วันนี้ (11 ส.ค.2569) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ เสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณายกระดับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็น “วาระแห่งชาติ” และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่เสนอ ภายหลังเกิดเหตุความรุนแรงในโรงเรียนพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2569 โดยมุ่งยกระดับการป้องกันและรับมือเหตุในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้เด็ก ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ
สำหรับมาตรการที่มีผลทันที กระทรวงศึกษาธิการ ออกประกาศมาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา ลงวันที่ 10 ส.ค.2569 ให้สถานศึกษาดำเนินการทันที โดยกำหนดให้เป็น “เขตพื้นที่ปลอดภัย (School Safety Zone)” พร้อมจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยประจำสถานศึกษา จัดทำและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน และบูรณาการการทำงานกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หัวใจสำคัญคือการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ด้วยการตรวจค้นและคัดกรองอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย และสิ่งของอันตรายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการจัดระบบดูแลสุขภาพจิต เพื่อให้มาตรการความปลอดภัยครอบคลุมทั้งร่างกาย และจิตใจของนักเรียน ครู และบุคลากร
ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการ เร่งดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยทำงานร่วมกับนักจิตวิทยา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีม MCATT ของกรมสุขภาพจิต พร้อมเตรียม “ห้องพักใจ (Safe Room)” เพื่อเป็นพื้นที่ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ และเตรียมความพร้อมครูและผู้ปกครอง ให้สามารถดูแลนักเรียนได้อย่างเหมาะสม ก่อนกลับเข้าสู่การเรียนตามปกติ
ส่วนการวางระบบระยะยาว ศธ. อยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายแม่บทด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อวางระบบการดูแลนักเรียนและนักศึกษาอย่างยั่งยืน พร้อมติดตามและประเมินสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงคัดกรองภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ PTSD ในระยะ 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน เพื่อให้การเยียวยาไม่จบลงเพียงหลังเหตุการณ์ แต่ดูแลต่อเนื่องจนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
“รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และจะไม่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไข แต่จะเร่งป้องกัน เตรียมพร้อม และดูแลเด็กทั้งกายและใจ โดยกระทรวงศึกษาธิการ จะประสานขอความร่วมมือไปยังทุกกระทรวงที่มีสถานศึกษาในสังกัด ให้นำมาตรการความปลอดภัยไปปรับใช้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้เรียน ให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ และสร้างความมั่นใจให้เด็ก ครู และผู้ปกครองว่าโรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย สำหรับการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของเด็กทุกคน” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติว่า ด้วยความปลอดภัยและการใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนและนักศึกษาในสถานศึกษา ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (Law.go.th) ระหว่างวันที่ 10 ส.ค.–9 ก.ย.2569 เพื่อวางกฎหมายแม่บทและระบบรองรับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาในระยะยาว
อ่านข่าว :
ตำรวจคุมเข้ม รร.ดังเชียงใหม่ นักเรียนชายโพสต์กลุ่มไลน์ขู่ก่อเหตุ
เปิดช่องว่างกฎหมายอาวุธปืน จี้รื้อระบบควบคุมต้นทางถึงการบังคับใช้
ตร.คุมตัว “ฉลอง” ค้นบ้านพัก พบกล่องเก็บปืน -กระสุน 30 นัด
ตลาดมืด "ปืนเถื่อน-กระสุนเถื่อน" รัฐล้อมคอก "อาชญากรรม" แบบงูกินหาง
