ผวจ.ประจวบฯสั่งตรวจปางช้างใน อ.หัวหิน ป้องกันสวมทะเบียนช้างป่า
เจ้าหน้าที่กว่า 30 คน พื้นที่ออกตรวจปางช้างรายใหญ่ ทั้งที่ปางช้างหัวหินซาฟารี และ หมู่บ้านช้างหัวหิน โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจนับจำนวนตั๋วรูปพรรณ และ ตรวจไมโครชิป ที่หูซ้ายของช้างแต่ละเชือก จากการตรวจพบว่า ปางช้างหัวหินซาฟารี มีช้างทั้งสิ้น 19 เชือก มีตั๋วรูปพรรณจำนวน 15 เชือก ส่วนอีก 4 เชือกนั้น เป็นช้างที่อายุไม่ถึงเกณฑ์การทำตั๋วรูปพรรณช้าง ส่วนที่ปางช้างหมู่บ้านช้างหัวหิน มีช้างทั้งหมด 13 เชือก มีตั๋วรูปพรรณช้างถูกต้อง 13 เชือก
นายสัตวแพทย์สาโรจน์ จันทร์ลาด นายสัตวแพทย์สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บอกว่า จากข้อมูลเบื้องต้น พื้นที่อำเภอหัวหินมีปางช้างเปิดให้บริการ 3 แห่ง และ มีแหล่งท่องเที่ยวอีก 2 แห่ง ที่ขออนุญาตนำช้างออกมาบริการนักท่องเที่ยว รวมทั้งสิ้นจะมีช้างบ้านอยู่ในอำเภอหัวหินเกือบ 50 เชือก ซึ่งที่ผ่านมา ยังไม่พบการกระทำผิด
การออกตรวจปางช้างครั้งนี้นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ กรมอุทยานฯ และปศุสัตว์ในพื้นที่ ออกตรวจปางช้างในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อป้องกันและปราบปรามการสวมทะเบียนช้างป่าเป็นช้างบ้านออกหากิน เนื่องจากพื้นที่อำเภอหัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยว และมีปางช้างเปิดให้บริการนักท่องเที่ยว อยู่ถึง 3 แห่ง ซึ่งทั้ง 3 แห่ง มีช้างรวมกันกว่า 50 เชือก
อีกทั้งก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์การฆ่าช้าง ตัดงา ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี การออกตรวจครั้งนี้จึงเป็นมาตรการเชิงรุกในการป้องกันการฆ่าช้าง เพื่อเอาลูกช้างออกมาขายให้กับปางช้างต่างๆ
ขณะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเจ้าหน้าที่พิทักษ์ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ก็เข้าตรวจสอบตั๋วรูปพรรณช้างและไมโครชิพที่ฝังไว้กับช้าง ภายในปางช้าง 3 แห่ง คือ วังช้างอยุธยาแลเพนียด หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง และตลาดน้ำอโยธยา เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและเป็นการป้องปรามการลักลอบล่าสัตว์ป่าเพื่อนำมาตัดงา ตัดอวัยวะขาย หรือ นำไปแอบอ้างขึ้นทะเบียน เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิด
