมากกว่า 5.2 แสนล้าน แต่เสมือนปัญหาไม่เคยได้รับการคลี่คลายหรือถูกแก้ไข
ทหารและ อส.ทหารพรานที่เสียชีวิต เดินทางถึงบ้านแล้ว แต่การแก้ไขสถานการณ์ปัญหาของกองทัพภาคที่ 4 ภายใต้การนำของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ยุบ กอ.รมน.ก่อนหน้านี้ ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ก่อให้เกิดวิกฤตอีกครั้ง
ล้อมคอก! ไฟใต้ลุกโชน รัฐบาลตกซ้ำชั้น 23 ปี "โจทย์หนัก" ยังดับไม่ได้
หลังเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกหนังสือคำสั่งหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ 131/2569 เรื่อง ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ในการปิดล้อม ตรวจค้น และรักษาความสงบเรียบร้อย ภายใน จ.นราธิวาส ถือเป็นการประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ทันที
ล้อมคอก! ไฟใต้ลุกโชน รัฐบาลตกซ้ำชั้น 23 ปี "โจทย์หนัก" ยังดับไม่ได้
ถัดอีกวัน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เดินทางลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ทันที พร้อมสั่งการให้ค้นหา ทุกหมู่บ้าน ทุกพื้นที่ป่าเขา
ผมจะให้คนตามล่า ทุกหมู่บ้าน ทุกพื้นที่ป่าเขา คนที่ให้ที่หลบซ่อน ประเทศที่ให้ที่หลบซ่อน ให้รู้ไว้ว่าเราจะตามล่าจนสุดล่าฟ้าเขียว พวกก่อเหตุจะกิน จะนอน จะเดิน ให้ระวังตัวเอาไว้ ถึงเวลาที่เรา จะเป็นผู้ล่าบ้างและมัน จะเป็นผู้ถูกล่า
การประกาศดังกล่าว แม้นัยหนึ่งจะเป็นคำรามเพื่อกำหราบกลุ่มผู้ก่อเหตุ อีกนัยหนึ่งเพื่อไม่ต้องการให้ลูกน้องและกำลังพลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัด “เสียขวัญ” ระหว่างเหตุการณ์ในพื้นที่กำลังขมึงเครียด อีกด้านของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระบุว่า ได้สั่งการให้เฝ้าระวังทุกจุด และจะเรียกคืนความมั่นใจของประชาชนให้กลับคืนมาให้เร็วที่สุด
แม้จะมีรายงานข่าวว่า ก่อนที่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ จะลงพื้นที่ได้มีการหารือกับ พล.ท.อดุลย์ ดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหมแล้วก็ตาม แต่ยังเกิดประเด็นดรามา เมื่อให้สัมภาษณ์ “ไม่อยากใช้คำว่า ไล่ล่า” เหตุคนร้ายก่อเหตุยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย
เป็นคนไทยที่มีความเห็นแตกต่าง จะต้องมาพูดคุยกัน เพราะเรามีคณะพูดคุยสันติสุขอยู่แล้ว มี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ที่จะเป็นเครื่องมือ ให้เราใช้ในการทำงานว่ามีข้อบกพร่องอย่างไร เดี๋ยวเราก็จะมาหารือกัน ซึ่งผมก็จะลงพื้นที่ไปพร้อมกับหัวหน้าคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
ประเด็นนี้ถูกนำไปขยายต่อกลายเป็น “วาทกรรม” เรียกเสียงวิพากวิจารณ์ในโลกโซเชียลว่า “โลกสวย” และถูกตั้งคำถามว่า เปลี่ยนไปหลังเป็นนักการเมือง
ล้อมคอก! ไฟใต้ลุกโชน รัฐบาลตกซ้ำชั้น 23 ปี "โจทย์หนัก" ยังดับไม่ได้
“ไม่มีอะไรช้ำใจเท่ากับเรื่องเมื่อวาน ผมเป็นทหาร เป็นผู้พัน ผู้การ เวลาลูกน้องเสียชีวิตจากการสู้รบ ไม่มีอะไรช้ำใจกว่านั้น...สีเขียวจับหนังหัวผมอยู่ตลอด ไม่เคยเปลี่ยน ถึงแม้ว่าบทบาทเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ลูกน้องต้องไม่ตายฟรี ผมบอกกับแม่ทัพภาคที่ 4 ว่าให้จับตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้ ผมทำเรื่องนี้มาทั้งชีวิต ลูกน้องไม่มีตายฟรี แต่ฐานะและบทบาทของผม ถ้าไปพูดอะไรที่รุนแรงกว่านี้ มันก็เป็นการยกระดับ เอาน้ำมันไปเติม” พล.ท.อดุลย์ กล่าว
ด้าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า รัฐบาลยังไม่กำหนดนโยบายแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนอย่างเข้มข้นและจริงจัง เนื่องจากฝ่ายการเมืองอาจมองว่าไม่เห็นความจำเป็น จึงทำให้การแก้ไขปัญหาไม่มีความต่อเนื่อง
นโยบายความมั่นคงเร่งด่วน คือ เรื่องการสร้างพื้นที่ปลอดภัย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองในจังหวัดชายแดนใต้มีหลายขั้วซึ่งมีอิทธิพลอยู่ในพื้นที่ มีหลายปัญหาซ้อนทับกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมกับฝ่ายเห็นต่าง หรือมีเงาเทา ๆ อยู่เบื้องหลัง จึงยากต่อการดับไฟใต้ แต่ปัญหาสำคัญ คือ หากฝ่ายประจำในพื้นที่มีศักยภาพและมีความเข้มแข็งเพียงพอ ก็ไม่ต้องสนใจว่าใครเป็นการเมืองฝ่ายไหน
ล้อมคอก! ไฟใต้ลุกโชน รัฐบาลตกซ้ำชั้น 23 ปี "โจทย์หนัก" ยังดับไม่ได้
การเจรจาสันติสุขยังไม่เกิด ทิศทางการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่ชัด แม้จะมีพิมพ์เขียวเดิมในอดีตเป็นกลไกหลัก ความเข้มข้นในพื้นที่ยังทำได้เพียง การใช้กฎอัยการศึกอย่างเข้มงวดเท่านั้น ทั้งการอำนาจทหารตั้งจุดตรวจค้นเส้นทางสาธารณะ ตรวจค้นยานพาหนะ ตรวจค้นเคหสถาน จับกุมและกักตัวผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบการหรืออนุญาตให้อาวุธได้ทันทีเมื่อพบผู้ก่อเหตุความรุนแรงที่มีพฤติการณ์จะก่ออันตรายต่อกำลังพลให้ใช้หลักความจำเป็นและได้สัดส่วน
ทว่าข้อเท็จจริง คือ เป็นการปฏิบัติการแบบ “ล้อมคอก” เมื่อวัวหายหรือไม่ และระยะยาวจะป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียอย่างไร ไฟใต้ลุกโชนครั้งนี้ เป็นอีกข้อสอบหนึ่งของรัฐบาลว่าจะ “สอบตก” หรือ “สอบผ่าน” หรือตกซ้ำชั้น ครั้งแล้วครั้งเล่า
อ่านข่าว :
เส้นสาย ระบบอุปถัมภ์ "ก้าวข้ามอาวุโส" ความผิดพลาด "องค์กรตำรวจ"
"ทรัมป์" ลั่น อิหร่านต้องรับผิดชอบ ปฏิบัติการกลุ่มฮูตี-สั่งโจมตีต่อเนื่อง
ส่งออกไทยทำสถิติใหม่โต 20.8% พาณิชย์เตือนครึ่งปีหลังส่งออกเริ่มชะลอ









