ไวรัส “แลงยา” ที่อาจระบาดแทนโควิด-19 น่ากังวลแค่ไหน ?

ไวรัส “แลงยา” ที่อาจระบาดแทนโควิด-19 น่ากังวลแค่ไหน ?

แชร์

ไวรัส “แลงยา” ที่อาจระบาดแทนโควิด-19 น่ากังวลแค่ไหน ?

https://www.thaipbs.or.th/now/content/200

Thai PBS AI
สรุปให้

บทเรียนจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้หลายประเทศตื่นตัวกับการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ เป็นที่มาการพบเชื้อไวรัส “แลงยา (Langya)” ที่อาจมีการระบาดแทนที่โควิด-19

ไทยพีบีเอส โดยวันใหม่วาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ศ.เกียรติคุณ วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาให้ความรู้โรคระบาดนี้

“ไวรัสแลงยา” เกิดจากอะไร ?
ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าวว่า ไวรัสแลงยา พบการระบาดครั้งแรกที่เมืองแลงยา มณฑลซานตง ประเทศจีน จึงเป็นที่มาของชื่อไวรัส

โดยเป็นไวรัสที่แพร่ระบาดจากสัตว์สู่คน โดยเริ่มพบตั้งแต่ 2561 ในชาวไร่คนหนึ่งในเมืองแลงยา ซึ่งป่วยด้วยไข้เรื้อรัง จากนั้นแพทย์ตรวจด้วยการสวอบ (Swab) ทางลำคอ หลังจากนั้นก็ทยอยพบผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้อีก 34 คน ทั้งในมณฑลซานตงและเหอหนานของประเทศจีน

เมื่อถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อไวรัสนี้ พบรหัสพันธุกรรมคล้ายรหัสพันธุกรรมจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก คล้ายหนูมีปากยาวแหลม (Shrews) ก็อาจแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสน้ำลาย อุจจาระ ปัสสาวะ ที่ถ่ายลงไปในพืชผัก เพราะคนติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร

ไวรัสแลงยา มีรหัสพันธุกรรมคล้ายรหัสพันธุกรรมจากหนูที่มีปากยาวแหลม (shrews)

ไวรัสแลงยา มีรหัสพันธุกรรมคล้ายรหัสพันธุกรรมจากหนูที่มีปากยาวแหลม (shrews)

 

สำหรับไวรัสแลงยาอยู่ในกลุ่มไวรัส “เฮนนิปา” (Henipa) ซึ่งกลุ่มนี้ยังมีสมาชิก อาทิ ไวรัสโม่เจียง (Mòjiāng) ไวรัสนิปาห์ (Nipah) และไวรัสเฮนดรา (Hendra) ซึ่ง 3 สมาชิกนี้จะมีอาการระบบทางเดินหายใจก่อน ตามด้วยระบบประสาท สมอง มีการชัก และเสียชีวิต อัตราการตายค่อนข้างสูง ประมาณ 40-70%

แต่สำหรับแลงยายังไม่มีรายงานการเสียชีวิต เนื่องจากไวรัสแลงยาเป็นไวรัสอุบัติใหม่ และยังไม่พบการแพร่เชื้อจากคนสู่คน

ไวรัสแลงยา มีอาการอย่างไร ?
ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าวว่า อาการแลงยา มีระยะฟักตัวประมาณ 4-15 วัน ผู้ติดเชื้อจะมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อาเจียน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาเจียน มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ตับม้ามล้มเหลวในบางราย แต่ยังไม่มีรายการผู้เสียชีวิต เพราะเป็นไวรัสใหม่

แต่หากดูไวรัสโม่เจียง (Mòjiāng) นิปาห์ (Nipah) และเฮนดรา (Hendra) พี่น้องของเขามีอาการมากกว่า ตั้งแต่อาการระบบทางเดินหายใจ ตามด้วยอาการทางสมอง สมองบวม อาเจียน สับสน ชัก โคม่าภายใน 24-48 ชั่วโมง หลังฟักตัว มีอัตราการตายค่อนข้างสูง 40-70%

“สิ่งที่เขาสนใจกันมากในกรณีไวรัสแลงยา คือมีการค้นพบโปรตีนหนามของไวรัสที่สามารถเกาะกับเซลล์แล้วเข้าไปในเซลล์ได้ จึงกังวลว่าอาจจะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดที่มากขึ้น และมีความคล้ายกับโควิด-19 แต่ก็เป็นข้อโชคดีว่า จะทำให้เราสามารถผลิตวัคซีนหรือยาได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาไวรัสกลุ่มเฮนนิปา”  

ไสรัสแลงยา ภาพจาก Center for Medical Genomics

ไสรัสแลงยา ภาพจาก Center for Medical Genomics

 

“แพทเทิร์นจะคล้าย ๆ โควิด-19 ที่เมื่อก่อน ผุบๆ โผล่ ๆ เชื้อแพร่ระหว่างสัตว์สู่สัตว์ สัตว์สู่คน และเป็นคนสู่คน ฉะนั้นต้องจับตาให้ดี ที่สำคัญโรคพวกนี้มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง 40-70% อีกอย่างคือ ไม่มียา ไม่มีวัคซีน ไม่มีระเบียบปฏิบัติว่าจะดูแลอย่างไร ไม่มีชุดตรวจ”


