“Fast Tech” ปรากฏการณ์ป่วนโลกร้อน


Lifestyle

THANATCHA SUVIBUY

Thai PBS
แชร์

“Fast Tech” ปรากฏการณ์ป่วนโลกร้อน

https://www.thaipbs.or.th/now/content/2916

“Fast Tech” ปรากฏการณ์ป่วนโลกร้อน

 

โลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายและรวดเร็ว กระแส “Fast Tech” หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบใช้แล้วทิ้ง กำลังขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว การผลิตที่เน้นตามกระแสและคุณภาพต่ำ ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่รอวันกำจัดทิ้ง

Fast Tech คืออะไร

Fast Tech คืออะไร

“Fast Tech” เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

คำว่า “Fast Tech” ปรากฏอย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อ Material Focus องค์กรไม่แสวงหากำไรในสหราชอาณาจักร ได้รายงานถึงพฤติกรรมการซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กราคาถูกที่เพิ่มสูงขึ้นในปีที่ผ่านมา

“Fast Tech” จึงหมายถึง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบใช้แล้วทิ้ง ที่ผลิตมาด้วยคุณภาพพอใช้งานได้ ราคาถูก เน้นผลิตขึ้นตามกระแส ทำให้สินค้าเหล่านี้ชำรุดง่ายและถูกทิ้งเป็น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อย่างรวดเร็ว

จากผลสำรวจของ Material Focus พบว่า ในปี 2024 เพียง 1 ปี มีการซื้อสินค้า Fast Tech ไปราว 1,140 ล้านชิ้นหรือเท่ากับ 16 ชิ้นทุก 1 วินาที โดยมีมากกว่า 500 ล้านชิ้น กลายสภาพเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกทิ้งในหลุมฝังกลบ 

และเมื่อสำรวจลึกลงไปถึงประเภทสินค้า พบว่าขยะที่ถูกทิ้งมากที่สุดคือ บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable Vapes) จำนวน 260 ล้านชิ้น, สายชาร์จและสายเคเบิล 26 ล้านชิ้น, สายไฟประดับตกแต่ง (LED) 30 ล้านดวง, พัดลมพกพาขนาดเล็กเกือบ 5 ล้านตัว ทั้งนี้ยังไม่รวมถึง แบตเตอรี่สำรองพกพา (Power bank) ฝารองนั่งชักโครกแบบ LED หรือชุดคาราโอเกะเคลื่อนที่ ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายในราคาไม่กี่บาท

Fast Tech มีอะไรบ้าง

Fast Tech มีอะไรบ้าง

เบื้องหลัง Fast Tech ราคาถูก

อ้างอิงจาก สกอตต์ บัตเลอร์ (Scott Butler) ผู้อำนวยการบริหาร Material Focus กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลสำหรับ Fast Tech คือปริมาณอุปกรณ์ประเภทนี้กำลังล้นตลาดขึ้นเรื่อย ๆ หลายชิ้นผลิตจากวัสดุคุณภาพต่ำ เมื่อชำรุดแล้วทำให้ซ่อมแซมยาก และไม่สามารถรีไซเคิลได้ สุดท้ายจึงกลายสภาพเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นต้นตอของสารพิษและโลหะหนักที่สามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิต

เมื่อย้อนกลับมาดูสถานการณ์ขยะอิเล็กทรอนิกส์ปัจจุบัน พบว่าปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในปัญหาขยะมูลฝอยที่โตเร็วที่สุดในโลก โดยจากรายงาน Global E-waste Monitor (GEM) ครั้งที่ 4 ในปี 2024 โดยสถาบันเพื่อการฝึกอบรมและการวิจัยแห่งสหประชาชาติ (UNITR)  ระบุไว้ว่า ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก กำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราการรีไซเคิลถึง 5 เท่า

ในปี 2022 มีขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกทิ้งกว่า 62 ล้านตัน หรือเทียบเท่าการนำรถบรรทุกขนาด 40 ตัน จำนวน 1.55 ล้านคัน มาเรียงต่อกันรอบโลก โดยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์เพียง 22% หรือไม่ถึง 1 ใน 4 เท่านั้นที่ได้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี

ซึ่งขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาลนี้มากเพียงพอ ที่จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความเป็นอยู่ของมนุษย์ ทั้งจากชิ้นส่วนที่ย่อยสลายได้ยาก รวมถึงสารพิษอันตรายและโลหะหนักภายในอุปกรณ์ ซึ่งสามารถปนเปื้อนทั้งในน้ำ ดิน และอากาศ

