วันนี้ (17 ก.ย.2569) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.จอมทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด กรณีกลุ่มนักท่องเที่ยวประมาณ 10 คน ฝ่าฝืนป้ายเตือนและแนวกั้น ออกนอกเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา บริเวณลานข้าวตอกฤๅษี เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2569 เวลาประมาณ 13.00 น. เพื่อถ่ายภาพ จนส่งผลให้พืชพรรณอนุรักษ์ในพื้นที่เปราะบางได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานจากภาพถ่าย และกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว
แจ้งความ นทท.10 คน ฝ่าแนวกั้นเหยียบ "ข้าวตอกฤๅษี" พืชหายาก
นายจิรนิติ เชิงสะอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เปิดเผยว่า ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองระบบนิเวศเป็นอันดับแรก การกระทำดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน ซึ่งอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 โดยไม่มีการข้อยกเว้น เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในการดูแลรักษามรดกทางธรรมชาติของประเทศต่อไป
แจ้งความ นทท.10 คน ฝ่าแนวกั้นเหยียบ "ข้าวตอกฤๅษี" พืชหายาก
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบร่องรอยการเหยียบย่ำหลายจุดบริเวณลานข้าวตอกฤๅษี ซึ่งเป็นมอสขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นพืชหายากที่จะเจริญเติบโตได้เฉพาะในพื้นที่ป่าเมฆที่มีความสมบูรณ์สูง ความชื้นคงที่และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 2,000 เมตรขึ้นไปเท่านั้น
ข้าวตอกฤๅษีเป็นพืชที่มีความเปราะบางสูงมาก มีอัตราการเจริญเติบโตช้า การถูกเหยียบย่ำเพียงครั้งเดียว อาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานหลายปี หรืออาจทำให้กลุ่มพืชตายลงโดยไม่สามารถฟื้นฟูได้อีก
แจ้งความ นทท.10 คน ฝ่าแนวกั้นเหยียบ "ข้าวตอกฤๅษี" พืชหายาก
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ระบุว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้ เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ และการประกอบกิจกรรมนันทนาการนอกบริเวณที่กำหนดไว้ ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 หลังจากนี้ทางอุทยานฯ จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา จัดส่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจุดเปราะบางถี่ขึ้น พร้อมปรับปรุงแนวกั้นและป้ายเตือนให้มีความชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต
อุทยานฯ ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวทุกคน ให้ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยห้ามออกนอกเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ห้ามเหยียบย่ำพืชพรรณไม้ทุกชนิด และห้ามรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ที่มีป้ายหรือแนวกั้นห้ามเข้า เพื่อร่วมกันปกป้องและรักษาคุณค่าทางธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไป
อ่านข่าว :
"กรณ์" ชี้สหรัฐฯ ไม่รอไทย จ่อคว่ำบาตร 28 รายชื่อโยงสแกมเมอร์
นายกฯ สั่งปลัดมหาดไทย เร่งตั้ง "มท.ส่วนหน้า" ตามมติ สมช.
ทลายขบวนการทุจริตบัตรหัวศูนย์ ออกหมายจับ 33 คน พบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว
