พศ.แจงกระแสข่าวปราบทุจริต "วัด" พื้นที่ภาคกลาง ยันยังไม่มีแผนแต่เกาะติดใกล้ชิด

อาชญากรรม
17:59
จำนวนผู้ชม 14
Thai PBS
พศ.แจงกระแสข่าวปราบทุจริต "วัด" พื้นที่ภาคกลาง ยันยังไม่มีแผนแต่เกาะติดใกล้ชิด

วันนี้ (14 ก.ย.2569) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ออกแถลงการณ์กรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการปฏิบัติการด้านความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา และมีการกล่าวถึงวัดในพื้นที่ภาคกลางเพิ่มเติมจากกรณีวัดพุทไธศวรรย์ นั้น

สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ระบุว่า ได้ติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยจากข้อมูลที่ได้รับการประสาน ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีแผนดำเนินการทางกฎหมายหรือปฏิบัติการปราบปรามการทุจริตต่อวัดใดเพิ่มเติมตามที่ปรากฏในกระแสข่าว จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ หรือส่งต่อข้อมูลในลักษณะดังกล่าว

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ระบุว่า เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลและเฉพาะกรณี หาใช่ภาพรวมของคณะสงฆ์หรือกิจการพระพุทธศาสนา พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย ในการปกป้องและคุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยประสานงานกับคณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยึดมั่นในหลักกฎหมาย พระธรรมวินัย ความเป็นธรรม และพยานหลักฐาน

สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ระบุด้วยว่า พระภิกษุ สามเณร และวัดที่ประพฤติปฏิบัติโดยสุจริต ถูกต้องตามพระธรรมวินัยและกฎหมาย ย่อมต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่และเป็นธรรม โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ให้ความสำคัญต่อการปกป้องและคุ้มครองพระพุทธศาสนา มุ่งพัฒนาระบบการบริหารจัดการ เพื่อส่งเสริมให้พระพุทธศาสนามีความมั่นคง และมีกลไกที่สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ต้นทาง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เร่งปฏิรูประบบงานอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนากระบวนงานด้านต่าง ๆ ทั้งการจัดทำฐานข้อมูลพระภิกษุ ฐานข้อมูลวัด ฐานข้อมูลการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดและศาสนสมบัติกลาง ฐานข้อมูลนิตยภัต ฐานข้อมูลกฎหมายและมติมหาเถรสมาคม และฐานข้อมูลด้านการศึกษาของคณะสงฆ์ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการงานในส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงการปฏิบัติงานระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคได้อย่างรวดเร็ว ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยมีเป้าหมายในการใช้กลไกดิจิทัลและระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการคุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยไม่ก้าวล่วงอำนาจการปกครองคณะสงฆ์หรือเข้าไปควบคุมกิจการคณะสงฆ์ในส่วนที่อยู่ภายใต้พระธรรมวินัยและกฎหมาย

นอกจากนี้ ในด้านการบริหารจัดการทรัพย์สิน โดยเฉพาะทรัพย์สินของวัด มหาเถรสมาคมได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่สำคัญให้วัดถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 ดังนี้

1. ให้วัดเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารสำหรับใช้ในการรับและจ่ายเงินของวัด และกำหนดให้มีผู้อนุมัติสั่งจ่าย ได้แก่ เจ้าอาวาส ไวยาวัจกร และผู้ที่เจ้าอาวาสมอบหมายอีก 1 รูปหรือ 1 คน

2. ให้วัดจัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายของวัด พร้อมทั้งรายงานยอดเงินคงเหลือประจำเดือนและประจำปีให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทราบทุกเดือนและทุกสิ้นปี

3. ให้วัดลงทะเบียนเพื่อรับเงินบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร

สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะเร่งประสานความร่วมมือกับเจ้าคณะผู้ปกครองและพระสังฆาธิการทุกระดับ รวมทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เพื่อกำชับ ติดตาม และสนับสนุนให้วัดและพระภิกษุสามเณรถือปฏิบัติตามพระสังฆราโชบาย มติมหาเถรสมาคม พระธรรมวินัย กฎหมาย กฎ ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้มีการติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน ตลอดจนปัญหาและอุปสรรค เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และบังเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะไม่เพิกเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และพร้อมเดินหน้าพัฒนากระบวนการปฏิบัติงานในทุกด้าน เพื่อสร้างระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ อันจะนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหา การคุ้มครองพระพุทธศาสนา การปกป้องคุ้มครองศาสนสมบัติ ตลอดจนพระภิกษุและสามเณรที่ประพฤติปฏิบัติชอบด้วยพระธรรมวินัย เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและศรัทธาของพุทธศาสนิกชน อันจะอำนวยประโยชน์ต่อความมั่นคงสถาพรของพระพุทธศาสนาสืบไป

อ่านข่าว

กรมทรัพยากรธรณี ลงพื้นที่ตรวจแผ่นดินถล่ม รร.บ้านดอยติ้ว จ.น่าน พบการถล่มขยายตัวเพิ่ม

ศาลเมลเบิร์นเลื่อนพิจารณาคดี "แอร์มีนา" นัดอีกครั้ง 12 ต.ค.

ก.เกษตรฯ ตั้งศูนย์แก้ปัญหา "ปลาหมอคางดำ" ในจังหวัดที่พบระบาด