วันนี้ (19 ส.ค.2569) การประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ของพรรคประชาชน ครั้งที่ 10 นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยทีมงานแกนนำ ได้แก่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ และ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ร่วมกันประเมินผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยพิจารณาจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสที่ 2 ตลอดจนการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำและวิกฤตในอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ดี วาระสำคัญเร่งด่วนที่ถูกยกขึ้นมาหารือคือสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในพื้นที่ภาคเหนือ
นายณัฐพงษ์ เปิดแถลงการณ์โดยแสดงความห่วงใยอย่างยิ่ง ต่อประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากสภาวะความแปรปรวนของอากาศหรือปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ โดยยืนยันความพร้อมของพรรคประชาชน ในการสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่
พร้อมกันนี้ยังยกเสียงสะท้อนจากชาวบ้านและข้อมูลในพื้นที่ เกี่ยวกับความแตกต่างของสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งก่อนและหลังการก่อสร้าง "ฝายธงน้อย" ซึ่งพบว่าระดับความรุนแรงของอุทกภัยมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทำให้จำเป็นต้องมีการทบทวนโครงสร้างวิศวกรรมของฝายดังกล่าวโดยเร็ว
เสนอขยายฝายเต็มลำน้ำ เน้นบริหารจัดการน้ำ
หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุเพิ่มเติมว่า จากคำชี้แจงของหน่วยงานราชการในพื้นที่ พบข้อเท็จจริงว่าสภาพภูมิศาสตร์และปริมาณน้ำไม่ได้มีความเหมาะสมต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
ดังนั้น ข้อเสนอเฉพาะหน้าที่รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการดำเนินการ คือการปรับปรุงแบบก่อสร้างของฝายธงน้อยให้เปลี่ยนวัตถุประสงค์มาเน้นการบริหารจัดการน้ำอย่างแท้จริง โดยการปรับโครงสร้างให้ขยายกว้างเต็มลำน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บ ชะลอ และระบายน้ำในช่วงวิกฤต ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลากได้อย่างตรงจุดและเต็มรูปแบบ
ดันปรับร่างงบฯ 2570 ในชั้นสภาผู้แทนราษฎร
สำหรับแนวทางการอุดหนุนงบประมาณ นายณัฐพงษ์ เสนอให้รัฐบาลใช้อำนาจในการปรับปรุงรายละเอียดในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและลงมติของสภาผู้แทนราษฎร
เพื่อให้การขยายฝายธงน้อยเต็มลำน้ำสามารถบรรจุเข้าเป็นโครงการอนุมัติและได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างถูกต้อง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวอย่างเป็นระบบและยั่งยืนให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.น่าน
อ่านข่าว :
"ศูนย์บัญชาการน้ำส่วนหน้า" หายไปไหน? นักวิชาการจี้รัฐทบทวน
"เทศบาลเมืองน่าน" เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมยกของขึ้นที่สูง-อพยพคน
