เปิดข้อกล่าวหา “ทุจริตอาหารเด็กด้อยโอกาส” อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลักฐานสำคัญแชทไลน์ ผอ.-ครู เกี่ยวข้อง 12 คน

ภูมิภาค
17:47
จำนวนผู้ชม 16
Thai PBS
เปิดข้อกล่าวหา “ทุจริตอาหารเด็กด้อยโอกาส”  อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลักฐานสำคัญแชทไลน์ ผอ.-ครู เกี่ยวข้อง 12 คน

ไทยพีบีเอสภาคเหนือ ได้ติดตาม และเปิดประเด็นติดตามการร้องเรียนการทุจริตเรียกรับเงินส่วนต่างของผู้อำนวยการ และครู รวม 12 คน โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งใน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ล่าสุดไทยพีบีเอสได้พูดคุยกับอดีตพนักงานบัญชีของวิสาหกิจชุมชนฯถึงข้อกล่าวหาโรงเรียนฯ ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักฐานที่กล่าวถึงประเด็นที่มีการร้องเรียนสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดเชียงใหม่และต้นสังกัดให้ตรวจสอบ

อดีตพนักงานบัญชี วิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

อดีตพนักงานบัญชี วิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า ตัวเองทำงานกับกลุ่มวิสาหกิจฯได้ประมาณ 2 ปีในตำแหน่งบัญชี หน้าที่หลักๆ ทำบัญชีรายรับ-จ่าย สรุปประจำปี และยังทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งของ ใบเสร็จรับเงิน หลักๆคือทำการซื้อ-ขาย กับโรงเรียนประจำที่เป็นข่าว วิสาหกิจฯกับโรงเรียนจะซื้อขายทุกวันเพราะมีนักเรียนจำนวนมาก (เกือบพันคน) โรงเรียนฯจะจัดซื้อภายในกลุ่มวิสาหกิจฯ เช่น ผัก เนื้อหมู ซึ่งรายได้ที่เกิดขึ้นเกิดการจ้างงานในชุมชน และหลักหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะเป็นเงินปันผลให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน

การจัดส่งวัตถุดับปรุงอาหาร แต่ละวันประมาณ 6-7 หมื่นบาทต่อวัน ตัวเองทำบัญชีในช่วงเปลี่ยนผ่าน เห็นความปกติช่วงเปลี่ยนผ่าน ผอ.มีการยืมเงินวิสาหกิจฯและนำเงินส่วนต่างไปหักยอดหนี้กู้ยืม

อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า โรงเรียนฯ จะยืมเงินวิสาหกิจฯ มีหลักฐานการถอนเงิน จากบัญชีวิสาหกิจฯ และ ผอ.จะรับเงินเป็นเงินสดเท่านั้นไปให้ และมีครูทำบัญชีหักยอดหนี้ โดยนำส่วนต่างมาหักยอดหนี้ที่โรงเรียนที่ยืมไป

หลักฐานยืมเงิน คือ การพูดคุยผ่านไลน์ เช่น 1.3 ล้าน ,3 แสนบาท 1 แสนบาท และ 2 แสนบาท ยังไม่รวมครูไปซื้อของที่ร้านให้วิสาหกิจฯไปจ่ายให้ เช่น ของมึนเมา จะมีบิลที่ลงไปรวมหักชำระหนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า นอกจากแชทไลน์คุยกับครูที่โรงเรียนมีหลักฐานอะไรอีกในการยืมเงิน อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า ว่าเงินงวดยืมแต่ละก้อนใหญ่ๆเยอะสุด 1.3 ล้านบาท เป็นเงินสดที่ไปให้ผู้อำนวยการโรงเรียนในวันขึ้นบ้านใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าเงินจำนวนมาก 1.3 ล้านบาท ทำไมให้ยืมเงินไม่มีหลักฐานการโอน? อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า “น่าจะเป็นความเชื่อใจ เพราะทำการค้าขายกัน ไม่อยากมีปัญหากัน ก็ต้องยอมทำตาม”

อ่านเพิ่มเติม : ร้อง "ทุจริตอาหารกลางวัน" เด็กด้อยโอกาส ผอ.รร.ส่งเอกสารแจงต้นสังกัดแล้ว https://www.thaipbs.or.th/news/content/557617

