เตรียมใช้นิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ตรวจพืช หาสาเหตุปนเปื้อนสารพิษ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ภูมิภาค
16:39
จำนวนผู้ชม 33
Thai PBS
เตรียมใช้นิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ตรวจพืช  หาสาเหตุปนเปื้อนสารพิษ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

วันนี้ (30 ส.ค.69) ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เกษตรอำเภอแม่อาย สภาเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ ผู้นำชุมชนในตำบลท่าตอน นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือในประเด็นการปนเปื้อนของสารพิษในพืชผักตลอดลุ่มน้ำกกใน ต.ท่าตอน และตำบลแม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เกษตรอำเภอแม่อาย ได้รายงานผลจากการเก็บตัวอย่าง 9 ครั้ง (ธ.ค.68-ส.ค.69) จำนวน 61 ตัวอย่าง และผลตรวจวิเคราะห์ 6 ครั้ง จำนวน 54 ตัวอย่างพบว่าพืชไม่ผ่านมาตรฐานจำนวน 43 ตัวอย่าง (ร้อยละ 80) ผ่านมาตรฐานฯ จำนวน 11 ตัวอย่าง (ร้อยละ20) โดยตรวจพบสารหนู 10 ตัวอย่าง แคดเมียม 37 ตัวอย่าง และตะกั่ว 14 ตัวอย่าง

พืชที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนโลหะหนักสูง เช่น พริกขี้หนู แตงกวา มันเทศ กระเทียม มะเขือม่วง ข้าวโพดหวาน และมะม่วง

ส่วนแนวทางการจัดการพื้นที่เกษตรกรรม เกษตรอำเภอแม่อายได้แนะนำเปลี่ยนพืชไม่ใช่เพื่อการบริโภค และเเนะนำพืชทางเลือก โดยเฉพาะไม้ยืนต้นเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา สัก ไผ่ และหลีกเลี่ยงการใช้แม่น้ำกก

ด้านตัวแทนกรมพัฒนาที่ดิน รายงานว่า ที่ผ่านมามีเก็บตัวอย่างดินและตะกอนดิน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พบสารโลหะหนักที่เกินค่ามาตร คือสารหนู 3 จุดอำเภอแม่อาย และได้วางแผนเก็บตัวอย่างดินและน้ำ 60 จุด คือ ระยะ 100 เมตร ตัวอย่าง 200 เมตร 500 เมตร 1,000 เมตร 2,000 เมตร จนปัจจุบันได้แผนที่เฝ้าระวังความเสี่ยง ซึ่งมีการแบ่งระดับการปนเปื้อน 3 ระดับ คือ สีเขียว(ปลอดภัย) สีเหลือง(เฝ้าระวัง) และสีแดง(เกินมาตรฐาน) มีแผนจะเก็บต่อสารพิษยังพบต่อเนื่อง

ส่วนการจัดการดิน สีเขียวยังใช้ได้ปกติ แต่ต้องนำดินมาตรวจปีละ 1 ครั้ง ส่วนพื้นที่เฝ้าระวัง(สีเหลือง) ปีละ 2 ครั้ง และเพิ่มอินทรีย์วัตถุ พื้นที่สีแดง จะต้องบูรณาการหน่วยงานอื่นๆ ส่วนคำแนะนำกรมพัฒนาที่ดินหลีกเลี่ยงการปลูกพื้นที่สีแดง ส่วนผลการตรวจข้าว ที่หลายฝ่ายกังวลตอนนี้ยังไม่เกินค่ามาตรฐานสามารถบริโภคได้ ส่วนสาเหตุมาจากน้ำกก หรือสารเคมีการเกษตรหรือไม่ จะต้องมีการเก็บตัวอย่างเพิ่มอีก

ด้านตัวแทนเกษตรกร กล่าวถึงปัญหาการตรวจพืชผลการเกษตรที่ผ่านมา พบปัญหาชาวบ้านไม่รู้ผลตรวจแปลงที่ขอไปตรวจเจออะไรบ้าง เมื่อเอาไปหลายๆรอบไม่มีค่าตอบแทน ชาวบ้านจึงไม่อยากให้ความร่วมมือ

นายราชา คำพินิจ กำนันตำบลท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นปัจจุบันเกษตรกรหวั่นวิตกผลกระทบการขายผลผลิตทางการเกษตร อาจทำให้ราคาตกต่ำ และไม่รับซื้อผลผลิต

อยากให้พิสูจน์การปนเปื้อนและ อยากภาครัฐแก้ไข ในภาครัฐจะเยียวยาอย่างไร ที่ได้รับผลกระทบหรือประกาศภัยพิบัติ ตอนนี้ ข้าวโพดหวาน กระเจี๊ยบ ตอนนี้กังวลว่าจะไม่มีคนรับซื้อ

นางแสงระวี สุวีรการย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่าจากที่ได้ประชุมกัน จะมีการเก็บตัวอย่างอีก ซึ่งการเก็บตัวอย่างรอบนี้จะทำให้ทุกอย่างชัดเจนมากขึ้น เมื่อปีที่แล้วเหมือนตรวจให้รู้มีสารพิษหรือไม่ แต่การตรวจครั้งนี้จะแยกให้เห็นที่มาชัดเจน

