"หมอเหรียญทอง" ซัดรัฐล้มเหลว คดี 5 ศพสะท้อนวงจรลดโทษ-ก่อเหตุซ้ำ

อาชญากรรม
10:55
จำนวนผู้ชม 193
Thai PBS
"หมอเหรียญทอง" ซัดรัฐล้มเหลว คดี 5 ศพสะท้อนวงจรลดโทษ-ก่อเหตุซ้ำ
วิกฤตความเชื่อมั่น "ป๋อง-ธง! "หมอเหรียญทอง" ซัดรัฐล้มเหลวปกป้องประชาชน กฎหมายพึ่งไม่ได้ วงจรอุบาทว์ "ลดโทษ-ก่อเหตุซ้ำ" สังหาร 5 ศพ จี้รื้อกระบวนการยุติธรรม การลงโทษทำสังคมไทยอ่อนแอ-ไม่ปลอดภัย

เหตุคดีสะเทือนขวัญ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว นายฑนา หรือ ป๋อง และ นายธงชัย หรือ ธง 2 ผู้ต้องหาก่อเหตุอุ้มฆ่าสังหาร 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และฆ่าฝังศพชิงทรัพย์ครอบครัวคนไทยอีก 3 คน (พ่อ แม่ ลูก) รวมผู้เสียชีวิตถึง 5 คน ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งผู้ต้องหาเพิ่งพ้นโทษในคดีเก่ามาได้ไม่นาน ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการควบคุมความปลอดภัยและการลงโทษผู้กระทำผิดในสังคมไทย

​ล่าสุด วันนี้ (1 ส.ค.2569) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต. นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ถึงกรณีดังกล่าวว่า คดีของนายฑนาและนายธงชัย เป็นผลพวงโดยตรงจากความล้มเหลวของภาครัฐในการบังคับใช้กฎหมาย ในกระบวนการยุติธรรม และการแก้ปัญหายาเสพติดที่เรื้อรัง จนสร้างความหวาดกลัว ทำให้ประชาชนไม่ปลอดภัย ส่วนตัวไม่ใช่คนนิยมความรุนแรง แต่มองว่า กระบวนการยุติธรรมต้องเด็ดขาด

"หมอเหรียญทอง" สะท้อนสังคมไทยอ่อนแอ-กฎหมายไร้ความเด็ดขาด

​พล.ต. นพ.เหรียญทอง กล่าวว่า กรณีของ นายป๋องและนายธง ซึ่งเพิ่งพ้นโทษมา แต่กลับมาก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ครอบครัวคนไทย 3 พ่อแม่ลูก และผ่านไปไม่นานก็ก่อเหตุฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซียอีก 2 คน เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า สังคมไทยกำลังอ่อนแอและไร้ความปลอดภัยอย่างยิ่ง

​สาเหตุหลักมาจากกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เด็ดขาด มีความเมตตาต่อผู้กระทำผิดหรือคนชั่วเกินไป แต่กลับไร้ความเมตตาต่อผู้บริสุทธิ์และครอบครัวของผู้สูญเสีย เรามักได้ยินคำพูดทำนองว่า "ฟื้นคืนชีวิตผู้ตายไม่ได้ จึงควรให้โอกาสคนชั่วคืนสู่สังคม"

ผลลัพธ์คือการนำ "ขยะสังคม" กลับออกมาเกลื่อนเมืองอีกครั้ง สำหรับผู้ก่อเหตุร้ายแรงเช่นนี้ โทษเดียวที่สมควรได้รับคือการประหารชีวิตอย่างเปิดเผย ไม่ต้องไปโลกสวยเรื่องสิทธิมนุษยชนตามต่างประเทศ เพื่อให้ผู้กระทำผิดเข็ดหลาบและสังคมกลับมาสงบสุข

ชี้ "วงจรอุบาทว์" กรมราชทัณฑ์ลดโทษ เสนอตั้ง SOP ประหารชีวิตคนชั่ว

​พล.ต. นพ.เหรียญทอง ระบุว่า กฎหมายเรื่องโทษประหารชีวิตมีอยู่ใน พ.ร.บ. อยู่แล้ว แต่ปัญหาคือเราไม่บังคับใช้จริง ศาลสั่งประหารชีวิตแล้ว แต่ต่อมาได้รับการเมตตานำมาลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต จากนั้นเมื่อเข้าสู่กระบวนการของกรมราชทัณฑ์ ก็ได้รับการลดโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนพ้นโทษออกมาทำชั่วใหม่ กลายเป็น "วงจรอุบาทว์"

​กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ชั้นตำรวจไปจนถึงชั้นศาล ต้องพิจารณาว่าผู้ต้องหาเป็นคนที่ไม่สมควรได้รับการเมตตาหรือไม่ หากไม่สมควรก็อย่าเมตตา เพราะนั่นคือการทำร้ายสังคม หากตนมีอำนาจบริหาร การประหารชีวิตต้องทำเป็นระเบียบปฏิบัติประจำ (SOP) ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง อย่าใจพระกับคนชั่วจนทำร้ายคนบริสุทธิ์

อย่าไปดัดจริตเดินตามต่างประเทศจนลืมดูบริบทในบ้านเรา ประเทศไทยต้องดูความเหมาะสม เมตตาได้กับคนที่ควรเมตตา แต่กับคนที่พ้นโทษมาแล้วไปฆ่าคนไทย 3 คน แล้วถัดมาก็ไปฆ่าชาวรัสเซียอีก 2 คน ไม่ต้องกลัวว่าต่างชาติจะมองว่าเราเถื่อน การลงโทษคนชั่วอย่างเด็ดขาดต่างหาก ที่จะทำให้บ้านเมืองมีระเบียบและสงบสุข

​พล.ต. นพ.เหรียญทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันระบบการบังคับใช้กฎหมายมีช่องทางเลี่ยงบาลีเต็มไปหมด ข้าราชการและนักการเมืองที่มีหน้าที่รับผิดชอบกลับพึ่งพาไม่ได้ คดีใหญ่ระดับนี้กลับใช้เวลานานนับปีกว่าจะพิจารณาเสร็จ พอสั่งประหารชีวิตสุดท้ายก็ไม่ได้ประหารจริง ปล่อยให้เกิดคดีซ้ำซากจนสังคมไทยเริ่มเหลืออดกับความล้มเหลวในการจัดการปัญหานี้

​เตือนรัฐบาล-ข้าราชการพึ่งไม่ได้ สังคมล้มเหลวเสี่ยงเกิด "ศาลเตี้ย"

เมื่อกฎหมายหน่อมแน้ม กระบวนการยุติธรรมพึ่งไม่ได้ สังคมก็ต้องพึ่งพาตนเอง ซึ่งความเข้มแข็งของชุมชนในมิติความปลอดภัยที่ภาครัฐล้มเหลว มันจะนำไปสู่การเกิด "ศาลเตี้ย"

เหตุผลที่ประชาชนตั้งศาลเตี้ย ก็เพราะศาลสูงและกระบวนการยุติธรรมของรัฐพึ่งพาไม่ได้ หากสังคมเหลืออด ชุมชนจะลงมือจัดการและประหารชีวิตคนชั่วกันเองโดยไม่รอรัฐ ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลอย่างสิ้นเชิง

ถ้ารายังแก้ปัญหาแบบ วัวหายล้อมคอก กฎหมายมีแต่ไม่นำมาใช้ เจ้าหน้าที่รัฐไม่จริงจัง สังคมไทยก็จะมีคนบริสุทธิ์ต้องสังเวยชีวิตให้กับคนชั่วเหล่านี้อีกเรื่อย ๆ

นพ.เหรียญทอง กล่าวปิดท้าย

รายงานพิเศษโดย : ภัทราพร ตั๊นงาม

อ่านข่าว :

“นายกฯ” บินด่วนชลบุรี ตามคดีฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซีย-3 พ่อแม่ลูก

"ป๋อง-ธง" ชี้จุดฝังศพ 2 พี่น้องรัสเซีย ก่อนขยายผลเจอฆ่ายกครัวอีก 3 ศพ

เริ่มแล้ว! ชำระค่าปรับจราจรผูกต่อภาษี รัฐย้ำมุ่งลดอุบัติเหตุไม่ได้ลงโทษ