วันนี้ (11 ส.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงาน นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต รมช.มหาดไทย ถึงแก่กรรม ในวัย 73 ปี
สำหรับ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ หรือ เบี้ยว เกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2495 ที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี สมรสกับรจนา กัลป์ตินันท์ อดีตนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี มีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน (เสียชีวิต) และมีบุตรชาย 2 คน คือ วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี และอภิสิทธิ์ กัลป์ตินันท์
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านศิลปศาสตร์ และปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มีน้องชายชื่อ กานต์ กัลป์ตินันท์ เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี 2 สมัย
เกรียง ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2538 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.อุบลราชธานี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ โดยสามารถเอาชนะ ไชยศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์ เจ้าพ่ออีสานใต้ในยุคนั้น นับเป็นการโชว์ฝีไม้ลายมือในสนามการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรสมัยแรก
ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2539 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 แต่ได้ย้ายมาสังกัดพรรคความหวังใหม่ และย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2544 และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2548 ในปี พ.ศ.2550 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 5 ปี ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในนั้น
จากนั้นในปี พ.ศ.2555 เกรียงหวนกลับสู่ถนนสายการเมืองอีกครั้ง โดยการนั่งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2557 ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 42
ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 10 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคเพื่อไทย มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึงมีตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
ในปี พ.ศ.2563 เขาได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ให้เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง
ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 6 และได้รับการเลือกตั้ง และวันที่ 1 ก.ย.2566 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น รมช.มหาดไทย ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน โดยได้รับมอบหมายจาก อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในสมัยนั้นให้เป็นผู้สั่งการและปฏิบัติราชการในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรุงเทพมหานคร รวมถึงกำกับดูแลองค์การตลาดและองค์การจัดการน้ำเสีย
อ่านข่าว :
จนท.ขนสำนวนโกงสอบท้องถิ่นกว่า 3,000 หน้า ส่ง ป.ป.ช.แล้ว
"ฝน วิรุฬกานต์" ลูกสาว "ดารุณี กฤตบุญญาลัย" เสียชีวิต ด้วยโรคประจำตัว
ศาลไม่ให้ประกันตัว “ฉลอง” คดียิง นายก อบจ.นนทบุรี ส่งตัวเข้าเรือนจำ
