กกร. ชูรัฐปลดล็อก 11 กฎธุรกิจ ลดต้นทุน–เพิ่มคล่องตัว ดันไทยฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

เศรษฐกิจ
10:36
จำนวนผู้ชม 57
Thai PBS
กกร. ชูรัฐปลดล็อก 11 กฎธุรกิจ  ลดต้นทุน–เพิ่มคล่องตัว ดันไทยฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

วันนี้ (12 ส.ค.2569) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในนาม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยกรณีรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและเร่งขับเคลื่อนการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ หลังจากภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมกันนำข้อเสนอเข้าสู่กลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ล่าสุดเริ่มเห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ทั้งการจัดลำดับข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ทันที และการปลดล็อกกฎระเบียบด้านการค้าและโลจิสติกส์ที่ภาคเอกชนผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในนาม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในนาม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

ทั้งนี้กกร. เห็นว่า แนวทางการทำงานของรัฐบาล ถือเป็นสัญญาณที่ดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่สามารถดำเนินการและสร้างผลลัพธ์ได้จริง โดยเฉพาะการลดต้นทุน ลดขั้นตอน และลดอุปสรรคที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย

จากความคืบหน้าล่าสุด ข้อเสนอปรับปรุงกฎหมายลำดับรองของ กกร. จำนวน 58 เรื่อง ได้ถูกนำมาจัดลำดับเพื่อขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ โดยมี 11 เรื่องที่สามารถดำเนินการได้ทันทีหรืออยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะเร่งผลักดันเป็นลำดับแรก ขณะที่อีก 21 เรื่องสามารถดำเนินการได้แต่ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอีก 26 เรื่องจะศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบเชิงนโยบายเพิ่มเติม

หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนกฎหมายที่ได้รับการทบทวน แต่คือการทำให้ข้อเสนอและปัญหาที่ภาคธุรกิจสะท้อนถูกนำไปสู่การแก้ไขจริง เพื่อให้ผู้ประกอบการสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์ ทั้งการลดขั้นตอน ลดต้นทุน ลดความไม่แน่นอนจากการตีความกฎระเบียบ และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ

กกร. ชูรัฐปลดล็อก 11 กฎธุรกิจ  ลดต้นทุน–เพิ่มคล่องตัว ดันไทยฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

กกร. ชูรัฐปลดล็อก 11 กฎธุรกิจ ลดต้นทุน–เพิ่มคล่องตัว ดันไทยฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

โดยหนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือ การเห็นชอบหลักการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับ การนำผ่าน (Transit) และการถ่ายลำ (Transshipment) ให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องใช้ความหมายของคำว่า นำผ่าน ให้เป็นมาตรฐานเดียวกับกฎหมายศุลกากร ครอบคลุมทั้งการผ่านแดนและการถ่ายลำ พร้อมปรับมาตรการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง โดยการดำเนินการที่มีความเสี่ยงต่ำสามารถเปลี่ยนจากระบบ การอนุญาตเป็น การจดแจ้งตามแนวทาง Risk-based Regulation

การปรับปรุงดังกล่าวจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการตีความ ลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น เพิ่มความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย และเพิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายสินค้าผ่านท่าเรือและท่าอากาศยานของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของไทยในการเป็น ศูนย์กลางด้านการค้า การขนส่ง และโลจิสติกส์ของภูมิภาค

กกร. ชูรัฐปลดล็อก 11 กฎธุรกิจ  ลดต้นทุน–เพิ่มคล่องตัว ดันไทยฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

กกร. ชูรัฐปลดล็อก 11 กฎธุรกิจ ลดต้นทุน–เพิ่มคล่องตัว ดันไทยฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

อีกหนึ่งความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม คือ การเห็นชอบหลักการปรับปรุงข้อกำหนดความสูงของรถบรรทุกที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต แบบ High Cube จากเดิมไม่เกิน 4.2 เมตร เป็น 4.6 เมตรจากพื้นทาง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานในระดับสากล ช่วยลดข้อจำกัดในการขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ และลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ

กกร. มองว่า ทั้งสองกรณีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การปรับปรุงกฎระเบียบแม้เป็นรายละเอียดในทางปฏิบัติ แต่สามารถสร้างผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพและต้นทุนของภาคธุรกิจ หากสามารถขยายแนวทางดังกล่าวไปสู่กฎระเบียบด้านอื่นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจและการลงทุน รวมถึงยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

ทั้งนี้กกร. จะทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ทั้งในการเสนอประเด็นที่เป็นอุปสรรค ร่วมพัฒนาแนวทางแก้ไข และติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้การปรับปรุงกฎหมายสามารถสร้างผลลัพธ์ต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทยได้จริง ซึ่งความสำเร็จของการปรับปรุงกฎหมายไม่ควรวัดเพียงจากจำนวนกฎหมายที่แก้ไข แต่ควรวัดจากต้นทุนและอุปสรรคที่ลดลง รวมถึงความรวดเร็วและความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

อ่านข่าว:

กกร.จี้ รัฐกวาดล้าง “สวมสิทธิ–พ่อทิพย์” หวั่นกระทบความมั่นคงเศรษฐกิจไทย

ลุยค้น 15 จุดหัวหิน ทลายเครือข่ายนอมินี ออกหมายจับต่างชาติ 45 ราย เสียหาย 300 ล้าน

เปิดเกมเศรษฐกิจนวัตกรรม เชื่อม IP นักลงทุน -ภาคธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มงานวิจัยไทย