วาเลนไทน์บานฉ่ำ และเศรษฐกิจความรักในโลกบริโภคนิยม


Lifestyle

พีรชัย พสุทันท์

Thai PBS
แชร์

วาเลนไทน์บานฉ่ำ และเศรษฐกิจความรักในโลกบริโภคนิยม

https://www.thaipbs.or.th/now/content/2283

วาเลนไทน์บานฉ่ำ และเศรษฐกิจความรักในโลกบริโภคนิยม
บริการเสริมจาก Thai PBS AI
ช่วยสรุปให้

 

เมื่อวันวาเลนไทน์มาถึงในทุกปี ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นคู่รักและผู้คนหลากหลายช่วงวัยเฉลิมฉลองวาเลนไทน์กัน แต่ไม่ว่าจะฉลองวันวาเลนไทน์กันอย่างไร เราต่างต้องมีสิ่งของหรือทำอะไรสักอย่างให้พิเศษหรืออาจถึงขั้น “ติดแกลม” กว่าวันอื่น ๆ

หากมองให้ลึกลงไป การใช้สิ่งของเป็นสื่อความรักนั้นอาจหล่อหลอมวัตถุนิยมในสังคมอย่าง (ไม่) รู้ตัว ในโรงเรียนและสถานศึกษา เด็ก ๆ ต่างซื้อสติกเกอร์รูปหัวใจวันวาเลนไทน์ไปติดให้ครู เพื่อน และคนที่แอบชอบ ส่วนคนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็อาจพาคนที่คบหากันไปออกเดตที่ร้านอาหารดี ๆ พร้อมมอบดอกไม้สักช่อหรือของขวัญมีราคา ตัวอย่างเหล่านี้คือความเป็นไปส่วนหนึ่งของวันวาเลนไทน์ที่สร้างเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไทยนับพันล้านบาทต่อปี แต่อีกด้าน พฤติกรรมเช่นนี้ก็สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ความรักกลายเป็นเรื่องบริโภคนิยมมากขึ้นได้ในท้ายที่สุด

ภาพบรรยากาศนักศึกษาติดสติกเกอร์หัวใจให้กันในวันวาเลนไทน์ บริเวณปากคลองตลาด เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 62

ภาพบรรยากาศนักศึกษาติดสติกเกอร์หัวใจให้กันในวันวาเลนไทน์ บริเวณปากคลองตลาด เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 62

วันวาเลนไทน์ที่ไม่เกี่ยวกับเทพเจ้าและศาสนาอีกต่อไป

ก่อนที่วันวาเลนไทน์จะเกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจ แวดวงประวัติศาสตร์ได้ถกเถียงกันถึงต้นกำเนิดของวันวาเลนไทน์ บ้างเชื่อว่ามีที่มาจากประเพณีลูเปอร์คาเลีย (Lupercalia) ที่หนุ่มสาวโรมันโบราณมาพบปะกันระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ของทุกปีเพื่อสร้างความเจริญพันธุ์ บ้างเชื่อว่าพระสันตะปาปาเจลาซิอุสที่  1 (Gelasius I) ได้แปลงประเพณีของชาวโรมันให้เป็นวันสำคัญทางคริสต์ศาสนาในช่วงปลายศตวรรษที่ 5 และพระองค์ได้เลือกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ให้วันวาเลนไทน์ นอกจากนี้ ยังมีข้อถกเถียงว่า ตกลงแล้ววันวาเลนไทน์อุทิศให้แก่นักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine) องค์ใด เนื่องจากมีนักบุญที่ชื่อ “วาเลนไทน์” อยู่ 2 องค์ในประวัติศาสตร์ของโรมระหว่างศตวรรษที่ 2-5

