รัฐบาลเร่งรื้อกฎหมายกว่า 100 ฉบับ ลดต้นทุนธุรกิจ เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ

การเมือง
10:25
จำนวนผู้ชม 56
Thai PBS
รัฐบาลเร่งรื้อกฎหมายกว่า 100 ฉบับ ลดต้นทุนธุรกิจ เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ
รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เร่งรื้อกฎหมายกว่า 100 ฉบับ ตามข้อเสนอเอกชน ลดต้นทุนธุรกิจ เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ เน้นท่องเที่ยว อุตสาหกรรม​ คาด อีก 1-2 เดือนเริ่มเห็นผล

วันนี้ (31 ก.ค.2569) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศว่า ขณะนี้เริ่มทำงานร่วมกับภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อตรวจสอบกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ

นายปกรณ์ กล่าวว่า ทั้งนี้กฎหมายที่ภาคเอกชนเสนอให้แก้ไขล่าสุดมีประมาณ 100 กว่าฉบับ โดยข้อเสนอส่วนใหญ่มาจากสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า ซึ่งยังต้องจัดกลุ่มรวมกันให้ชัด เพื่อแยกว่ากฎหมายใดกระทบต่อเศรษฐกิจและการแข่งขันมากที่สุด

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า แนวทางทำงานครั้งนี้จะไม่ทำเป็นแผนแม่บทขนาดใหญ่ เพราะใช้เวลานานและอาจไม่ทันสถานการณ์ แต่ขอให้ภาคเอกชนระบุให้ชัดว่า กฎหมายไม่ดีตรงไหน ต้องแก้ถ้อยคำใด เมื่อได้ร่างข้อความที่ชัด จะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทันที

นายปกรณ์ กล่าวว่า หลังรับฟังความคิดเห็นและได้ข้อสรุปร่วมกัน จะเสนอหลักการต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานเจ้าของกฎหมายไปดำเนินการแก้ไขตามระบบ โดยจะเน้นเรื่องที่ทำได้จริง และเกิดผลต่อผู้ประกอบการเร็วที่สุด

ทั้งนี้ รัฐบาลจะจัดลำดับความสำคัญของกฎหมายตามยุทธศาสตร์ 7 Leading Thailand โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีผลโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเอกชนสะท้อนตรงกันว่า หากต้นทุนการดำเนินธุรกิจยังสูง ไทยจะแข่งขันกับประเทศอื่นได้ยากขึ้น

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาให้ทีมงานหารือล่วงหน้ากับภาคเอกชนแล้ว เพื่อดูว่าข้อเสนอใดเป็นประโยชน์และนำไปปฏิบัติได้จริง โดยมีการจัดทำระบบให้เอกชนสามารถใส่ประเด็นเข้าไปและเพื่อติดตามความคืบหน้าของแต่ละเรื่องได้ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ได้อยู่ที่กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีต้นทุนเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะราคาพลังงานที่สูงมาก ซึ่งเป็นต้นทุนพื้นฐานของทุกธุรกิจ หากไม่แก้เรื่องเหล่านี้ควบคู่กัน การแก้กฎหมายอย่างเดียวอาจยังไม่พอ

"เดิมคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าอีก 1-2 เดือนจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น โดยต้องเร่งทำ เพราะเวลาไม่รอ วาระรัฐบาลเดินเร็ว และประเทศต้องการความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้" นายปกรณ์ กล่าว

อ่านข่าว :

คพ.เปิดผลตรวจคุณภาพน้ำ "บึงสีไฟ" พบสภาพเสื่อมโทรมมาก

ปภ.เตือน 4 ชุมชน "แม่สาย" เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังระดับน้ำใน "แม่น้ำสาย" เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“สว.แดง” แจ้งความ “ยิ่งชีพ” ปมกล่าวหาขาดคุณสมบัติ