สอดคล้องกับ ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม ม.แม่ฟ้าหลวง กล่าวว่าปัญหาน้ำและผลผลิตทางการเกษตร ตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่จะต้องร่วมหาคำตอบ เพื่อจะจะทราบว่าการปนเปื้อนมาจากเหมืองแร่ หรือจากสารเคมีทางการเกษตร มีสัดส่วนเท่าไหร่ และจะนำไปสู่เจรจากับทางการเมียนมาได้

ดร.สืบสกุล กิจนุกร  สำนักวิชานวัตกรรมสังคม ม.แม่ฟ้าหลวง

ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม ม.แม่ฟ้าหลวง

ดร.สืบสกุล กล่าวว่าที่ผ่านมาการเก็บอย่างน้ำและตะกอนดิน มี กรมควบคุมมลพิษ ได้เผยแพร่ข้อมูลสามารถตรวจสอบได้ผ่านทางเว็บไซต์เพื่อสื่อสารความเสี่ยง

ปัจจุบันแม่น้ำกก สาย รวก โขงมีความขุ่นต้นเหตุ คาดว่าเป็นเหมืองทองคำบริเวณต้นน้ำ มีการขยายตัวคาดว่าเป็นสาเหตุทำให้น้ำมีตะกอนน้ำขุ่นทั้งปีส่วนเหมืองแร่หายาก ต้นน้ำกกเริ่มต้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่าน ปัจจุบันมีต้นน้ำกกมีเหมืองแร่จำนวน 3 แห่ง ซึ่งในประเทศเมียนมายังมีแร่หลายหลายชนิด และมีการทำเหมืองแร่ โดยแร่ส่วนหนึ่งใช้ไทยเป็นเส้นทางผ่านแร่ เช่นในภาคเหนือ ด่านแม่สาย ด่านเชียงแสน

ส่วนการติดตามปัญหาสุขภาพพื้นที่ สาธารณสุขได้ติดตามกลุ่มความเสี่ยงสูง อ.แม่อาย 48 คน ตรวจสุขภาพ 5 ปี และใน จ.เชียงราย 300กว่าคน

ขณะที่หมู่บ้านชาวประมงริมแม่น้ำกก จ.เชียงใหม่ เชียงราย มี 60 หมู่บ้านมีความเสี่ยงการบริโภค ที่ผ่านมามี คำแนะนำกรมอนามัย เช่น ไม่บริโภคสัตว์หน้าดิน ปลาขนาดเล็ก

ส่วนแผนที่น้ำท่วมปี 2567 ปัจจุบันใน อ.แม่อาย ใน ต.ท่าตอน 15 หมู่บ้าน และ 1 หมู่บ้าน ต.แม่นาวาง ซึ่งอาจเป็นที่มาตะกอนดินสารพิษ

ดร.สืบสกุล กล่าวว่าปัจจุบันพืชหลายชนิดในอำเภอแม่อาย สารพิษมาจากไหน? เหมืองแร่ หรือ สารพิษทางเกษตร ภาคประชาชนมีข้อเสนอ 8 ข้อ

ข้อเสนอเรียกร้องที่ผ่านมา มาตรการแก้ปัญหามลพิษข้ามพรมแดน

1.การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

2.การตรวจสอบเฝ้าระวัง อย่างเป็นระบบและเผยแร่ผลตรวจ

3.จัดหาชุดตรวจภาคสนามให้กับชุมชนเกษตรกร

4.จัดหาแหล่งน้ำสำรองลดความเสี่ยงการใช้น้ำปนเปื้อน

5.การเยียวยาชดเชยพื้นที่ปนเปื้อน

6.การฟื้นฟูดินให้ปลอดภัยสำหรับเกษตรกร

7.การจัดทำแผนที่ความเสี่ยง ห่วงโซ่สินค้าเกษตร

8.จัดตั้งศูนย์ตรวจโลหะหนักประจำจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่

ดร.สืบสกุล กล่าวถึงแผนการเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยง กับประชาชนในลุ่มน้ำกก จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายชัดเจน เพื่อปกป้องสุขภาพและแหล่งอาหาร ซึ่งต้องกำหนดกรอบเวลาแนวคิด 5 ปี และมีแผนสื่อสารความเสี่ยงสารพิษ ต้องสื่อสาร ความโปร่งใสตรงไปตรงมาเพื่อป้องกันการกล่าวหาปกปิดข้อมูล อาจทำให้สถาณการณ์เลวร้ายขึ้น และต้องมีการสื่อสารสองทาง หรือช่องทางการสื่อสารต่างๆ

สำหรับการเก็บตัวอย่างพืชผลทางการเกษตร ทีมวิจัยจาก ม.นเรศวร ม.แม่ฟ้าหลวง และ สกสว. จะลงพื้นที่เก็บตัวอย่างพืช และน้ำ ในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และตลอดริมแม่น้ำกกในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งจะคล้ายกับการเก็บตัวอย่างน้ำแม่น้ำกกเมื่อปีที่ผ่าน โดยใช้วิธีตรวจหาลายนิ้วมือนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เพื่อยืนยันว่าสารโลหะหนักมาจากแหล่งใด