เยอรมนีผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ มีโอกาสลุ้นแชมป์ฟุตบอลยูโร
การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือฟุตบอลยูโร 2012 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่สนามพีจีอี อารีน่า ในประเทศโปแลนด์ ทีมอินทรีเหล็ก เยอรมนี แชมป์กลุ่ม ซี พบกับ กรีซ รองแชมป์กลุ่มเอ สถิติเจอกัน 8 นัดหลังสุด เยอรมนี ไม่แพ้ และชนะได้ถึง 5 เกม โดยเกมนี้ เยอรมนี เปลี่ยนผู้เล่น 11 คนแรก จากเกมนัดที่แล้ว 3 คน ไม่ว่าจะเป็น มาร์โก้ รอยส์, อังเดร์ ชูเลย์, และ มิโลสลาฟ โครเซ่ แทนที่ของ ลูคัส โพดอลสกี, โธมัส มุลเลอร์ และ มาริโอ โกเมซ ส่วนกรีซ ไม่มี จอร์จอส คารากูนิส กัปตันทีม
นาทีที่ 39 เยอรมนี ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการยิงไกลสุดสวยของ ฟิลลิปป์ ลาห์ม นาทีที่ 55 กรีซ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จาก จอร์จอส ซามาราส นาทีที่ 61 เยอรมนี ได้ประตูนำ 2-1 จาก ซาร์มี่ เคญี่ร่า นาทีที่ 68 เยอรมนี ได้ประตูหนีเป็น 3-1 จาก มิโลสลาฟ โครเซ่ นาทีที่ 74 เยอรมนี ได้ประตูนำห่างเป็น 4-1 จาก มาร์โก้ รอยส์ นาทีที่ 90 กรีซได้ประตูตามมาเป็น 2-4 จากจุดโทษของ ดิมิทรีส ซัลปินจิดิส จบเกม เยอรมนี ชนะ กรีซ พร้อมกับเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปรอพบผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ หรืออิตาลี
ขณะที่หลังการแข่งขันแฟนบอลของทั้ง 2 ทีมต่างออกมาร่วมแสดงความคิดเห็นหลังจากจบเกม โดยแฟนบอลจากมิวนิก กล่าวว่า ฟุตบอลเป็นเรื่องของกีฬาไม่ใช่เรื่องการเมือง แม้กรีซกับเยอรมนี จะเป็นเจ้าหนี้ และลูกหนี้ทางเศรษฐกิจ แต่อยากให้มองว่านี่คือเรื่องของฟุตบอลเท่านั้น ส่วนแฟนบอลจากเอเธนส์ กล่าวว่า ไม่เสียใจที่ทีมแพ้เพราะการสู้กับทีมแกร่งอย่างเยอรมนี เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว ซึ่งเราจะฉลองกับประตูที่เราทำได้ในเกมนี้
