" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news28122011/55997-imagejpeg-80122.jpg
ในรอบ 20 ปี การค้าระหว่างอาเซียนกับจีนนั้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นถึง 37 เท่า หากเปรียบเทียบมูลค่าการค้าปี 2553 เทียบกับปี 2552 พบว่ามูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ ส่วนมูลค่าการค้าในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้พบว่ามีมูลค่าสูงกว่าปีที่ผ่านมาและเชื่อว่าจะเพิ่มเป็น 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ภาคเอกชนควรใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์โดยการขยายการลงทุนกลุ่มอาเซียนรวมทั้งจีน
นอกจากนี้ การเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 หรือ เออีซี จะช่วยเปิดประตูทางการค้าระหว่างกันซึ่งจะมีการลดภาษีเหลือร้อยละ 0 ในสินค้าหลายกลุ่ม จึงต้องการให้ผู้ประกอบการไทยหันไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเพื่อทำการค้าการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนให้มากขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจบริการ เช่น การท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจนำเที่ยว
นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน และอดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในปี 2012 เป็นปีที่เศรษฐกิจโลกอาจมีการเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย ไต้หวัน และผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจในทวีปยุโรปที่จะส่งผลให้กำลังซื้อลดลง
ดังนั้น ประเทศในกลุ่มอาเซียนรวมทั้งจีนควรร่วมมือกันเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในภูมิภาคโดยขยายการค้าการลงทุนระหว่างกัน เช่น การขนส่งน้ำมันทางท่อ หรือการสร้างท่าเรือทวาย เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค และทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างกันมีความสะดวกมากขึ้น
