วันนี้ (13 ก.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ภายในวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ยังคงคึกคัก แม้วัดพุทไธศวรรย์จะอยู่ท่ามกลางการตั้งคำถามและการตรวจสอบเรื่องทรัพย์สินและเงินบริจาคของวัด แต่ก็ยังมีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เยี่ยมชมโบราณสถาน และติดตามความเคลื่อนไหวของวัดอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวัดแห่งนี้
วัดพุทไธศวรรย์ยังคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่เช็กอินไม่ขาดสาย
แม้ว่าข่าวการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์จะทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สิน การบริหารจัดการเงินบริจาควัด และความเลื่อมใสศรัทธา แต่เมื่อวานนี้ (12 ก.ย. 2569) ซึ่งเป็นวันหยุด พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวยังคงเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเยี่ยมชมโบราณสถานอย่างต่อเนื่อง โดยมีบางคนแวะสังเกตบริเวณกุฏิอดีตเจ้าอาวาสวัด
อีกจุดที่ได้รับความสนใจคือบริเวณหน้ากุฏิของอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งกลายเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแวะถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่กองปราบปรามยังคงขึงเชือกกั้นพื้นที่เพื่อห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน ประชาชนบางส่วนยังคงเข้ากราบไหว้พระภายในพระอุโบสถและตามจุดต่าง ๆ ภายในวัด พร้อมทำบุญและบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา ทั้งการหยอดเงินผ่านตู้บริจาคและการบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์
วัดพุทไธศวรรย์ยังคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่เช็กอินไม่ขาดสาย
อย่างไรก็ตาม ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยารายหนึ่งบอกว่า ปกติจะเดินทางมาที่วัดเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเยี่ยมชมโบราณสถานอยู่แล้ว โดยการทำบุญส่วนใหญ่จะเลือกโอนเงินเข้าบัญชีของวัดโดยตรง เพราะมองว่าเป็นช่องทางที่เงินเข้าสู่วัดโดยตรง ขณะที่การบริจาคเงินสดผ่านตู้ก็มีบ้าง แต่ยอมรับว่ากังวลเรื่องความปลอดภัยและการโจรกรรม ส่วนเงินบริจาคจะถูกนำไปใช้อย่างไรนั้น มองว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของวัด และสำหรับผู้ทำบุญนั้น บุญเกิดขึ้นตั้งแต่มีเจตนาในการอนุโมทนาแล้ว
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอมองว่าเป็นเรื่องของตัวบุคคล และเชื่อว่ายังมีประชาชนเดินทางมาวัดตามปกติ เพราะวัดพุทไธศวรรย์เป็นวัดเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ค้าบริเวณหน้าวัด ซึ่งต้องพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินทางมาทำบุญเป็นลูกค้าหลัก
วัดพุทไธศวรรย์ยังคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่เช็กอินไม่ขาดสาย
ปัจจุบันมีผู้ค้ากว่า 10 แผง โดยแต่ละแผงมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 1,000 บาท และมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีของวัดเข้ามาจัดเก็บเพื่อนำเข้าสู่บัญชีวัด
จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้า พบว่าวันนี้มีประชาชนเดินทางเข้ามามากกว่าปกติ ส่งผลให้บรรยากาศการค้าขายคึกคักและขายของได้ดี จึงไม่ได้กังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคาดหวังว่าประชาชนจะยังคงเดินทางมาทำบุญและท่องเที่ยวเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนเรื่องการแต่งตั้งพระพิพัฒนศาสนกิจวิธาน เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง และรองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้เข้ามารักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์นั้น ทีมข่าวสอบถามอดีตผู้ใหญ่บ้านพุทไธศวรรย์ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากพระพิพัฒนศาสนกิจวิธานเป็นพระที่อยู่ในพื้นที่ตำบลใกล้เคียง และมีผลงานด้านการพัฒนาวัดท่าการ้อง จึงเชื่อว่าจะสามารถเข้ามาช่วยฟื้นฟูและเรียกคืนความเชื่อมั่นของชาวบ้านที่มีต่อวัดพุทไธศวรรย์ได้
จากนั้น ทีมข่าวเดินทางไปยังวัดท่าการ้อง เพื่อเข้าพบพระพิพัฒนศาสนกิจวิธาน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา โดยท่านบอกว่าไม่มีความกังวลต่อการเข้ามารับหน้าที่ เนื่องจากมีประสบการณ์ในการบริหารวัดและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง
การเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบของคณะสงฆ์ เนื่องจากวัดไม่สามารถขาดผู้ทำหน้าที่ดูแลและบริหารกิจการของวัดได้ เบื้องต้นจะเน้นดูแลความเรียบร้อยภายในวัด ประชุมคณะสงฆ์ และให้พระสงฆ์สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ตามปกติ ส่วนการพัฒนาหรือการแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ จะดำเนินการเท่าที่จำเป็น เนื่องจากวัดพุทไธศวรรย์เป็นพระอารามหลวง และยังต้องรอการแต่งตั้งเจ้าอาวาสอย่างเป็นทางการต่อไป
อ่านข่าว:
กองปราบฯ ขยายผลคดีอดีตเจ้าอาวาส ยอดเงินวัดพุทไธศวรรย์พุ่ง 215 ล้าน
กองปราบฯ แกะเส้นเงินมูลนิธิอดีตพระโชติ พบเพิ่งตั้งต้นปี-รูปแบบคล้ายพระบาทน้ำพุ
เสียงสะท้อนวงการผ้าเหลือง ทำอย่างไรให้ทุกบาทจากศรัทธาโปร่งใส ?