แม้ผู้คนในยุโรปจะฉลองวันวาเลนไทน์กันมาตลอดนับจากนั้น แต่วันวาเลนไทน์เริ่มถูกแปลงเป็นสินค้าในยุคจอร์เจียนของอังกฤษ (Georgian England, ราวปี ค.ศ. 1714-1837) ขณะนั้นผู้คนยังทำไปรษณียบัตรด้วยมือเองอยู่ แต่อาจซื้อตำราเพื่อใช้สรรหาคำที่เหมาะสมและไพเราะเขียนลงไป เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 เริ่มมีการขายการ์ดวันวาเลนไทน์แบบสำเร็จรูป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเทคโนโลยีการตีพิมพ์ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในยุควิกตอเรีย (Victoria era) เชื่อกันว่า ช่วงกลางทศวรรษที่ 1820 มีการ์ดวันวาเลนไทน์จำหน่ายในกรุงลอนดอนถึง 200,000 ใบ 

ในปี ค.ศ. 1913 วันวาเลนไทน์ได้กลายเป็นกระแสเชิงพาณิชย์เต็มตัว หลังจากที่บริษัท Hallmark Cards ในอเมริกาได้ผลิตการ์ดวันวาเลนไทน์ออกจำหน่ายในวงกว้าง ดูเหมือนว่าทุกปี ผู้คนสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ - ซึ่งถือเป็น 2 ประเทศที่พลิกโฉมบทบาทวันวาเลนไทน์ - จะให้ความสำคัญและพร้อมจับจ่ายใช้สอยเมื่อวันแห่งความรักมาถึง ในปีนี้คาดการณ์ว่า ทั้ง 2 ประเทศจะมีเงินสะพัดช่วงวันวาเลนไทน์กว่า 57,673.1 และ 931,713.75 ล้านบาทตามลำดับ อีกทั้งเครื่องประดับและสินค้าที่มีการปรับตามความต้องการของลูกค้า (personalization) นั้นเติบโตและมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากขึ้นเป็นพิเศษ

ร้านดอกไม้ตัวต่อเฉพาะกิจ LEGO Botanical Garden ในกรุงนิวยอร์ก เมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจาก Charles Sykes/AP)

ร้านดอกไม้ตัวต่อเฉพาะกิจ LEGO Botanical Garden ในกรุงนิวยอร์ก เมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจาก Charles Sykes/AP)

วาเลนไทน์และความรักที่ (กำลัง) กลายเป็นทองแผ่นเดียวกับทุนนิยม

การซื้อของขวัญ ยังถือเป็นวิธีการแสดงความรักที่ผู้คนนึกถึงมากที่สุดวิธีหนึ่งในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ดังที่ฟีล ริสต์ (Phil Rist) รองประธานฝ่ายบริหารการวิเคราะห์ของบริษัทสำรวจข้อมูล Prosper Insights & Analytics ได้กล่าวไว้ “การซื้อของขวัญให้คนรู้จัก คนรัก หรือคนในครอบครัวยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคสนใจยิ่งขึ้นที่จะเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทั้งหลายที่มีค่าในชีวิตของพวกเขา” ริสต์กล่าว

ทั้งนี้ แม้ไม่ใช่เทศกาลวาเลนไทน์ “ผู้บริโภค” หลายคนก็ยอมทุ่มทุนเพื่อให้คนรักพอใจและมีความสุข ในพ็อปคัลเจอร์ไทย เพลง “รักทรหด” ของวงคาราบาวเมื่อปี พ.ศ. 2531 ยังคงสะท้อนภาพความรักในกระแสธารทุนนิยมไว้ชัดเจน อย่างเช่นท่อน “เพราะว่ารักจริง รักและเข้าใจ อดยังไงก็จะดาวน์” ขณะเดียวกัน คนโสดบางคนพร้อมลงทุนเพื่อได้รักใครสักคนโดยที่ไม่ต้องเจ็บช้ำใจ หมายความว่า มนุษย์บางคนต้องการคนรัก “ตามความต้องการ” ของตน และมีแนวโน้มที่ความสัมพันธ์นั้นจะยั่งยืน 

การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยหาคู่จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่ผู้คน “มองหาความรักที่ราคาถูกและปราศจากความเสี่ยง” เนื่องจากกลัวการตกหลุมรักคนแปลกหน้าโดยสมบูรณ์ (total stranger) ที่ได้พบกันโดยบังเอิญ ที่น่าสังเกตคือ ตลาดของความรักในทุกวันนี้ก็เปลี่ยนไปเร็วมากเสียจนแม้แต่แอปพลิเคชันหาคู่ก็อาจจะ “เชย” ไปแล้ว เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา Instagram ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มหาคู่อันดับ 1 ของคนโสดจากการรายงานของ Rizz บริษัทปัญญาประดิษฐ์ผู้ให้บริการผู้ช่วยออกเดต (AI dating assistant) แห่งหนึ่งในสหรัฐฯ เนื่องจากผู้คนต้องการการพูดคุยกันให้ลึกซึ้งมากกว่าความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย

แอปพลิเคชัน Instagram (ภาพจาก: Yasin Akgul/AFP)

แอปพลิเคชัน Instagram (ภาพจาก: Yasin Akgul/AFP)

ดังนั้น สภาพเศรษฐกิจสังคมที่เปลี่ยนไป รวมถึงวิทยาการความสะดวกสบายต่าง ๆ จึงส่งอิทธิพลโดยตรงต่อความรักและพฤติกรรมมนุษย์ อีกด้านหนึ่ง มนุษย์เองก็กำลังทำให้ตนเองเป็นสินค้าในตลาดและคิดคำนวณถึงความคุ้มค่าในการรักใครสักคน จนมีคำกล่าวจากคาทรีน เคียโลส (Katrine Kielos) นักข่าวและนักเขียนชาวสวีเดนที่ว่า “เศรษฐกิจได้หลอมรวมเป็นเรา และเราได้หลอมรวมเป็นเศรษฐกิจ” และบริโภคนิยมไม่เพียงเปลี่ยนแปลงเทศกาลทางศาสนาอย่างวาเลนไทน์ให้เป็นเรื่องการค้าขาย แต่ยังเข้ามาจัดระเบียบความสัมพันธ์ส่วนบุคคลโดยที่มนุษย์เองก็เต็มใจด้วย

“จุดประนีประนอม” ระหว่างการโอบรับและการต่อต้านวันวาเลนไทน์

ในปัจจุบัน เราอาจไม่สามารถปฏิเสธได้ถึงบริโภคนิยมที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและระบบเศรษฐกิจสังคมโลก และที่จริงแล้ว มนุษย์มีสิทธิ์ที่จะ “เลือกกินเลือกใช้” ตามความพึงพอใจ ทรัพยากร และอัตภาพของตน แต่การโอบรับ (ทุก) กระแสก็อาจก่อให้เกิดความฟุ่มเฟือยและการทำตามกันในสังคม ดังนั้น แต่ละคนต้องหาความพอดีที่จะรับหรือต่อต้านกระแสใด ๆ ก็ตามโดยไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น

กับเรื่องวันวาเลนไทน์ก็เช่นกัน บางครั้งการ “ต่อต้าน” ก็อาจนำมาสู่ความย้อนแย้งได้ อย่างเช่นร้านค้าออนไลน์ที่ชื่อ WorldofTwigg บนแพลตฟอร์มออนไลน์ในอังกฤษเมื่อ 3 ปีก่อน ฮอลลี โชเวลล์ (Holly Showell) เจ้าของร้าน ได้ผลิตโปสการ์ดที่ต่อต้านลัทธิบริโภคนิยมในช่วงวันวาเลนไทน์ แต่กลับได้รับความนิยมจนขายดี “ฉันออกแบบมันเพราะหงุดหงิดกับวันวาเลนไทน์ แล้วผู้คนก็ดันชอบเสียอย่างนั้น” โชเวลล์กล่าวกับ The Guardian นี่ถือเป็นความตลกร้าย (ที่ไม่มีพิษมีภัย) เรื่องหนึ่งจากการต่อต้านวันวาเลนไทน์

