ร้อนจัดส่งผล ค่าเอฟทีปรับขึ้น ยอดการใช้ไฟฟ้าพุ่ง

เศรษฐกิจ
11:16
จำนวนผู้ชม 25
Thai PBS
ร้อนจัดส่งผล ค่าเอฟทีปรับขึ้น ยอดการใช้ไฟฟ้าพุ่ง

กฟผ. เผยข้อมูลสถิติการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา พบว่ามีการทุบสถิติปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด โดยช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดคือช่วง 14.00-15.00 น. คาดว่าเป็นผลมาจากสภาพอากาศร้อนในประเทศไทยและทำให้มีผลต่อปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร

ด้วยอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 38.4 องศาเซลเซียสของช่วงเดือนเมษายน ประกอบกับประชาชนมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อคลายร้อน อีกทั้งในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วม ผู้ประกอบการบางส่วนยังต้องใช้พลังงานในการกู้คืน และพัฒนาในภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้สถิติการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมาทำลายสถิติเป็นรอบที่ 6 โดยมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงถึง 25,682 เมกะวัตต์

จากเหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงมาถึงการที่ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เห็นชอบให้มีการขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) อีกหน่วยละ 30 สตางค์ โดยต้นทุนค่าเอฟทีที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 70 ของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า ทำให้ค่าไฟบ้านรอบเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมนี้จะปรับเพิ่มเป็นหน่วยละ 3.80 บาทจากเดิม 3.50 บาท หรือในแต่ละเดือนประชาชนต้องรับภาระค่าไฟเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเดือนละ ร้อยละ 7-8 นอกจากนี้คณะกรรมการยังเห็นชอบให้ส่งสัญญาณถึงประชาชน เตรียมรับมือค่าไฟฟ้าในงวดถัดไป ซึ่งจะพิจารณาทยอยปรับขึ้นค่าเอฟทีแบบขั้นบันได

นายสมมาตร ขุนเศรษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในส่วนของประชาชนถือว่าต้องรับภาระหนักกับค่าใช้จ่ายส่วนพลังงาน และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะการปรับขึ้นของค่าเอฟทียังส่งผลกระทบถึงภาคเอกชนที่ต้องแบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ค่าแรง ค่าน้ำมัน และวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ทำให้มีแนวโน้มการปรับขึ้นของราคาสินค้า ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่พิจารณาการปรับขึ้นราคาของสินค้า หากผู้ประกอบการรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว และป้องกันการเกิดกรณีขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม

จากปัญหาดังกล่าวทำให้เกิดการรณรงค์จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ให้ประชาชนลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อแบ่งเบาภาระของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อม


แท็กที่เกี่ยวข้อง