ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในฟิลิปปินส์เพิ่มเป็น 43 คนแล้ว

ต่างประเทศ
13:55
จำนวนผู้ชม 40
Thai PBS
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในฟิลิปปินส์เพิ่มเป็น 43 คนแล้ว

ออสเตรเลียยังเผชิญกับน้ำท่วมหนักในรัฐควีนส์แลนส์ ส่วนที่ฟิลิปปินส์วันนี้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.7 ริกเตอร์ ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 43 คนแล้ว

เด็กนักเรียนชั้นประถมต่างวิ่งหนีออกจากห้องเรียน หลายคนร้องไห้เสียขวัญ หลังเกิดแผ่นดินไหววัดความรุนแรงได้ 6.7 ริกเตอร์เมื่อเวลา 11.49 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 12.49 น. ตามเวลาในประเทศไทย สั่นสะเทือนเกาะเนกรอสและเกาะเซบู ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์ โดยมีจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ทางเหนือจากเกาะเนโกรส 70 กิโลเมตร และมีความลึกลงไปใต้ดิน 10 กิโลเมตร

แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารบ้านเรือนหลายหลังพังถล่ม นอกจากนี้ ยังมีรายงานกำแพงถล่มทับเด็กหญิงวัย 9 ขวบ เสียชีวิต แต่เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้รุนแรงมากนัก รัฐบาลกลางจึงยังไม่ส่งกำลังจากส่วนกลางเข้าช่วยเหลือ จึงมีเพียงเจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่นและกองกำลังทหารส่วนภูมิภาค เข้าค้นหาประชาชนที่ติดอยู่ตามซากอาคาร ล่าสุด รายงานผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 43 คน โดยจำนวน 29 คนเสียชีวิตเพราะดินถล่มหลังแผ่นดินไหว

ส่วนที่ออสเตรเลีย รัฐควีนส์แลนด์ยังเผชิญกับภาวะน้ำท่วม นอกจากนี้ น้ำในแม่น้ำบาลอน เมืองเซนส์ จอร์จ เพิ่มขึ้นสูงจนเกือบจะเท่าระดับถนนแล้ว ทางการต้องเสริมเขื่อนป้องกันน้ำท่วมเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร คาดว่าในวันพรุ่งนี้ ระดับน้ำจะสูงกว่า 14 เมตร ทำให้สภาท้องถิ่นต้องเร่งอพยพประชาชนเกือบ 2,500 คนไปยังเมืองใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ทางการออสเตรเลียประกาศเตือนอุทกภัยในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ และควีนส์แลนด์ หลังจากแม่น้ำหลายสายเริ่มเอ่อล้นจนท่วมที่ดินทางการเกษตรเสียหาย และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน

ส่วนที่ยุโรป นอกจากภัยหนาวแล้ว ตอนใต้ของประเทศกรีซยังเผชิญกับฝนที่ตกหนัก ทำให้เกิดอุทกภัยรุนแรงและดินถล่ม สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน ถนนและพื้นที่การเกษตร มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน บางพื้นที่มีน้ำท่วมสูงเกือบมิดหลังคารถ เมืองไพร์กอส และเมืองโอลิมเปีย ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินรับมือวิกฤตอุทกภัย

ชาติในแถบยุโรปยังเผชิญกับคลื่นความหนาวเย็นที่ปกคลุมทั่วทวีป และมีหิมะตกหนักหลายประเทศ ที่อังกฤษมีรายงานว่าวันนี้มีเที่ยวบินออกจากสนามบินฮีทโธรวเพียงร้อยละ 58 นอกจากนี้ ถนนหลายสายยังมีหิมะทับถมและน้ำแข็งเคลือบผิวถนน รวมทั้งมีรายงานหมอกลงจัด ทางการประกาศปิดโรงเรียนอีก 1 วัน

ที่อิตาลีต้องยกเลิกพาเหรดน้ำในวันที่ 2 ของงานคาร์นิวัลที่เมืองเวนิซ เพราะเกรงว่าสภาพอากาศหนาวจัด จะเป็นอันตรายต่อผู้ร่วมงาน โดยเฉพาะหากมีคนพลัดตกน้ำ จะทำให้เกิดอาการไฮโปเธอร์เมียได้ใน 3 นาที

แต่สำหรับที่ประเทศฮังการี อุณหภูมิเฉลี่ยติดลบ 16 องศาเซลเซียส ทำให้ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง แต่ประชาชนยังสนุกสนานกับการเล่นสเก็ตน้ำแข็งกลางแจ้งได้ แต่คาดว่าวันนี้ฮังการีจะเผชิญกับหิมะตกหนัก

ส่วนที่บอสเนีย หิมะตกหนักจนทับทับรถยนต์ประชาชนที่ติดค้างอยู่บนถนน เจ้าหน้าที่พยายามเต็มความสามารถในการขุดหิมะสูงกว่า 2 เมตร เพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายร้อยคนออกจากรถ อุณหภูมิที่บอสเนียเฉลี่ยติดลบ 25 องศาเซลเซียส

คลื่นความหนาวเย็นในยุโรปช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 306 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไร้บ้าน