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

เปิดเผยขั้นตอนการสั่งซื้อวัตถุดิบปรุงอาหาร

อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวอธิบายถึงขั้นตอนการสั่งซื้อ โรงเรียนจะจัดทำใบสั่งซื้อจริง และให้วิกลุ่มสาหกิจเพิ่มยอดส่วนต่าง ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจฯ ได้ทำยอดเงินจำนวนสองยอด แต่ใบส่งยอดจะส่งของเฉพาะยอดที่เพิ่มแล้วให้กับโรงเรียน ซึ่งการโอนเงินจะแบ่งเป็นรอบ 5 วัน เช่น วันที่ 1-5 โรงเรียนจะโอนเงินมาให้ 1 ครั้ง เป็น 1 ยอด เฉลี่ยโอนเงินจากโรงเรียน 2-2.5 แสนบาทต่อสัปดาห์ ซึ่งยอดเงินสั่งซื้อจะผ่านบัญชีของกลุ่มวิสาหกิจฯ แต่จะมีเงินอีกก้อนที่เป็นส่วนต่างที่ต้องคืนให้กับโรงเรียน โดยยกตัวอย่าง

หากโรงเรียนสั่งซื้อวิสาหกิจฯ สั่งซื้อจริงแค่ 4 หมื่นบาท แต่โรงเรียนเพิ่มยอดให้ออกใบส่งของให้เป็น 6 หมื่นบาท ทำให้วันนั้นมียอดส่วนต่าง 2 หมื่นบาท ยอดแต่ละวันไม่ตรงกันแต่จะรวมเงินให้กับโรงเรียน 5 วันเป็นยอดเงินส่วนต่าง

ตัวอย่าง วันที่ 5 ม.ค.68 โรงเรียนฯทำการสั่งซื้อยอดจำนวน 17,360 บาท แต่โรงเรียนขอให้ออกยอดส่งของจำนวน 78,745 บาท ซึ่งมีหลักฐานบิลค่าใช้จ่ายวัตถุดิบแต่ละวัน ข้อความผ่านทางไลน์ และเสียงเจรจาต่อรองผลประโยชน์ส่วนต่าง

"เงินส่วนต่าง" ส่งคืนโรงเรียนอย่างไร?

อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า “เงินส่วนต่างที่เกิดขึ้นจะคืนเป็นเงินสด” หลักฐานสำคัญ คือ การสนทนากับครูที่รับผิดชอบอาหารกลางวันผ่านไลน์ และนำเงินไปให้กับครูที่โรงเรียนให้เป็นเงินสดทุกครั้ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีหลักฐานอะไรว่านำเงินไปให้โรงเรียนแล้ว? อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ย้ำว่า คือ แชทพูดคุยทางไลน์ กับครูที่รับผิดชอบ ซึ่งครูจะจัดส่งเอกสารยอดเงินจริง กับยอดเงินส่วนต่างให้แต่ละวัน วิสาหกิจฯจะรวมยอดให้โรงเรียนเป็นสัปดาห์

ทำไม? กลุ่มวิสาหกิจฯจึงยอมให้เรียกรับส่วนต่าง

อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า หลังจากกลุ่มวิสาหกิจฯ ซื้อขายกับ ผอ.คนปัจจุบัน เมื่อมียอดเงินส่วนต่างที่เกิดขึ้นช่วงแรกไม่ได้มีปัญหาเพราะไม่รู้ เมื่อกรมสรรพากร ตรวจสอบพบว่ากลุ่มวิสาหกิจฯมีรายรับเยอะ แต่รายจ่ายมีน้อย การคำนวณภาษีทำให้วิสาหกิจฯมีภาษีสูงจากเคยเสีย 4 แสนบาท พุ่งเป็น 8 แสนกว่าบาทหลังการลดย่อนภาษี ทางกลุ่มวิสาหกิจฯจึงนำปัญหาไปพูดต้องคุยกับโรงเรียนฯ ซึ่งมีคลิปบันทึกเสียงการเจรจาต่อรองเงินส่วนต่างและทำอย่างไรให้วิสาหกิจฯเสียภาษีน้อยลงและสามารถค้าขายกับโรงเรียนได้ต่อ

อ่านเพิ่มเติม : สอบเงินอาหารกลางวัน คลิปเสียงหลุดขอส่วนต่างไปใช้ในโรงเรียน https://www.thaipbs.or.th/news/content/557520

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีครูคนอื่นมีส่วนร่วมกับเงินส่วนต่างอย่างไรบ้าง?

อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า ในช่วงแรกจะมี ครู ก. ครู ข. และช่วงหลังจะมีครูคนใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ ครู จ. และครู ว. ที่รับรู้เรื่องการตัดยอดเงินส่วนต่าง และครู อ. ที่เป็นครูจัดส่งเมนูอาหารให้ และการจัดซื้อและนำบิลที่สั่งซื้อจริงส่งให้กับครู ก.เพื่อครู ก. จะได้ไปทำยอดให้ทำยอดส่งของกับเงินที่กู้ ซึ่งเงินจะหมดเดือน มี.ค.2568 (ยอดเงินกู้ 1.3 ล้านบาท)

เมื่อเงินหมดจะมีเงินยอดเหลือเป็นเงินยอดคืนให้กับ รองผู้อำนวยการ โอนเงินเข้าบัญชีเลยเป็นเงินเหลือ 6 หมื่นกว่าบาท

อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวต่อว่า เมื่อเงินกู้หมด โรงเรียนฯเปิดประมูลคนจัดหาคนส่งวัตถุดิบอาหารใหม่ และไม่ได้แจ้งกับวิสาหกิจฯ แม้จะส่งวัตถุดิบอาหารมาตั้งแต่ปี 2554 โดยโรงเรียนไม่ได้บอกว่าจะมีการเปิดประมูล และประกาศทางเฟซบุ๊ก ( 8 พ.ค.2568) ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจฯประมูลได้บางรายการเท่านั้น โดยได้ผัก หมูบด และกระดูก ส่วนอีกร้านเป็นร้านค้าในเมือง เชียงใหม่ แต่ร้านค้าในเมืองส่งได้ไม่ได้ ก็กลับมาให้วิสาหกิจฯจัดส่งอาหารต่อ

แม้จะเปิดประมูลใหม่ อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจฯ กล่าวว่า ช่วงเดือน มิ.ย. โรงเรียนฯยังมีเรียกรับส่วนต่างแบบเดิม ส่วนต่างเอง แต่ครูที่ตั้งขึ้นมาเป็นกลุ่มครูคนใหม่ คือ ครู จ. และครู ว. เป็นคนส่งเมนูอาหารให้และทำการจัดซื้อเสร็จ 5 วัน จะนำเงิน 5 วันส่งให้ครู จ. คนทำเอกสารส่งมาให้เป็นไฟล์เอ็กเซล มาให้ทางวิสาหกิจฯ และส่งกลับมาออกใบส่งของให้กับทางโรงเรียนเพิ่มยอดส่งให้ ย้ำว่าหลักฐานแชทสนทนาให้กับครู จ.และเป็นไฟล์เอ็กเซลที่เป็นไฟล์ บอกส่วนต่างและซื้อจริง เริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย.- พ.ย.2568

ภาพ : ทีมข่าวลงพื้นที่และขอสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ปฎิเสธสัมภาษณ์ ระบุได้ส่งเอกสารชี้แจงเพียงต้นสังกัด

ภาพ : ทีมข่าวลงพื้นที่และขอสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ปฎิเสธสัมภาษณ์ ระบุได้ส่งเอกสารชี้แจงเพียงต้นสังกัด

จุดแตกหักกลุ่มวิสาหกิจฯ กับโรงเรียนฯ คืออะไร?

อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่าในช่วงกลุ่มที่ต้องเสียภาษี หลังจากเดือน พ.ย.2568 ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯประชุมว่าจะไม่เพิ่มยอดส่วนต่างให้แล้ว และทำการซื้อขายซื้อจริง และเริ่มพูดคุยของหยุดส่งถึงเดือน พ.ย.2568

วิสาหกิจฯได้ไปคุยจะขอส่งเท่าที่โรงเรียนตามใบส่งของ แต่โรงเรียนก็บอกว่าถ้าไม่มีเงินตรงนี้ โรงเรียนก็จะไปบริหารอย่างไรตามคลิปเสียงที่ปรากฎ มีคลิปเสียง 2 คลิป ยืนยันว่าเป็นคลิปเสียงจริงที่ได้ไปคุยที่โรงเรียน

อดีตพนักงานบัญชีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าวว่า คลิเนื้อเป็นคลิปแรก (ความยาว 24 นาที) เป็นเสียง ผอ.เจรจาวิธีการทำ จะทำอย่างไรไม่ให้วิสาหกิจฯไม่ต้องเสียภาษีเยอะ และทำอย่างไรให้การเบิกจ่ายเร็วกว่านี้ ในคลิปได้มอบหมายให้ รอง ผอ. ก. และ ครู ว. ครู ก. ได้อยู่ด้วยกันวันนั้น

ทุกครั้งที่กลุ่มเอาเงินไปให้โรงเรียนจะมีการหักภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินผ่านบัญชีเพื่อเก็บไว้เสียภาษี วิสาหกิจฯต้องเสียภาษี 8 แสน ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะฐานภาษีขึ้นตามรายรับฐานสูงสุด ส่งผลกระทบเงินปันผลให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนฯ และถูกตั้งคำถามเงินหายไปไหนจากสมาชิก

สำหรับรายละเอียดของการเรียกรับส่วนต่างเงินอาหารเด็กด้อยโอกาส เกือบ 1,000 คน วันละ 3 มื้อ ตกวันละเกือบ 9 หมื่นบาท มีรายละเอียดเหตุการณ์ ที่ยื่นกับ สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงใหม่ ดังนี้

