กทม.เตรียมออกข้อบัญญัติคุมเข้มอาคารสูง

สังคม
01:14
จำนวนผู้ชม 0
Thai PBS
กทม.เตรียมออกข้อบัญญัติคุมเข้มอาคารสูง

สภากทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาตรวจสอบอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเร่งตรวจสอบอาคารที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะอาคารที่ก่อสร้างก่อนปี พ.ศ.2535 ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีการติดตั้งระบบเตือนภัย

นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีมติให้ตั้งคณะกรรมการดูแลควบคุมกอาคารสูงในพื้นที่ กทม. โดยมีคณะกรรมการทั้งหมด 17 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการ สำนักผังเมือง สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งคณะกรรมการฯ ชุดนี้จะร่วมกับผู้บริหารกทม.ลงพื้นที่สำรวจอาคารสูงในพื้นที่ต่างๆ ทั้งที่สร้างก่อนและหลังปี พ.ศ. 2535 เพื่อนำไปพิจารณาแก้ไขข้อบัญญัติอาคารสูงเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ปี 2535 นอกจากนี้ จะขอความร่วมมือให้เจ้าของอาคาร ติดตั้งสปริงเกอร์ บันไดหนีไฟ และติดตั้งสัญญาณเตือนภัย เพื่อป้องกันเหตุอัคคีภัย พร้อมระบุได้ เสนอให้พิจารณาเพิ่มเติมรายละเอียดให้เจ้าของอาคารสูง ตั้งแต่ 7 ชั้นขึ้นไป สร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ไว้ด้านบนอาคาร ภายในข้อบัญญัติควบคุมอาคารสูงด้วย ขณะที่ กรุงเทพมหานคร เตรียมพิจารณาซื้อเฮลิเคอบเตอร์จำนวน 1 ลำ จำนวน 200 - 300 ล้านบาท เพื่อความปลอดภัย และเข้าถึงพื้นที่โดยเร็ว หากเกิดกรณีฉุกเฉิน หรือเกิดเหตุเพลิงไหม้ และควรมีการฝึกซ้อมแผนการหนีไฟ ทุก 3-6 เดือน

ทั้งนี้ หลังจากข้อบัญญัติบังคับใช้แล้ว หากเจ้าของอาคารไม่ปฎิบัติตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2535 โทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารปี พ.ศ. 2535 จะถูกดำเนินคดีอาญา และพนักงานท้องถิ่งจะดำเนินคดีเป็นรายวัน หรือรื้อถอนอาคาร โดยเบื้องต้นพบว่า อาคารสูงที่สร้างก่อน ปี 2535 มีกว่า 1000 แห่ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร

ปัจจุบัน กฎหมายยังอยู่ในช่วงผ่อนผันอาคาร โดยให้ตรวจสอบเฉพาะที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตรวจสอบอาคารพื้นที่ 2,000 ตารางเมตรไป ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ซึ่งการตรวจสอบอาคาร เป็นการตรวจสอบ ความมั่นคงแข็งแรงของตัวอาคาร ระบบประกอบอาคาร เช่น สิ่งอำนวยความสะดวก และแผนฉุกเฉินอื่นๆ โดยตรวจสอบอย่างน้อย 4 วัน ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการรับตรวจสอบอาคารทั้งที่จดทะเบียนในรูปแบบบริษัทและบุคคลธรรมดารวมกันประมาณ 1,000 ราย


แท็กที่เกี่ยวข้อง

-