ฟุตซอลไทยถล่มติมอร์ 19-1 เข้ารอบตัดเชือก
เป็นนัดที่ 3 ของทีมฟุตซอลไทย ที่ชนะมา 2 นัดรวดยิงไป 48 ประตู พบกับ ติมอร์ ทีมไทยชนะไปตามความคาดมายแม้ไม่มีศุภวุฒิเถื่อนกลาง ดาวซัลโวของทีม โดยเจษฎา ชูเดช ทำมากที่สุด 5 ประตู ตามมาด้วย กฤษฎา วงศ์แก้ว 3 ประตู ทำให้ กฤษฎา ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวของรายการนี้ที่ 14 ประตู โดยทีมชาติไทยถล่มติมอร์ไป19-1 ทีมไทยลงเล่น 3 นัดยิงไป 67 ประตู เสีย 3
การแข่งขันฟุตซอลรายการดังกล่าวทีมชาติไทยครองความเป็นแชมป์ได้ถึง 7 สมัยโดยลงเล่นทุกครั้งและสามารถคว้าแชมป์ได้ทุกครั้ง เนื่องจากขณะนี้ทีมชาติไทยมีมาตรฐานทีมที่ค่อนข้างสูงและสามารถไทยก้าวขึ้นไปสู่อันดับ 11 ของโลก ซึ่งเหนือกว่าทุกทีมในย่านอาเซี่ยน แต่ 3 นัดที่ผ่านมาที่โค้ชไม่ค่อยพอใจคือเรื่องเกมรับ ที่แม้จะเจอกับทีมต่างชั้นกันมากอย่าง ติมอร์, ลาว แต่ยังเสียประตูได้ เป็นเพราะจุดอ่อนในเกมรับ
เนื่องจากนักเตะเกมรับชุดนี้มีเพียง จิรวัฒน์ สอนวิเชียร คนเดียวที่เคยผ่านเกมใหญ่ที่เจอกับญี่ปุ่น นอกนั้นเป็นนักเตะรุ่นใหม่ที่โค้ชชุดนี้ปั้นมาทั้งหมด จะสังเกตเห็นได้ว่า นักเตะทีมชาติชุดดังกล่าวแทบจะไม่มีนักเตะของทีม ธอส.อาร์แบค เจ้าของแชมป์ฟุตซอลลีก ที่เพิ่งได้แชมป์กลุ่มฟุตซอลเอเชียรอบคัดเลือก
ดังนั้นจึงเป็นการบ้านหนักของฟุตซอลไทยเพราะจะต้องไปแข่งขันชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตในปลายเดือน พ.ค. รวมถึงนักเตะชุดนี้จะเป็นชุดที่ลงเตะชิงแชมป์โลกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือน พ.ค.