บัตเลอร์ยังเน้นย้ำอีกว่า สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ คือความรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งการคิดก่อนซื้อ การนำกลับมาใช้ซ้ำหากสามารถซ่อมแซมได้ และการทิ้งให้ถูกที่โดยไม่ควรทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์รวมกับขยะทั่วไป

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทิ้งที่ไหน

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทิ้งที่ไหน

Fast Tech ซื้อให้น้อย ใช้ให้คุ้ม และนำไปรีไซเคิล  

โจ อายล์ส (Joe Iles) หัวหน้าฝ่ายออกแบบแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน จากมูลนิธิ Ellen MacArthur Foundation (EMF) ได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหา Fast Tech กับสำนักข่าวบีบีซี (BBC) ไว้อย่างน่าสนใจ

เขากล่าวว่า นอกจากการหันมาใช้อุปกรณ์ที่เน้นความทนทาน สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิลได้ เขายังหยิบยกแนวคิดที่อาจเป็นกุญแจที่นำไปสู่การแก้ปัญหาเชิงระบบอย่าง “สิทธิที่จะซ่อม” (Right to Repair) ซึ่งผู้ผลิตจะเอื้อให้ผู้บริโภคเข้าถึงวัสดุหรือชิ้นส่วนอะไหล่ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถซ่อมแซมสินค้าเองได้

หรือแนวคิด “การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต” หรือ “Extended Producer Responsibility” (EPR) ที่ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ของตนเอง ตลอดทั้งวงจรของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การเลือกวัสดุ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หรือแม้แต่การเก็บรวบรวม หรือรวมถึงการรับคืนผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน เพื่อนำไปสู่การคัดแยกและกำจัดทิ้ง

Fast Tech วิธีรับมือง่าย ๆ กับขยะอิเล็กทรอนิกส์ 

  • ลดการซื้อที่ไม่จำเป็น ลดการซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สายเคเบิลหรืออุปกรณ์เสริมที่ไม่จำเป็น ก่อนซื้ออาจลองถามตัวเองก่อนว่าสินค้าเหล่านั้นจำเป็นกับเราจริง ๆ หรือไม่
  • เลือกซื้ออุปกรณ์ที่ทนทานสามารถซ่อมแซมได้ เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ สามารถซ่อมแซมได้ง่าย วิธีนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานในระยะยาวได้ 
  • พยายามซ่อมแซมแทนการทิ้ง หากอุปกรณ์ชำรุดอย่าเพิ่งรีบทิ้งหรือซื้อใหม่ทันที ให้ลองหาวิธีซ่อมแซมก่อน เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด
  • หมั่นดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยใช้งานอย่างระมัดระวัง หมั่นตรวจสอบ และดูแลรักษาตามคำแนะนำ
    บริจาคเมื่อไม่ใช้แล้ว ถ้าไม่อยากใช้แล้วหรืออยากเปลี่ยน ให้หาจุดรับบริจาคที่สามารถนำอุปกรณ์ไปใช้ต่อหรือรีไซเคิล
  • คัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกจากขยะทั่วไป ไม่ควรทิ้งรวมกันกับขยะทั่วไป และถอดแบตเตอรี่ออกจากอุปกรณ์ก่อนทิ้งทุกครั้ง หากไม่รู้จะทิ้งที่ไหน อาจค้นหาจุดรับทิ้ง E-waste อย่างโครงการบริจาคขององค์กรต่าง ๆ หรือจุดรับทิ้ง E-Waste ของภาครัฐ ซึ่งสามารถพบได้ที่สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต

ปัญหา Fast Tech และ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด ซึ่งเราทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดการซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็น, เลือกซื้อสินค้าคุณภาพที่ทนทานและซ่อมแซมได้, หรือการคัดแยกและทิ้ง E-Waste อย่างถูกวิธี

อยากรู้เพิ่มเติมเรื่อง"ขยะอิเล็กทรอนิกส์" ติดตามได้ในเนื้อหาเหล่านี้

อ้างอิง

  • Global e-Waste Monitor 2024: Electronic Waste Rising Five Times Faster than Documented E-waste Recycling / UNITAR
  • Is  FastTech the new Fast Fashion? / materialfocus
     

คอลัมน์ต่อยอด l เสริมความคิด ต่อยอดความรู้ สื่อสารความเข้าใจ โดย ศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส (CCM)

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Fast Techขยะอิเล็กทรอนิกส์E-Waste
THANATCHA SUVIBUY

ผู้เขียน: THANATCHA SUVIBUY

นักเขียนผู้นับถือแมวเป็นศาสนา และมีไอดอลเกาหลีเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

บทความ NOW แนะนำ