ร้อนจัดแต่เหงื่อไม่ออก? เช็ก 9 อาการ ฮีทสโตรก รับมือในวันที่ความร้อนพุ่ง
คุณเคยสังเกตไหม? บางวันอากาศร้อนจัด แต่ทำไมเหงื่อกลับไม่ออก? นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิต
สถิติที่น่าตกใจ ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานว่า ระหว่างเดือน มี.ค.–พ.ค. ปี 2558–2564 มีผู้เสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อนทั้งสิ้น 234 คน หรือเฉลี่ย 33 คนต่อปี และมีผู้ป่วยประมาณ 2,500–3,000 คนต่อปี
กรณีที่สะเทือนใจสังคมไทย ทั้ง "เอ-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม" ที่เสียชีวิตขณะซ้อมแข่งรถยนต์ และนักเรียนชายชั้น ม.6 ใน จ.บุรีรัมย์ที่เสียชีวิตขณะนั่งรถบัสไปทัศนศึกษา ล้วนเกิดจากฮีทสโตรก ทั้งสิ้น สะท้อนว่าโรคนี้ใกล้ตัวคนไทยมากกว่าที่คิด

ฮีทสโตรก (Heat Stroke) คืออะไร? ทำไมถึงอันตราย
ฮีทสโตรก คือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิของตัวเองได้ เมื่ออุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส รูขุมขนจะปิดลง เหงื่อหยุดออก ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ ส่งผลให้อวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ และไตเริ่มล้มเหลวตามลำดับ
ฮีทสโตรกอันตรายเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีภาวะโรคไตหรือไตวาย เพราะไตไม่สามารถกรองและระบายความร้อนส่วนเกินได้ตามปกติ ทำให้อาการรุนแรงและเสียชีวิตได้เร็วกว่าคนทั่วไป
ความแตกต่างของฮีทสโตรก 2 ประเภท
- Classic Heat Stroke เกิดจากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนนานเกินไป พบบ่อยในผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
- Exertional Heat Stroke เกิดจากการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมหนักในอากาศร้อน พบบ่อยในนักกีฬาและผู้ทำงานกลางแดด
อาการก่อนเป็นฮีทสโตรก — สัญญาณเตือนที่ต้องรู้
ก่อนที่จะเกิดฮีทสโตรก เต็มขั้น ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่สังเกตได้
• วิงเวียนศีรษะ มึนงง รู้สึกหัวโหวงโดยไม่มีสาเหตุ
• หัวใจเต้นเร็วแต่เบา รู้สึกใจสั่น ชีพจรเร็วผิดปกติ
• หายใจเร็วกว่าปกติ หายใจตื้น ไม่อิ่ม
• คลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแดดนาน
• กระหายน้ำมาก ปากแห้ง ลำคอแห้ง
• หน้าแดง ตัวร้อนจัด และเหงื่อออกมาก ระยะนี้ยังมีเหงื่อ หากเหงื่อหยุดออกแสดงว่าเข้าสู่ภาวะวิกฤต
⚠️ เมื่อรู้สึกถึงอาการเหล่านี้ หยุดทำกิจกรรมทุกอย่างทันที เข้าที่ร่มและเปิดพัดลม จิบน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดาบ่อย ๆ ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัวโดยเช็ดย้อนรูขุมขน
9 อาการฮีทสโตรกที่ต้องรู้จัก — เช็กให้ครบทุกข้อ
เมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะฮีทสโตรก เต็มขั้น อุณหภูมิจะค่อย ๆ สูงขึ้นจนถึง 40°C และจะแสดงอาการต่อไปนี้
1.อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40°C สามารถวัดได้ด้วยเทอร์โมมิเตอร์
2.ผิวหนังแห้ง แดง และร้อนจัด รูขุมขนปิดสนิท เหงื่อไม่ออกแล้ว (อันตรายมาก!)
3.ตะคริวกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงหรือเกร็งกระตุก
4.ไม่มีแรง หน้ามืด อ่อนเพลียรุนแรง ลุกขึ้นยืนไม่ได้
5.ปวดศีรษะรุนแรง ปวดตุบ ๆ ที่ขมับหรือทั่วศีรษะ
6.คลื่นไส้ อาเจียน อาจอาเจียนรุนแรงจนไม่สามารถดื่มน้ำได้
7.ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว อัตราการเต้นของหัวใจสูงผิดปกติ
8.พูดจาสับสน ไม่รู้เรื่อง หงุดหงิดจากความร้อน คนรอบข้างสังเกตได้ว่าพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากปกติ
9.เป็นลม หมดสติ เป็นภาวะวิกฤต ต้องโทร 1669 ทันที
ปฐมพยาบาลฮีทสโตรก ทำอะไรก่อน? ขั้นตอนถูกต้องตามแพทย์
เมื่อพบผู้มีอาการฮีทสโตรก ให้ทำตามขั้นตอนนี้โดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันให้คนอื่นโทร 1669 เพื่อนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล
1.รีบนำเข้าที่ร่มและอากาศถ่ายเท เปิดพัดลมหรือใช้พัดช่วย หากมีแอร์ให้เปิดพัดลมร่วมด้วยเสมอ
2.ให้นอนราบ ยกเท้าสูงสองข้าง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองและหัวใจ
3.หากผู้ป่วยอาเจียน ให้นอนตะแคงจนหายจากอาเจียนก่อน แล้วค่อยพลิกนอนหงาย ป้องกันการสำลัก
4.คลายเสื้อผ้าให้หลวม ปลดกระดุม เปิดช่องระบายอากาศทั้งหมด
5.เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดา เช็ดย้อนรูขุมขน เน้นบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ ข้อพับ ซึ่งมีหลอดเลือดใหญ่
6.ให้ดื่มน้ำหรือเกลือแร่ จิบทีละน้อยบ่อย ๆ ห้ามดื่มรวดเดียว ห้ามให้ดื่มหากไม่รู้สึกตัว
🚨 ห้ามทำ ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดโดยตรง เพราะอาจทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรวดเร็วและเกิดภาวะช็อกได้ ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็นพอเย็น

6 กลุ่มเสี่ยงฮีทสโตรก — ใครต้องระวังเป็นพิเศษ?
นพ.คมสันติ วงศ์กุลพิศาล ฝ่ายเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ยืนยันว่ามีคน 6 กลุ่ม ที่มีโอกาสเกิดฮีทสโตรกมากกว่าคนทั่วไป ดังนี้:
1.ผู้ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน นักกีฬา ทหาร ตำรวจ — ต้องดื่มน้ำทุก 15–20 นาที
2.เด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ระบบควบคุมอุณหภูมิร่างกายทำงานด้อยประสิทธิภาพ — ห้ามทิ้งไว้ในรถเด็ดขาด
3.ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต โรคหัวใจ — ยาบางชนิดลดความสามารถระบายความร้อน
4.ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ไขมันสะสมทำให้ระบายความร้อนได้ช้ากว่าปกติ
5.ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนล้าทำให้กลไกควบคุมอุณหภูมิทำงานได้ไม่เต็มที่
6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ขับน้ำออกจากร่างกายเร็ว ทำให้ขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว
วิธีป้องกันฮีทสโตรก ทำได้ทุกวันก่อนออกจากบ้าน
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 11.00–15.00 น. อุณหภูมิสูงสุดในรอบวัน
- จิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดวัน ดื่มน้ำ 1–2 แก้วก่อนออกจากบ้าน ไม่ต้องรอให้กระหายน้ำก่อน
- เลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสม สีอ่อน โปร่ง ไม่หนา น้ำหนักเบา ระบายความร้อนได้ดี และป้องกันแสงแดด
- หากออกกำลังกาย ต้องดื่มน้ำมากขึ้น และพักเป็นช่วง ๆ ในที่ร่ม
- หลีกเลี่ยงกาแฟและแอลกอฮอล์ เพิ่มความเสี่ยงขาดน้ำอย่างรวดเร็ว
- ห้ามทิ้งเด็กและผู้สูงอายุไว้ในรถปิดสนิท อุณหภูมิในรถกลางแดดพุ่งถึง 60°C ภายใน 10 นาที
- ติดตั้งแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศ ตรวจสอบดัชนีความร้อน (Heat Index) ก่อนออกนอกบ้านทุกครั้ง
รับมือฮีทสโตรกอย่างชาญฉลาด จำ 3 ข้อนี้ไว้
ฮีทสโตรกไม่ใช่เรื่องไกลตัว สถิติจาก 234 คนที่เสียชีวิตใน 7 ปี สะท้อนว่าทุกคนมีความเสี่ยง แต่ป้องกันและรับมือได้หากรู้จักโรคนี้ดีพอ
1.รู้จักสัญญาณเตือน เหงื่อไม่ออกทั้งที่ร้อนจัด + ผิวแห้งแดง + อุณหภูมิสูงเกิน 40°C = ฮีทสโตรก ต้องช่วยทันที
2.ปฐมพยาบาลถูกวิธี เข้าร่ม นอนราบยกเท้าสูง เช็ดตัวน้ำอุณหภูมิห้อง โทร 1669 ห้ามใช้น้ำแข็ง
3.ป้องกันก่อนเกิด ดื่มน้ำก่อนออกจากบ้าน ใส่เสื้อสีอ่อน หลีกเลี่ยงแดดจัด 11.00–15.00 น. และดูแลคนกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด
4.กลุ่มเสี่ยงต้องระวังพิเศษ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคไต/หัวใจ/ความดัน อย่าทิ้งไว้ในรถเด็ดขาด
5.โทร 1669 ทันที หากพบผู้หมดสติหรืออาการรุนแรง ทุกวินาทีมีความหมาย
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฮีทสโตรก
Q1: ฮีทสโตรกต่างจาก Heat Exhaustion อย่างไร?
