วันนี้ (3 ส.ค.2569) ที่อาคารรัฐสภา ทางสมาคมพลเมืองนครนายก นำโดย อ.ประสงค์ มีศรี กรรมการฝ่ายวิชาการสมาคมและกรรมการบริหารสมาคมพร้อมทั้งตัวแทนประชาชน ผู้ได้รับผล กระทบจากโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย ที่มีผลกระทบกับพี่น้อง 5 จังหวัด ประกอบด้วย ปทุมธานี สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ยื่นหนังสือให้ต่อ นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ รองประธานคนที่ 3 กรรมาธิการบริหารน้ำของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณายกเลิกโครงการดังกล่าว เพราะมีผลกระทบต่อชาวบ้าน และสิ้นเปลืองงบประมาณ พร้อมยกเหตุผล 13 ข้อ ที่ต้องยกเลิกโครงการ
ตามที่กรมชลประทานได้มีความประสงค์จะดำเนินการก่อสร้างคลองระบายหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งมีความยาวของคลอง 270 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นช่วงชัยนาท-ป่าสัก 134 กิโลเมตร และช่วงป่าสัก-อ่าวไทย 135 กิโลเมตร โดยมีงบประมาณโดยรวมสูงถึง 165,000 ล้านบาท โดยมีแหล่งเงินทุนจากงบประมาณแผ่นดิน 61,438 ล้านบาท และเงินกู้จากธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ADB เป็นเงิน 103,562 ล้านบาท
ในการดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ยังขาดศึกษาโดยรอบด้าน ทั้งผลดีและผลเสีย แต่จากการศึกษาและตรวจสอบข้อมูลในการดำเนินการโครงการ โครงการคลองระบายน้ำหลาก ในช่วงของป่าสัก-อ่าวไทย ของฝ่ายวิชาการสมาคมพลเมืองนครนายก พบว่ายังมีปัญหาข้อเท็จจริง ในการดำเนินโครงการหลายด้าน โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก มีผลกระทบต่อพื้นที่ทำกิน 16,305 ไร่ และมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่อยู่อาศัยของจำนวน 1,563 หลังคาครัวเรือน
แต่เรื่องนี้กลับไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติโครงการ แต่โครงการกลับถูกส่งไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อบรรจุเข้าสู่แผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อย่างเร่งรีบ โดยจะขอเป็นงบผูกพันกว่า 3,000 ล้านบาท รวมไปจนถึงการทำเรื่องไปขอกู้เงินจากธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ADB เป็นเงิน 103,562 ล้านบาท นอกจากนั้นทางสมาคมพลเมืองนครนายก ยังได้แสดงเหตุผล 13 ข้อ ที่ทำไมต้องยกเลิกโครงการ เช่น
- ข้อมูลโครงการไม่สอดคล้องกันระหว่างเอกสาร ข้อมูลสำคัญของโครงการในรายงาน EIA ฉบับหลัก (พ.ย.2561) กับฉบับย่อที่จัดทำขึ้นใหม่ (ก.พ.2569) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งวงเงินลงทุน (113,989 ล้านบาท เทียบกับ 160,046 ล้านบาท) พื้นที่เวนคืน ระยะเวลาก่อสร้าง (3 ปี เทียบกับ 7 ปี) และขอบเขตพื้นที่ศึกษาผลกระทบ (2 กิโลเมตร เทียบกับ 500 เมตร) แสดงว่าโครงการไม่มีฐานข้อมูลมาตรฐานเดียวกันที่เชื่อถือได้
- ขาดการวิเคราะห์ทางเลือกอื่นอย่างจริงจัง ไม่มีการเปรียบเทียบทางเลือกที่มีผลกระทบน้อยกว่า เช่น พื้นที่แก้มลิง การฟื้นฟูฟลัดเวย์เดิม หรือการเพิ่มประสิทธิภาพคูคลองเดิม อันขัดต่อหลักการบริหารจัดการน้ำอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
- ขาดการประเมินผลกระทบสะสมและผลกระทบข้ามลุ่มน้ำ โครงการเป็นส่วนหนึ่งของแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้ง 9 แผนงาน แต่ขาดการวิเคราะห์ผลกระทบสะสม (Cumulative Impact) ที่เชื่อมโยงกัน และขาดการวิเคราะห์ผลกระทบจากการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำหลักเจ้าพระยา-ป่าสัก-บางปะกง อย่างสมบูรณ์ ทั้งที่เป็นสาระสำคัญของการบริหารจัดการน้ำเชิงระบบลุ่มน้ำ
- ขาดข้อมูลผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง และความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ใหม่ ยังไม่มีการศึกษาผลกระทบจากการระบายน้ำจืดปริมาณมหาศาลลงทะเล ต่อระบบนิเวศชายฝั่งและปากแม่น้ำ และยังไม่มีความชัดเจนว่าพื้นที่ใหม่ตามแนวคลองจะมีความเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งเท่ากับผลักภาระความเสี่ยงจากพื้นที่หนึ่งไปสู่อีกพื้นที่หนึ่งโดยไม่เป็นธรรม
- ข้อมูลเท็จเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน สรุปมติที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 5/2568 ระบุว่า "ไม่มีผู้คัดค้าน" ทั้งที่ปรากฏหลักฐานการคัดค้านของภาคประชาชนอย่างชัดแจ้งตามสื่อบันทึกภาพที่แนบมาด้วย อันขัดต่อสิทธิของบุคคลและชุมชนตามมาตรา 43 มาตรา 57 และมาตรา 58 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560
- ข้อมูลล้าสมัย ข้อมูลภาคสนามที่ใช้ประกอบรายงานฉบับใหม่ ยังคงอ้างอิงข้อมูลเดิมย้อนหลังไปถึงปี 2555 ซึ่งล้าสมัยไปแล้วกว่า 10 ปี ขัดต่อหลักการสำคัญของกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้ข้อมูลปัจจุบัน
ทั้งนี้สมาคมพลเมืองนครนายก เห็นว่าโครงการนี้ไม่สอดคล้องกับหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ดี ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 ทั้งในด้านการบูรณาการ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการใช้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นปัจจุบันประกอบการตัดสินใจ จึงใคร่ขอให้คณะกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฎร โดยอาศัยอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 129 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาดำเนินการ ดังนี้
1.เชิญกรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงข้อเท็จจริงและตอบข้อซักถามตามเหตุผลทั้ง 13 ประการที่สมาคมฯ ได้เสนอโดยละเอียด
2.พิจารณาศึกษาและตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของโครงการดังกล่าวอย่างรอบด้าน
3.มีมติเสนอความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรี และกรมชลประทานให้ยกเลิกโครงการคลองระบายน้ำหลาก ป่าสัก-อ่าวไทย โดยเด็ดขาด จนกว่าจะได้มีการทบทวนกระบวนการทั้งหมดให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย และแจ้งผลการพิจารณาไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป
อ่านข่าว :
"สมาคมพลเมืองนครนายก" ย้ำคัดค้านคลองระบายน้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย
ผู้เสียหายยื่น สธ. ลบประวัติการรักษาไม่ตรงข้อเท็จจริงในแอปฯ “หมอพร้อม”
"สีหศักดิ์" แถลงโต้ "แอนดรูว์ส" ปมกล่าวหาไทยกรณีเขมร ชี้ไม่เป็นกลาง-ไม่ใช่รายงานของ UN