- ก่อนปีการศึกษา 2567 กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้จัดซื้อและส่งวัตถุดิบ ตามใบสั่งจริง

- แต่เมื่อ ปี 2567 ได้มีผู้อำนวยการคนใหม่ ( นาย ช.) ย้ายมาดำรงตำแหน่ง

- พร้อมกับติดต่อขอยืมเงินกับกลุ่มวิสาหกิจฯ 1.3 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่า "จะนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการบริหารภายในโรงเรียน"

- โรงเรียนฯได้ทำการตกลงกับทางกลุ่มว่าจะคืนเงินในรูปแบบเงินส่วนต่างจากการซื้อขายจริง เช่น ซื้อขายสินค้า 10 หน่วย แต่ให้ระบบในเอกสารเป็น 20 หน่วย เพื่อจะได้นำเงินส่วนต่างตรงนี้มาชำระหนี้ให้กับทางกลุ่ม

- ตลอดระยะเวลาในปีการศึกษา 2567 ทางโรงเรียนได้หักชำระหนี้กลุ่มจนครบ

- ปี 2568 โรงเรียนฯได้เปิดประมูลการจัดซื้อสินค้าใหม่ประกาศทางเพจโรงเรียน 8 พ.ค.68

- กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้เข้าประมูล และชนะการประมูลเพียงบางรายการ และเซ็นสัญญา 16 พ.ค.68 และตกลงเริ่มส่งวัตถุดิบ 1 มิ.ย.2568

- โรงเรียนสั่งซื้อสินค้าให้กลุ่มวิสาหกิจฯ ส่งมอบสินค้าตามจำนวนที่ต้องการ

- แต่ภายหลังมีการแจ้งให้กลุ่มออกใบส่งของ หรือใบแจ้งหนี้โดยระบุว่าสินค่ามากกว่าสินค้าที่ส่งมอบจริง เช่น "สินค้าจริง 10 หน่วย แต่ให้ระบุในเอกสารเป็น 20 หน่วย"

- เมื่อโรงเรียนชำระเงินตามจำนวนที่ระบุในเอกสาร "ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จะถูกโรงเรียนขอส่งมอบเงินส่วนต่างคืนให้กับครูการเงิน หรือครูที่เกี่ยวข้องจัดทำเอกสารของโรงเรียน"

- เงินสดส่วนต่างดังกล่าว เป็นเงินที่ "กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ต้องนำเงินสดของกลุ่มส่งให้กับโรงเรียน"

- การส่งเงินสดให้กับโรงเรียนฯ เกิดขึ้นหลายครั้งประมาณ 1 ปีเศษ โดยมูลค่ารวมของเงินส่วนต่างประมาณหลักล้านบาท

- การออกเอกสารที่ระบุจำนวนเงินมากกว่าความเป็นจริง "ส่งผลให้ทางกลุ่มต้องแบกรับภาระภาษีที่สูงขึ้น เนื่องจากเอกสารทางบัญชีแสดงยอดขายมากกว่าความเป็นจริง"

- เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2568 กลุ่มวิสาหกิจได้หารือกับผู้อำนวยการฯ และรองผู้อำนวยการ ครูอีก 4 คน "มีการหารือกันเรื่องการชำระภาษีประจำเป็นทางกลุ่ม ซึ่งมีหลักฐานคลิปเสียง"

- คณะกรรมการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง มีมติเห็นว่า การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ และขอความเป็นธรรมต่อชาวบ้านและวิสาหกิจชุมชนฯ จึงร้องทุกข์ สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 ให้ตรวจสอบในประเด็นเรียกรับเงินและผลประโยชน์ กับ ผู้อำนวยการโรงเรียน และครู รวม 12 คน

- นอกจากนี้ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ยังร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.แม่แจ่ม เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2569 และสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ ของ สพฐ.ต้นสังกัด

ส่วนความคืบหน้าการร้องเรียน สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงใหม่ ได้รับเรื่อง และเรียกให้วิสาหกิจชุมชนฯไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2569 และวันเดียวกัน สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ราชการโครงการส่งเสริมอาชีพคนตาบอดฯ จ.เชียงใหม่

เปิดข้อกล่าวหา “ทุจริตอาหารเด็กด้อยโอกาส”  อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลักฐานสำคัญแชทไลน์ ผอ.-ครู เกี่ยวข้อง 12 คน

เปิดข้อกล่าวหา “ทุจริตอาหารเด็กด้อยโอกาส” อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลักฐานสำคัญแชทไลน์ ผอ.-ครู เกี่ยวข้อง 12 คน

รายงานพิเศษ : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสภาคเหนือ