ปี 2024 สงครามในยูเครนลากยาวมาเป็นปีที่สาม ซึ่งผลกระทบของสงครามนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับมนุษย์ สังคม และสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือทางสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์เคยได้ร่วมมือกันไว้ และสิ่งนี้กำลังเป็นภัยเงียบที่กระทบกับภาวะโลกร้อนที่กำลังย่ำแย่อยู่แล้วให้เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
ผืนป่าในไซบีเรียคือผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกซีกโลกเหนือ คาดการณ์ว่าผืนป่าแห่งนี้ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึงปีละ 1,000 ล้านตัน ซึ่งในช่วงฤดูร้อน ผืนป่าแห่งนี้จากแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ใหญ่ที่สุดก็กลายเป็นแหล่งไฟป่าที่อันตรายที่สุดในโลกแห่งหนึ่งเช่นกัน
การดับไฟป่าในผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกกลายเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับทางการรัสเซีย และทำให้อีกนัยหนึ่งผืนป่านี้เป็นผืนป่าที่ปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากที่สุดด้วยเนื่องจากผืนป่าที่มีขนาดใหญ่ยากต่อการดับไฟและไฟป่าที่โหมกระหน่ำหนักขึ้นในทุก ๆ ปี เพื่อลดความสูญเสียจากไฟป่า รัสเซียได้ร่วมมือกับองค์กรทางวิทยาศาสตร์ในยุโรปและอเมริกา ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมในการระบุตำแหน่งของไฟป่าอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งความร่วมมือนี้เป็นไปได้อย่างดีโดยตลอดจนกระทั่งสงครามรัสเซีย-ยูเครนได้เริ่มขึ้น
การคว่ำบาตรจากชาติต่าง ๆ นอกจากจะส่งผลกับรัสเซียในเชิงเศรษฐกิจแล้วยังส่งผลต่อปัญหาไฟป่าในไซบีเรียที่เกิดขึ้นประจำในทุก ๆ ปีอีกด้วย เพราะการคว่ำบาตรของชาติสมาชิกทำให้รัสเซียขาดข้อมูลตำแหน่งไฟป่าที่เกิดขึ้นในไซบีเรียและขาดแคลนแรงงานในการช่วยดับไฟป่าที่เกิดขึ้น เพราะกำลังคนส่วนใหญ่นั้นถูกส่งไปยังแนวหน้าของพื้นที่ใช้ในการรบ
เมื่อถูกคว่ำบาตรและการให้ความสำคัญต่อไฟป่าลดลง ปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในไซบีเรียก็จึงเพิ่มสูงขึ้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปลดปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศจึงเพิ่มสูงขึ้น ภาวะเรือนกระจกรุนแรงขึ้น และไฟป่าก็ยิ่งเกิดง่ายขึ้น กลายเป็นวงจรที่ไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นสุด ล่าสุดในปี 2024 ฤดูไฟป่าในไซบีเรียนั้นกินพื้นที่ไฟป่ามากถึง 8.8 ล้านเฮกตาร์ และคาดการณ์ว่าคาร์บอนถูกปลดปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากถึง 6.8 ล้านตัน จากเหตุการณ์ไฟป่าครั้งนี้เพียงครั้งเดียว และสิ่งที่น่ากังวลใจคือสิ่งเหล่านี้จะเกิดมากขึ้นเรื่อย ๆ นับแต่นี้ไป
ยังไม่นับรวมกับการคว่ำบาตรรัสเซียของชาติในยุโรปที่ตัดขาดการซื้อก๊าซธรรมชาติและน้ำมันจากรัสเซีย ทำให้ในช่วงปี 2022 มีข่าวการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในหลายชาติ ก๊าซธรรมชาติคือหนึ่งในแหล่งพลังงานฟอสซิลสำคัญของยุโรปที่ใช้ในการเปลี่ยนผ่านจากยุคพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานที่ยั่งยืน เนื่องจากก๊าซธรรมชาตินับว่าเป็นแหล่งพลังงานฟอสซิลที่มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยที่สุดในบรรดาแหล่งพลังงานฟอสซิลประเภทอื่นอย่างถ่านหินหรือน้ำมัน
หลายชาติในยุโรปลงทุนกับการรับซื้อเชื้อเพลิงประเภทนี้จากรัสเซียเป็นเงินมหาศาล เช่น เยอรมนีลงทุนในท่อส่งก๊าซธรรมชาตินอร์ดสตรีม (Nord Stream) จากเมือง Vyborg ของรัสเซีย ข้ามทะเลบอลติกมายังเมืองลุบมิน (Lubmin) ของเยอรมนี ซึ่งหลังจากสงครามปะทุขึ้น สหภาพยุโรปประกาศยกเลิกการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย และเลือกนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐอเมริกาในรูปแบบของ LNG จากเรือเดินสมุทรแทน ซึ่งเป็นก๊าซธรรมชาติที่มีราคาแพงกว่าจากทางของรัสเซียและยังต้องใช้การขนส่งทางเรือที่ปลดปล่อยคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าทางท่อก๊าซเหมือนในอดีต
ยังไม่รวมถึงการที่รัฐบาลชาติต่าง ๆ ใน EU ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเพิ่มเติม จากเดิมที่รับก๊าซธรรมชาติผ่านทางท่อต้องเปลี่ยนไปรับจากทางเรือบรรทุก ทำให้ต้องมีการสร้างอาคารเพื่อการรับก๊าซจากเรือ เป็นการลงทุนที่มีมูลค่ามหาศาลและกินระยะเวลายาวนานหลายปี ซึ่งการลงทุนเหล่านี้มีมูลค่าสูง ทำให้แนวการเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดที่ยั่งยืนยากลำบากมากขึ้นเพราะรัฐบาลประเทศเหล่านี้ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติที่เป็นพลังงานฟอสซิลเพิ่มขึ้น และต้องใช้ระยะเวลาหลายสิบปีในการคืนทุน ทำให้ระยะเวลาที่จะก้าวเข้าสู่สังคมพลังงานสะอาดต้องยืดไปอีก แผนต่าง ๆ ที่ชาติในยุโรปเคยว่าไว้เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานก็จะยืดออกไปอีก
ผลกระทบด้านอื่น ๆ จากสงครามทั้งมีปริมาณการใช้น้ำมันที่มากขึ้นจากการขับเคลื่อนเครื่องจักรสงครามของทั้งสองฝั่ง ฝุ่นและควันพิษที่เกิดจากการระเบิดของอาคารบ้านเรือนหรือแม้แต่พื้นที่ป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำในยูเครนที่เป็นหนึ่งในแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนมากที่สุดแหล่งหนึ่งก็ถูกบดขยี้กลายเป็นสนามเพลาะและพื้นที่สงคราม ขัดขวางการดูดซับคาร์บอนที่ควรจะเกิดขึ้น ทำให้โดยรวมแล้วสงครามใหญ่ที่เกิดขึ้นในยูเครนสร้างผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ภาวะโลกร้อนอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech