ความคืบหน้าการขยายผลดำเนินคดีกรณีนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ น.ส.ปุณยวีร์ หรือ สีกาเอ๋ โดยเฉพาะประเด็นความผิดปกติของทรัพย์สิน และมูลนิธิฯ ของนายอติโชติ ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2569 ซึ่งมีข้อมูลว่าจากพฤติการณ์ที่ตรวจพบ โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการนำเงินเข้ามาเพื่อฟอกเงิน และมีลักษณะบางประการคล้ายกับการดำเนินงานของวัดพระบาทน้ำพุ นั้น
วันนี้ (15 ก.ย.2569) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน โดยตำรวจสอบสวนกลางได้แจ้งข้อหาเกี่ยวกับการฟอกเงินไปแล้วก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตามไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ส่งข้อมูลทั้งหมดไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เนื่องจาก ปปง.มีอำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ครอบคลุมมากกว่า ซึ่งขณะนี้รอข้อมูลเพิ่มเติมจาก ปปง. เพื่อนำมาประกอบการดำเนินคดีกับบุคคลอื่นๆ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยย้ำว่าการดำเนินคดีจะมีการขยายผลต่อไปในเฟส 2 และเฟส 3
สำหรับทรัพย์สินของนายอติโชติที่ตรวจยึดเพิ่มเติม ขณะนี้พบเงินในบัญชีอีกจำนวนมาก ซึ่งได้ส่งเรื่องให้ ปปง.ตรวจสอบแล้วเช่นกัน โดยมีมูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือออกหมายจับใครเพิ่มเติม แต่มีผู้ให้เบาะแสและข้อมูลทยอยเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งพนักงานสอบสวนยินดีรับข้อมูลทั้งหมดไว้พิจารณาประกอบการดำเนินคดีตามขั้นตอน
ผบช.ก.ย้ำเอาผิด "วัด" หากมีหลักฐานชัดทำผิดอาญา
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีปรากฏชื่อ "วัดจุฬามณี" จ.สมุทรสงคราม ในกระแสข่าว จนสร้างความหวั่นไหวต่อศรัทธาของประชาชน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่า ตำรวจสอบสวนกลางทำงานโดยยึดหลักการรับเรื่องร้องเรียนมาแล้วต้องมาพิสูจน์ทราบ หากกรณีใดมีพยานหลักฐานชัดเจน เช่น กรณีวัดพุทไธศวรรย์ ก็จะดำเนินคดีทันที แต่หากกรณีใดที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีการกระทำผิด จะไม่เร่งรีบหรือปล่อยข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชน
พร้อมฝากข้อคิดถึงสังคมและสื่อมวลชนให้ช่วยกันแยกแยะระหว่าง 3 ส่วนออกจากกัน ได้แก่ ศาสนาพุทธ, สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือวัด และพฤติกรรมของบุคคล
ผบช.ก. ย้ำว่า ตำรวจสอบสวนกลางจะดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีหลักฐานการกระทำผิดทางอาญาชัดเจน เช่น เจ้าอาวาสหรือผู้เกี่ยวข้องมีการเบียดบังเอาทรัพย์สินของวัดไปเป็นของตนเอง ส่วนพฤติกรรมความประพฤติเสื่อมเสียอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับคดีอาญา เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงรับไปดำเนินการ
ส่วนวัดอื่นๆ ที่อยู่ในกระแสข่าวขณะนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่มีข้อมูลหรือข้อร้องเรียนความผิดปกติใดๆ ส่งเข้ามายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีการตรวจสอบวัดป่าภูผาสูง อ.เนินสูง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ตำรวจได้รับแจ้งเรื่องตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และได้ดำเนินการสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐานตามกรอบเวลา 30 วันตามที่กฎหมายกำหนดเรียบร้อยแล้ว ก่อนส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช. สืบสวนต่อตั้งแต่เดือน ก.พ. ขณะนี้เรื่องทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบและขั้นตอนของ ป.ป.ช. จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวน ได้
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังปฏิเสธกระแสข่าวว่า การประชุมที่กองบังคับการปราบปรามในวันนี้ (15 ก.ย.) เป็นการเปิดคดีเกี่ยวกับวัดแห่งใหม่ โดยยืนยันว่าไม่มีเรื่องวัดแต่อย่างใด
อ่านข่าว
"ศุภมาส" สยบข่าวลือ! ยันยังไม่มีนโยบายควบรวม อสมท.-ไทยพีบีเอส
ตั้ง คกก.สอบปมพนักงานสอบสวน DSI ข่มขู่พยานคดีฮั้ว สว.
จนท.ขยายผล "สารเร่งเนื้อแดง" ฟาร์มโค-สุกร ยึดของกลาง 32 ล้านบาท
