"รักชนก" ลุยสอบสร้าง "แลนด์มาร์กสุวรรณภูมิ" หลังชลประทานไม่อนุญาต

การเมือง
12:58
จำนวนผู้ชม 5
Thai PBS
"รักชนก" ลุยสอบสร้าง "แลนด์มาร์กสุวรรณภูมิ" หลังชลประทานไม่อนุญาต

วันนี้ (12 ก.ย.2569) น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการพัฒนาพื้นที่ริมคลองเพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ "แลนด์มาร์กของโลก สุวรรณภูมิ ยุครัตนโกสินทร์" ของ อบต.ราชาเทวะ

พื้นที่โครงการอยู่บริเวณท้ายซอยกิ่งแก้ว 30 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยโครงการดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตทั้งด้านความจำเป็น ความเหมาะสมของพื้นที่ และความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณสาธารณะ

เบื้องต้น โครงการมีแผนดำเนินงานหลายระยะ หากก่อสร้างครบทั้งหมดอาจใช้งบประมาณเกือบ 200 ล้านบาท ขณะที่ยังมีโครงการเกี่ยวเนื่องในพื้นที่ เช่น การก่อสร้างรั้ว การติดตั้งกล้องวงจรปิด และการปรับภูมิทัศน์ ส่งผลให้ภาพรวมงบประมาณของโครงการและงานที่เกี่ยวข้องถูกจับตาว่าอาจมีมูลค่าสูงกว่านั้น

ชลประทานยืนยันไม่อนุญาต เหตุเสี่ยงกีดขวางทางน้ำ

เจ้าหน้าที่กรมชลประทานชี้แจงว่า ได้รับหนังสือแจ้งการดำเนินโครงการจาก อบต.ราชาเทวะ ตั้งแต่เดือน พ.ค.2568 ก่อนพิจารณาแล้วเห็นว่า สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่อาจกีดขวางเส้นทางระบายน้ำระหว่าง กรุงเทพมหานคร และ จ.สมุทรปราการ

กรมชลประทานจึงมีหนังสือแจ้งกลับไปยัง อบต.ราชาเทวะในปีเดียวกันว่า ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีการลงนามสัญญาและเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว

กรมชลประทานจึงได้ทำหนังสือแจ้งให้ระงับการก่อสร้าง พร้อมเตรียมดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อระบบระบายน้ำ และการก่อสร้างอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โดยรอบ

ด้าน น.ส.รักชนก ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังไม่ได้รับความร่วมมือจาก อบต.ราชาเทวะอย่างเพียงพอ จึงจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งเรื่องการอนุญาตใช้พื้นที่ ขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง และความเหมาะสมของการใช้งบประมาณ

จ่อส่งข้อมูล สตง.-ป.ป.ช. ตรวจสอบความรับผิดชอบ

คณะกรรมาธิการเตรียมรวบรวมข้อสังเกตและข้อมูลจากการลงพื้นที่ในสัปดาห์หน้า ส่งให้กรมชลประทาน เพื่อเร่งรัดให้มีหนังสือแจ้งไปยัง อบต.ราชาเทวะ ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการก่อสร้างในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ จะส่งข้อมูลให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตรวจสอบขั้นตอนการอนุมัติโครงการ การจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้จ่ายงบประมาณ ว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบราชการ และหลักความคุ้มค่าหรือไม่

สำหรับกรณีที่โครงการอาจถูกสั่งระงับหรือมีคำสั่งให้รื้อถอน สตง. ระบุว่า อาจมีแนวทางเรียกคืนงบประมาณหรือค่าเสียหายจากผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบได้ แต่ต้องรอผลตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่า บุคคลหรือหน่วยงานใดมีหน้าที่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

อ่านข่าว :

เสียงสะท้อนวงการผ้าเหลือง ทำอย่างไรให้ทุกบาทจากศรัทธาโปร่งใส ?

"มะแขว่นโป่งแยง" คว้า GI เชียงใหม่ยกระดับสู่ "ผงโรยข้าว" อัปมูลค่าสร้างรายได้

ตรวจสอบเส้นเงิน 215 ล้าน คดี “อดีตพระโชติ” คาดมีเกี่ยวข้องอีก 1-2 คน