รับมืออย่างไรกับไวรัส “แลงยา” ?
ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าวว่า บทเรียนโควิด-19 ที่มีการติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมากนั้น องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ลิสต์รายชื่อไวรัส 10 ตัว ที่ต้องเฝ้าระวัง โดยจัดอยู่ในกลุ่มไวรัสเฮนนิปา 1 ในนั้นคือ แลงยา ส่วนที่เหลือมี อาทิ โควิด เมอร์ส อีโบลา ซาร์ส ไข้เลือดออกไครเมียคองโก ซิกา ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นโรคที่มีอัตราการตายสูง ยังไม่มีวัคซีนและยา และมาตรการต่าง ๆ ที่รัดกุมมารักษา

ไวรัสที่ต้องเฝ้าระวัง ภาพจาก Center for Medical Genomics

ไวรัสที่ต้องเฝ้าระวัง ภาพจาก Center for Medical Genomics

“ทุกประเทศถอดบทเรียนโควิด-19 พยายามทำเป็นคู่มือ เพื่อตอบโต้หรือป้องกันโรคอุบัติใหม่ออกมา 12 ข้อ เช่น

  • บุคลากรทางการแพทย์จะต้องอัพเกรดหรืออัปเดตความรู้ เนื่องจากโรคอุบัติใหม่จะเกิดถี่ขึ้น เพราะเรารุกป่า ภาวะโลกร้อน สังคมสูงอายุ การเดินทางด้วยเครื่องบิน และการอยู่หนาแน่นในสังคมเมือง
  • ชุดตรวจ จะต้องผลิตให้ได้ในประเทศ เพิ่มห้องรักษา ICU ความดันลบ และโรงพยาบาลสนาม เพื่อพร้อมรับโรคอุบัติใหม่ที่จะเกิดบ่อยขึ้นในอนาคต
  • รัฐบาลจะต้องสนับสนุนเงินทุนวิจัย ทั้งวัคซีน ยา สำเร็จรูป การวิจัยโรคจากสัตว์ที่มาสู่คนเป็นอย่างไร
  • คณะกรรมการจริยธรรมที่พิจารณาโครงการวิจัยจะต้องรวดเร็ว จากเมื่อก่อนต้องใช้เวลา 3-4 เดือน ไม่ทันการ แต่ต้องพิจารณาภายในสัปดาห์หรือเดือน 
  • จะต้องทำงานร่วมกับ WHO ถอดรหัสพันธุกรรมถี่ขึ้น เพื่อดูว่ามีการระบาดหรือไม่ ทั้งการถอดพันธุกรรมจากน้ำเสีย ที่จะทำให้พบไวรัสก่อนระบาดสู่คน และจากคนในโรงพยาบาล
  • ต้องให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพต่าง ๆ
  • ต้องลดการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อลดภาวะโลกร้อน และดูแลสังคมสูงวัย ซึ่งตอนนี้กลุ่มเปราะบางเยอะขึ้น 
  • ต้องเสริมกฎระเบียบตลาดการค้าสัตว์ป่าให้รัดกุมมากขึ้น โดยต้องมีกฎระเบียบควบคุมงานวิจัยในห้องปฏิบัติการที่นำสัตว์ เชื้อโรคจากสัตว์ในห้องแลปไม่ให้หลุดออกไป เพราะกรณีโควิด ยังถกเถียงว่าเชื้อไวรัสมาจากตลาดสด หรือห้องแลป ในอู่ฮั่นกันแน่
  • ต้องเตรียมแผนการ มาตราการต่าง ๆ เช่น กินร้อนช้อนกลาง เว้นระยะห่างทางสังคม ฉีดวัคซีน การปิดโรงเรียน ปิดเมือง หากจำเป็น ซึ่งต้องเตรียมพร้อมสำหรับโรคระบาด” ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าว

ศ.เกียรติคุณ วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ศ.เกียรติคุณ วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าโรคอุบัติใหม่ใดเข้ามา ปฏิบัติตามหลัก DMH ยังใช้ได้เสมอ คือ

· Distancing เว้นระยะห่างทางสังคม
· Mask Wearing สวมแมสก์
· Hand Washing ล้างมือบ่อย ๆ ทั้งน้ำสบู่ และเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ 

ที่มา : Nature Communications, Center for Medical Genomics

📖 อ่านเพิ่มเติม :

• รู้จัก ไวรัสพันธุ์ใหม่ "แลงยา" ที่อาจระบาดแทน "โควิด-19"

·  เป็นไข้หน้าฝนอย่าชะล่าใจ เทียบอาการ “โควิด-19 Vs ไข้เลือดออก”

· ปักหมุด จุดฉีดวัคซีนโควิดฟรี เดือน มิ.ย.-ก.ค. 66 ในกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด


 

 

ชาลี นวธราดล

ผู้เขียน: ชาลี นวธราดล

เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล ไทยพีบีเอส

แท็กที่เกี่ยวข้อง

  • โควิด-19
  • โควิด
  • แลงยา
  • Langya

บทความ NOW แนะนำ