เจ้าภาพร่วม
เกมนัดเปิดสนามที่เนชั่นนัล สเตเดียม ในกรุงวอร์ซอว์ กลุ่มเอ เจ้าภาพร่วม พบกับ กรีซ แชมป์เมื่อปี 2004 ช่วงต้นเกมเป็นโปแลนด์ที่ทำได้ดีกว่า ก่อนจะมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 17 จากลูกโหม่งของ โรเบิร์ต เลวานดอว์สกี้
สถานการณ์ของกรีซยิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อ โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ไปทำฟาล์ว ราฟาล มูราฟสกี้ จนโดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม กรีซเหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที
ครึ่งหลัง กรีซ ปรับเกมรุกโดยส่ง ดิมิตริออส ซัลปินจิดิส ลงมาแทน โซติริส นินิส และเพียงแค่ 6 นาที ซัลปินจิดิส ก็มาทำประตูตีให้กรีซตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ
นาทีที่ 67 แผงหลังของโปแลนด์เช็กล้ำหน้ากันพลาด ปล่อยให้ ซัลปินจิดิส หลุดเข้ากรอบเขตโทษก่อนจะโดน วอจเชียช เซสนี่ย์ รวบล้มลงในเขตโทษผู้ตัดสินชักใบแดงไล่ เซสนี่ย์ ออกจากสนาม โปแลนด์เหลือผู้เล่น 10 คนเช่นกันแถมยังเสียจุดโทษในจังหวะนี้
แต่ เปอร์เซมิสลาฟ ไตตอน ผู้รักษาประตูตัวสำรองลงมาเป็นฮีโร่เซฟลูกยิงของ จอร์จอส คารากูนิส กัปตันทีมของกรีซไว้ได้ เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกมเสมอกัน 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม
อีกคู่ในกลุ่มเอที่สนามสตาดิโอน มีเยจสกี้ รัสเซีย พบ สาธารณรัฐเช็ก นาทีที่ 15 รัสเซียได้ประตูขึ้นนำไปก่อน อเลกซานเดอร์ เคอร์ซาคอฟ โหม่งย้อนไปเสา 2 บอลไปชนเสาแต่บอลมาเข้าทาง อลัน ซาโกเยฟ ยิงเข้าไปไม่เหลือ รัสเซียนำ 1-0
ถัดมา 8 นาที รัสเซียได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 อังเดร อาร์ชาวิน ผ่านบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ บอลเลยมาถึง โรมัน ชิโรคอฟ จิ้มบอลข้ามตัวปีเตอร์ เช็กเข้าประตูไป
ครึ่งหลังนาที 52 วัคลาฟ ปิลาร์ หลุดเข้าไปแตะหลบ วยาเชสลาฟ มาลาเฟเยฟ ก่อนจะยิงเข้าไปง่ายๆ ให้เช็กตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2
ช่วง 15 นาทีสุดท้าย ซาโกเยฟ มายิงประตูที่สองของตัวเองให้รัสเซีย นำห่างออกไปอีกครั้งเป็น 3-1 ก่อนที่ โรมัน พาฟลูเชนโก้ ตัวสำรองจะทำประตูสุดสวยปิดท้ายก่อนหมดเวลา 8 นาทีให้ รัสเซีย ชนะ เช็ก ขาดลอย 4-1 นัดต่อไป รัสเซียจะพบกับโปแลนด์ ส่วนเช็กจะพบกับกรีซ ส่วนวันนี้เป็นเกมกรุ๊ปออฟเดทในกลุ่มบี ฮอลแลนด์ พบ เดนมาร์ก และคู่ดึก เยอรมนี พบ โปรตุเกส
