วันนี้ (24 ก.ย.2569) นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวกรณี การตรวจสอบเส้นทางการเงิน ของเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์กับพวกที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ทรัพย์สินทั้งหมดที่ยึดได้ ไม่ว่าจะเป็นทองคำ หรือเงินสดประมาณ 720 ล้านบาท มูลนิธิของวัดดังกล่าวจดทะเบียนเมื่อปี 2568 มีทุนจดทะเบียน 500,000 บาท จากเงินบริจาคและมีพระภิกษุเป็นประธาน ซึ่งมูลนิธิดังกล่าวตั้งอยู่ในบริเวณวัด การสืบสวนเบื้องต้นยังไม่พบการดำเนินการที่ผิดปกติ หรือไม่เป็นไปตามกฎหมาย
โดยพบข้อมูลการใช้จ่ายเพื่อจัดซื้อทองคำสำหรับสร้างพระเครื่อง รวมถึงเครื่องมือทางการแพทย์และข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และโดยมีผู้ยื่นคำขอและรับรองข้อมูลเอกสารที่กำหนด ขณะที่มูลนิธิยังหารายได้เพื่อดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ได้อยู่แต่ไม่สามารถนำรายได้ไปแบ่งปันระหว่างกรรมการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งเรื่องนี้น่าสงสัยว่าการจำหน่ายพระเครื่อง จำหน่ายในนามมูลนิธิ แต่เวลาออกใบอนุโมทนาบัตรออกในนามวัด จึงประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้ไปดำเนินการตรวจสอบว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ผิดกฎหมายหรือไม่
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า นายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ได้ถูกดำเนินคดีในฐานะเจ้าพนักงานกับพวกในการฉ้อโกงยักยอกทรัพย์สินซึ่งเป็นความผิดทางอาญา นอกจากนี้เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชี้แจงว่าหลังเกิดเหตุได้แต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาส เพื่อดูแลวัดเป็นการชั่วคราว
ส่วนการดำเนินการเรื่องบัญชีของวัด จะมีการรายงานตามลำดับ ซึ่งไม่พบสัดส่วนความผิดปกติของบัญชีวัด แต่ทั้งนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินที่มีลักษณะเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล ซึ่งบัญชีของวัดยังไม่พบการกระทำความผิด รวมถึงการจัดสร้างวัตถุมงคลของมูลนิธิและการออกใบอนุโมทนาบัตรกับวัด เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาให้ชัดเจนในกำกับดูแลของมูลนิธิ
ขณะที่ทางสำนักพุทธชี้แจงว่าวัดมีบัญชีทั้งหมด 9 บัญชีแล้วจัดส่งรายงานบัญชีเป็นประจำทุกเดือน มีช่องทางการบริจาคและทั้งเงินสดและ QR Code ซึ่งการดำเนินงานด้านบัญชีและทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ภายในวัดภายใต้กฎกระทรวงและมติมหาเถระสมาคม ซึ่งในส่วนนี้ยังรอเอกสารเพิ่มเติม
ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงว่า มีหน้าที่ตรวจสอบและติดตามพฤติกรรมการใช้บัญชีของลูกค้าตามมาตรการป้องกันการฟอกเงิน เบื้องต้นพบว่าบัญชีของรัฐยังไม่มีการกระทำความผิดต้องรอการรับรายงาน ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าธนาคารแห่งประเทศไทยควรทำงานให้เร็วกว่านี้ไม่ควรต้องรอการรับรายงานประเด็นไหนที่สำคัญธนาคารแห่งประเทศไทยเปรียบเสมือนแม่น้ำ ถ้าไม่สามารถกำหนดการไหลปริมาณของน้ำได้ ปัญหาก็จะเกิดขึ้น
ด้านสรรพากรชี้แจงว่า มูลนิธิมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรแต่ยังไม่พบข้อมูลการยื่นภาษีแสดงรายการภาษีของมูลนิธิ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทรัพย์สินทั้งหมดจะต้องเสียภาษี เพราะต้องพิจารณาประเภทรายได้และข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ทั้งพระภิกษุและมูลนิธิมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย
"จึงตั้งข้อสังเกตว่าอดีตพระโชติและสีกาเอ๋รวมถึงพรรคพวกที่เกี่ยวข้องและมูลนิธิไม่เคยมีประวัติในการยื่นภาษีแม้แต่บุคคลเดียว ผมก็ได้ติดตามเร่งรัดไปยังสรรพากรให้ตรวจสอบกรณีนี้เป็นการเร่งด่วนเพราะบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ว่าทายาทของสีกาเอ๋ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวโยงกันทั้งหมดต้องตรวจสอบด้านการเงินทั้งหมด" นายพิทักษ์เดชกล่าว
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับช่องว่างและความเชื่อมโยงของกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะการให้โดยเสน่หาหรือรับบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งไม่มีภาระภาษีอาจเป็นปัญหาด้านการจัดการและการเสียภาษีที่เป็นผลกระทบต่อการตรวจสอบธุรกรรมด้านการเงิน และการดำเนินธุรกรรมตลอดจนการกำกับรายงานธุรกรรมที่อาจมีลักษณะองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งควรมีมาตรการในการกำกับดูแลที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ซึ่งคณะกรรมาธิการจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป และหามาตรการรวมถึงกฎหมายเพื่อป้องกันช่องว่างทางกฎหมายในการกระทำความผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านข่าว :
"ป๋อง สุพรรณ" พบ พนง.สอบสวน ยันไม่เกี่ยวข้องเงินมูลนิธิหวันโชติ
ตร.ยึดทรัพย์ "อติโชติ-สีกาเอ๋" กว่า 300 ล้าน ยังไม่ออกหมายจับเพิ่ม
ผบก.ป.เผยรอเส้นเงิน "อติโชติ-สีกาเอ๋" พบโยงใครจะเรียกสอบ-ดำเนินคดี