ตัวอย่างโปสการ์ดจากร้าน WorldofTwigg ในอังกฤษที่มีข้อความเสียดสีเทศกาลวาเลนไทน์ (ภาพจาก WorldofTwigg)

ตัวอย่างโปสการ์ดจากร้าน WorldofTwigg ในอังกฤษที่มีข้อความเสียดสีเทศกาลวาเลนไทน์ (ภาพจาก WorldofTwigg)

นอกจากนี้ บทความชิ้นหนึ่งจาก Journal of Business Research เมื่อปี ค.ศ. 2009 ได้เสนอประเด็นหนึ่งว่า ผู้บริโภคอาจสร้างแนวปฏิบัติใหม่ ๆ ที่ต่างไปจากธรรมเนียมเดิมช่วงเทศกาล โดยยกวันวาเลนไทน์เป็นกรณีตัวอย่าง คู่รักบางคู่เลือกที่จะทำกับข้าวอยู่บ้านแทนที่จะไปร้านอาหาร หรือบางคนอาจกลับไปแลกของขวัญที่หาหรือทำได้ง่าย ๆ เช่น ช็อกโกแลตหรือการ์ดวันวาเลนไทน์แทนที่จะซื้อสินค้าราคาแพง นอกจากจะช่วยประหยัดเงินได้แล้ว แนวทางเหล่านี้ยังอาจเป็นยาแก้ทุนนิยมระดับรากหญ้า เพราะช่วยมอบโอกาสให้ผู้ค้าและธุรกิจรายย่อยได้อีกด้วย

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์จาก Thai PBS NOW

ชมละครไทยพีบีเอส ที่พาไปสำรวจนิยาม “ความรัก” ในแบบที่คุณอาจไม่เคยเห็น

เด็กคนหนึ่งในรัฐเวอร์มอนกำลังทำการ์ดเพื่อแจกจ่ายให้ผู้สูงอายุในช่วงเดือนแห่งความรัก (ภาพเมื่อ 4 ก.พ. 68 จาก Kristopher Radder/The Brattleboro Reformer via AP)

เด็กคนหนึ่งในรัฐเวอร์มอนกำลังทำการ์ดเพื่อแจกจ่ายให้ผู้สูงอายุในช่วงเดือนแห่งความรัก (ภาพเมื่อ 4 ก.พ. 68 จาก Kristopher Radder/The Brattleboro Reformer via AP)

อ้างอิง

  • A history of Valentine's Day celebrations – from fertility festivals to the first cards, History Extra
  • Beyond The Bouquet: How Valentine’s Day Spending Continues To Evolve, Forbes
  • Instagram might be the most popular new dating app, new data shows, Business Insider
  • ‘It’s very commercialised’: the rise of the anti-Valentine’s Day movement, The Guardian
  • Market-resistance and Valentine's Day events, Journal of Business Research, 62(2)
  • NRF Survey: Valentine’s Day Spending Reaches Record $27.5 Billion, National Retail Federation
  • ทำไมต้องตกหลุมรัก Alain Badiou, ความรัก และ The Lobster [สรวิศ ชัยนาม เขียน, สุชานาฎ จารุไพบูลย์ แปล]

อ่านบทความและเรื่องราวทันทุกกระแสที่ Thai PBS NOW: www.thaipbs.or.th/now

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วันวาเลนไทน์14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักความรักบริโภคนิยมทุนนิยมโลกาภิวัตน์
พีรชัย พสุทันท์

ผู้เขียน: พีรชัย พสุทันท์

อดีตเจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล ไทยพีบีเอส ศิษย์เก่าอักษรฯ จุฬาฯ และโปรแกรมปริญญาโททุน Erasmus Mundus ด้านวรรณกรรมยุโรป ผู้ที่มีความเชื่อว่า คนทำคอนเทนต์ที่ดี ต้องเข้าใจชีวิตประมาณหนึ่ง | Contact: peetun29@gmail.com

บทความ NOW แนะนำ