คำตอบ Heat Exhaustion คืออาการอ่อนเพลียจากความร้อน มีเหงื่อออกมาก ยังรู้สึกตัวดี และยังระบายความร้อนได้ แต่ ฮีทสโตรก คืออาการขั้นวิกฤตที่เหงื่อหยุดออก อุณหภูมิเกิน 40°C และร่างกายล้มเหลวในการระบายความร้อน ต้องโทร 1669 ทันที
Q2 ร้อนจัดแต่เหงื่อไม่ออก อันตรายแค่ไหน?
คำตอบ อันตรายมาก การที่เหงื่อไม่ออกทั้งที่ร้อนจัด หมายความว่ารูขุมขนปิดแล้วและร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของฮีทสโตรก ต้องรีบเข้าที่เย็นและโทร 1669 ทันที
Q3 ดื่มน้ำเย็นจัดตอนเป็นฮีทสโตรกได้ไหม?
คำตอบ ไม่แนะนำ ควรจิบน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นพอเย็นทีละน้อยบ่อย ๆ ห้ามดื่มรวดเดียว และห้ามดื่มหากไม่รู้สึกตัว เพราะอาจสำลักได้ การเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องมีประสิทธิภาพมากกว่าการดื่มน้ำเย็นจัด
Q4 เด็กในรถจอดกลางแดดเสี่ยงฮีทสโตรกใน กี่นาที?
คำตอบ อุณหภูมิในรถปิดที่จอดกลางแดดสามารถพุ่งสูงได้ถึง 60°C ภายใน 10 นาที สำหรับเด็กที่มีร่างกายเล็กและระบบควบคุมอุณหภูมิอ่อนแอ อาจเกิดฮีทสโตรกและเสียชีวิตได้ภายใน 15–20 นาที ไม่ควรทิ้งเด็กหรือผู้สูงอายุไว้ในรถแม้แต่นาทีเดียว
Q5 ผู้ป่วยโรคไตเสี่ยงฮีทสโตรกมากกว่าคนทั่วไปไหม?
คำตอบ ใช่ ผู้ป่วยโรคไตหรือไตวายมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะไตไม่สามารถกรองและระบายของเสียจากความร้อนได้ตามปกติ ฮีทสโตรกในผู้ป่วยโรคไต อาจทำให้ไตล้มเหลวเฉียบพลันและเสียชีวิตได้รวดเร็วกว่าคนทั่วไปอย่างมาก ควรหลีกเลี่ยงแดดจัดโดยเด็ดขาด
ข้อมูลอ้างอิง
-สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
แนะนำเพิ่มเติม
• คน 6 กลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นฮีทสโตรกมากกว่าคนทั่วไป
• อันตรายถึงชีวิตกับอาการฮีทสโตรกที่มากับความร้อน
• ร่างกายร้อนเกินไปอาจตายได้ด้วย “โรคฮีทสโตรก”
• แยกให้ชัด ! ร้อนจัดแบบไหนคือภาวะ #ฮีทสโตรก หรือโรค #ลมแดด
• รู้จัก "ฮีทสโตรก" ภัยความร้อนเกิน 40 องศาฯ ตายเฉลี่ย 33 คนต่อปี
• ร้อนนี้ เช็กสัญญาณอันตราย "ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง"









