เมื่อวันที่ (6 พ.ย.69) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอำเภอแม่สาย สำนักงานสิ่งแวดล้อมและความคุมมลพิษที่ 1(เชียงใหม่) การประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ชุมชนหัวฝาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อติดตามปัญหาแม่น้ำสายมีสีขุ่นเข้ม จนผลิตน้ำประปาไม่ได้กระทบหลายชุมชนในเขตเมืองแม่สายและโดยรอบ
แม่สายจ่ายน้ำประปาได้ 80% แต่พบสารหนูในแม่น้ำสายสูงเกินมาตรฐาน 25 เท่า
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า การประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่สาย สามารถจ่ายน้ำให้ประชาชนได้ประมาณร้อยละ 80 เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ที่จ่ายได้ประมาณร้อยละ 60 หลังน้ำดิบมีความขุ่นผิดปกติเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ส่งผลกระทบต่อกระบวนการกรองน้ำและการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ 2 ตำบล รวม 14 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.เวียงพางคำ และ ต.แม่สาย
แม่สายจ่ายน้ำประปาได้ 80% แต่พบสารหนูในแม่น้ำสายสูงเกินมาตรฐาน 25 เท่า
อย่างไรก็ตาม ระบบจ่ายน้ำยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติเต็มรูปแบบ จังหวัดจึงเร่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ โดยประสานสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 จ.เชียงใหม่ เข้าตรวจสอบ เพื่อนำผลวิเคราะห์ไปประกอบการวางแผนจัดการปัญหาและประเมินความปลอดภัยของน้ำ
ส่วนสาเหตุของน้ำดิบที่ขุ่นผิดปกติยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยจังหวัดจะเร่งหาข้อเท็จจริงว่าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการประกอบอาชีพในประเทศเพื่อนบ้าน หรือกิจกรรมภายในประเทศไทย เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอเป็นแนวทางเชิงนโยบายและกำหนดมาตรการป้องกันในระยะยาว
หนึ่งในปัญหาที่น่ากังวลคือการทำเหมืองแร่บริเวณแม่น้ำสาย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในฝั่งใด รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญและเข้มงวดในการแก้ไขปัญหา ขณะเดียวกัน เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2567 ยังสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบประปาให้มีความมั่นคงมากขึ้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงแผนพัฒนาระบบประปาที่จังหวัดเสนอรัฐบาลในระยะแรก พัฒนาแหล่งน้ำที่ อ.เชียงแสน เพื่อส่งน้ำมาให้บริการประชาชนใน อ.แม่สาย โดยก่อนเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2567 การก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 50 ส่วนระยะยาวพัฒนาแหล่งน้ำอ่างเก็บน้ำดอยหัวแม่คำ
แม่สายจ่ายน้ำประปาได้ 80% แต่พบสารหนูในแม่น้ำสายสูงเกินมาตรฐาน 25 เท่า
นอกจากนี้ ยังมีแผนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในการจัดทำระบบน้ำบาดาลและถังเก็บน้ำ ซึ่งอยู่ในแผนดำเนินงานปี 2570 เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองควบคู่กับการพัฒนาแหล่งน้ำจาก อ.เชียงแสน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายคาดว่า หากสถานการณ์มีความคงที่ ภายใน 1 ปี จะสามารถรองรับการกระจายน้ำให้ประชาชนได้
แม่สายจ่ายน้ำประปาได้ 80% แต่พบสารหนูในแม่น้ำสายสูงเกินมาตรฐาน 25 เท่า
นางสาวปิยนุช ทรวงคำ ผู้อำนวยการส่วนการจัดการคุณภาพน้ำ อากาศและเสียง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1(เชียงใหม่) กล่าวว่า สถานการณ์แม่น้ำสายมีความขุ่นและปริมาณตะกอนสูงผิดปกติ จนกระทบต่อกระบวนการผลิตน้ำประปาใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่จึงนำชุดทดสอบเบื้องต้นมาตรวจหาสารหนู พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจในห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม
เบื้องต้นพบว่าสภาพทางกายภาพของแม่น้ำสายมีสีน้ำตาลแดง ค่อนข้างขุ่น และมีปริมาณน้ำน้อย สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำสายเพื่อทดสอบด้วยชุด Test Kits สารหนูเบื้องต้น ผลการทดสอบ พบสารหนูเกินมาตรฐาน คือ 0.25 มิลลิกรัมต่อลิตร (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร
ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจเกิดจากในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา มีฝนตกบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จึงมีความเป็นไปได้ว่าฝนอาจชะล้างสารโลหะหนักที่สะสมอยู่ให้ไหลลงสู่ลำน้ำ ประกอบกับปริมาณน้ำในแม่น้ำที่ลดลง อาจทำให้ความเข้มข้นของตะกอนและสารปนเปื้อนเพิ่มสูงขึ้น
แม่สายจ่ายน้ำประปาได้ 80% แต่พบสารหนูในแม่น้ำสายสูงเกินมาตรฐาน 25 เท่า
นางสาวปิยนุช ยังกล่าวถึงผลการตรวจแม่น้ำสายตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษตรวจพบสารหนูในแม่น้ำสายเกินค่ามาตรฐานสูงสุดประมาณ 28 เท่า และกันยายนระดับสารหนูลดลง แต่ยังคงเกินค่ามาตรฐาน อยู่ระหว่าง 0.012-0.017 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะเดียวกันแม่น้ำสายเป็นแม่น้ำสายเดียวที่ตรวจสบสารหนูเกินค่าทุกครั้งที่ตรวจที่มีทั้งหมด 3 จุด
แม่สายจ่ายน้ำประปาได้ 80% แต่พบสารหนูในแม่น้ำสายสูงเกินมาตรฐาน 25 เท่า
นายคมสัน สัมมา ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่สาย กล่าวว่า การประปามีการตรวจวัดคุณภาพน้ำดิบก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว โดยเฝ้าระวังต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุและระหว่างเกิดเหตุ แต่หลังพบความขุ่นของน้ำเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ ทั้งการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น (Test Kit) เพื่อตรวจเฝ้าระวังสารหนู และประเมินประสิทธิภาพของระบบกรองน้ำ
แม่สายจ่ายน้ำประปาได้ 80% แต่พบสารหนูในแม่น้ำสายสูงเกินมาตรฐาน 25 เท่า
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น้ำดิบมีปริมาณสารหนูสูงเกินกว่าระดับที่ระบบบำบัดสามารถรองรับได้ ประกอบกับมีค่าความขุ่นสูง จึงกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้น้ำ ทำให้ต้องหารือกับฝ่ายปกครองและแจ้งเตือนประชาชนตามแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่ได้ซักซ้อมไว้
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ค่าความขุ่นเพิ่มสูงกว่า 10,000 NTU และตรวจวัดได้ประมาณ 14,000 NTU ทำให้การประปาต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประเมินร่วมกันว่า หากเดินเครื่องผลิตน้ำต่อไป อาจเกินขีดความสามารถของระบบบำบัด จึงมีมติแจ้งเตือนประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนที่เตรียมไว้
นายคมสัน ระบุว่า โดยปกติมวลน้ำที่มีความขุ่นสูงลักษณะนี้มักไหลผ่านมาในช่วงเวลาสั้น ๆ เมื่อผ่านพ้นไปแล้วจึงจะสามารถกลับมาผลิตน้ำประปาได้ตามปกติ แต่สถานการณ์เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าค่าความขุ่นและสารปนเปื้อนสูงเกินขีดความสามารถของระบบผลิตและบำบัดน้ำ
แม่สายจ่ายน้ำประปาได้ 80% แต่พบสารหนูในแม่น้ำสายสูงเกินมาตรฐาน 25 เท่า
ทั้งนี้ ในช่วงหน้าแล้งค่าความขุ่นของน้ำดิบอยู่ที่ประมาณ 800-1,200 NTU และในช่วงน้ำหลากอาจเพิ่มขึ้นถึง 3,000 NTU ซึ่งระบบกรองยังสามารถรองรับได้ โดยที่ผ่านมาเคยทดสอบพบว่าระบบรองรับความขุ่นได้สูงสุดประมาณ 6,000 NTU
แม่สายจ่ายน้ำประปาได้ 80% แต่พบสารหนูในแม่น้ำสายสูงเกินมาตรฐาน 25 เท่า
ด้านข้อมูลจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยสาเหตุแม่น้ำสายมีสีขุ่นผิดปกติ คาดว่าเกิดจากการทำเหมืองต้นแม่น้ำสาย บริเวณจังหวัดท่าขี้เหล็กพบว่า มีเหมืองแร่ทั้งหมด 28 บริษัท ประกอบด้วยเหมืองทองคำ 12 บริษัท เหมืองแมงกานีส 6 บริษัท เหมืองตะกั่วและสังกะสี 6 บริษัท ดีบุก 3 บริษัท และเหมืองพลวง 1 บริษัท
เหมืองทองคำมีอยู่เมืองโตน เมืองสาด ตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง ห่างไปประมาณ 25 กิโลเมตร ต้นน้ำเป็นเหมืองทองคำ 4 บริษัท บริเวณดอยก่อวัน มีเหมืองทอง 4 บริษัท เป็นต้นแม่น้ำสายห่างจากแม่สาย ราว 30 กิโลเมตร
ข้อมูลแหล่งข่าวระบุว่า การสะกัดทองคำจะต้องทำในลำน้ำสาย หรือลำห้วยสาขา บริเวณใกล้ดอยหัวแม่คำ และดอยก่อวัน โอกาสที่จะซะล้างลงแม่น้ำและฝนจึงทำให้ตะกอนน้ำขุ่นข้นสูงเกินค่าปกติกระทบการผลิตน้ำประปา
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
