“อย่าเชื่อใจใคร” วิธีคิดสู้ข่าวปลอมที่ทั้งคนเสพข่าวและคนข่าวก็ใช้ได้


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

พีรชัย พสุทันท์

Thai PBS
แชร์

“อย่าเชื่อใจใคร” วิธีคิดสู้ข่าวปลอมที่ทั้งคนเสพข่าวและคนข่าวก็ใช้ได้

https://www.thaipbs.or.th/now/content/2935

“อย่าเชื่อใจใคร” วิธีคิดสู้ข่าวปลอมที่ทั้งคนเสพข่าวและคนข่าวก็ใช้ได้

 

ทุกวันนี้ ข่าวปลอมและเนื้อหาด้อยคุณภาพที่สร้างจากเอไอ (AI slops) กระจายอยู่เต็มฟีดโซเชียลอย่างรวดเร็ว และนับวันจะดู “แนบเนียน” มากขึ้นเรื่อย ๆ

ข่าวปลอมและเนื้อหาเช่นนี้สามารถสร้างความเสียหายต่าง ๆ ได้ ทั้งความเข้าใจผิด การยุยงปลุกปั่น การแบ่งฝักแบ่ง ไปจนถึงการหลอกลวง แต่หลายครั้ง เนื้อหาจากผู้ใช้งาน (user-generated content หรือ UGC) ที่ประชาชนคนธรรมดาถ่ายคลิปเหตุการณ์ตรงหน้าแบบสด ๆ แล้วโพสต์บนอินเทอร์เน็ต ก็เป็น “ของจริง” และสำคัญต่อการรายงานข่าวเช่นกัน ดังนั้น คำถามจึงอยู่ที่ว่า เราจะจับผิดเนื้อหาปลอมและข่าวปลอมบนโลกออนไลน์ได้อย่างไร ? และสำนักข่าวต่าง ๆ ควรทำอะไรบ้างหากต้องใช้ UGC อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงวิกฤต ?

“เราไม่เชื่อใจใคร (we trust nobody)” คือวิธีคิดพื้นฐานที่ ‘คนข่าว’ ต้องใช้เมื่อตรวจสอบข่าวจริงและข่าวปลอม โซอิส เวกิโอส ซานนิโกส (Zois Bekios Zannikos) บรรณาธิการตรวจสอบอาวุโสของแพลตฟอร์มคลิปข่าว Viory ได้พูดถึงวิธีคิดนี้ในมาสเตอร์คลาสห้องข่าวดิจิทัลที่งาน Asia Media Summit ครั้งที่ 20 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 68 ซานนิโกสแนะนำต่อว่า ก่อนที่สำนักข่าวจะนำเสนอข่าวใด ๆ สู่สาธารณชน – โดยเฉพาะเนื้อหา UGC และข่าวจากนักข่าวฟรีแลนซ์ – ต้องยึดหลักการตรวจสอบข่าว 3 ข้อ ดังนี้

  • Source: ใครเป็นคนผลิตเนื้อหา มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน แม้บางครั้ง บุคคลในข่าวจำเป็นต้องปิดบังตัวตนเพื่อความปลอดภัย ก็ต้องตรวจสอบกับผู้ผลิตให้ได้ด้วยว่า แหล่งข่าวนั้นมีตัวตนอยู่จริง นอกจากนี้ ควรเทียบข้อมูลกับแหล่งที่มาและสื่อเจ้าอื่น ๆ (cross-checking) ด้วย เพื่อให้แน่ใจว่า เนื้อหาที่เรามีในมือเป็นของจริง
  • Date: เนื้อหานั้นผลิตขึ้นวันเวลาใด ความคมชัดของภาพ เสียง หรือวิดีโอนั้นเป็นอย่างไร สิ่งที่ปรากฏในข่าวหรือเนื้อหานั้น ๆ สอดคล้องกับวันเวลาที่ผลิตหรือเปล่า ผ่านการตัดต่อหรือไม่ โดยอาจใช้ metadata ช่วย หรือหมุดเวลา (timestamp) กับรายละเอียดของไฟล์
  • Location: สภาพแวดล้อมและสถานที่ในข่าวหรือเนื้อหานั้น ๆ ว่ามีจริงหรือไม่ ตรงกับปัจจุบันหรือเปล่า โดยใช้ระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ผ่านเครื่องมือช่วย เช่น Google Maps, Google Earth, Copernicus หรือภาพถ่ายดาวเทียม หรือจะให้นักข่าวฟรีแลนซ์ถ่ายเซลฟีหรือวิดีโอคอลจากสถานที่นั้นก็ได้
ซานนิโกส ขณะกำลังอธิบายวิธีการตรวจสอบข่าวและคนทำข่าว ในงาน Asia Media Summit ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

ซานนิโกส ขณะกำลังอธิบายวิธีการตรวจสอบข่าวและคนทำข่าว ในงาน Asia Media Summit ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

แม้หลักการนี้จะเกี่ยวข้องกับคนข่าวและสำนักข่าวเป็นหลัก แต่คนธรรมดาก็สามารถประยุกต์ใช้ได้เวลาอ่านข่าวหรือดูวิดีโอบนโลกโซเชียล สิ่งที่ควรมีคือ ‘ความเอ๊ะ’ อย่าเพิ่งเชื่ออะไรทันทีที่เห็น ลองสังเกตรายละเอียดของผู้คน สถานที่ และแวดล้อมรอบข้าง สิ่งที่ควรตระหนักไว้เสมอก็คือ คอนเทนต์และข่าวปลอมจะเลียนแบบใครหรืออะไรสักอย่าง แล้วมีลักษณะที่ดูตลกหรือผิดธรรมชาติ หากเป็นคนปลอมที่สร้างจากเอไอ ก็มักจะพูดวกวนซ้ำไปมา 

นอกจากนี้ ต้องดูว่าสำนักข่าวหรือคนที่โพสต์เนื้อหามีตัวตนจริงไหม ถ้ามีจริง มีจุดยืนอย่างไร ข้อมูลที่นำเสนอพยายามปลุกปั่นหรือสร้างความสับสนหรือเปล่า และควรทำความเข้าใจบริบทข่าวในมิติต่าง ๆ ด้วย เพราะทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นย่อมมีที่มาที่ไป และอาจซับซ้อนเกินกว่าที่จะสรุปสั้น ๆ ในไม่กี่ประโยค เช่นนี้แล้ว ทั้งคนเสพข่าวและคนข่าวก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อข่าวปลอมใด ๆ ก็ตามที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือความขัดแย้งระดับโลก

ติดตามเนื้อหาที่เกี่ยวข้องจากเครือ Thai PBS 

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech: www.thaipbs.or.th/SciandTech

"การสื่อสารมวลชนในฐานะการตรวจสอบแขนงหนึ่ง" โควตจากหนังสือ 'The Element of Journalism' โดย Bill Kovach และ Tom Rosenstiel

"การสื่อสารมวลชนในฐานะการตรวจสอบแขนงหนึ่ง" โควตจากหนังสือ 'The Element of Journalism' โดย Bill Kovach และ Tom Rosenstiel

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AIFake newsข่าวปลอมทักษะดิจิทัลรู้เท่าทันสื่อออนไลน์Asia Media Summit
พีรชัย พสุทันท์

ผู้เขียน: พีรชัย พสุทันท์

อดีตเจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล ไทยพีบีเอส ศิษย์เก่าอักษรฯ จุฬาฯ และโปรแกรมปริญญาโททุน Erasmus Mundus ด้านวรรณกรรมยุโรป ผู้ที่มีความเชื่อว่า คนทำคอนเทนต์ที่ดี ต้องเข้าใจชีวิตประมาณหนึ่ง | Contact: peetun29@gmail.com

บทความ NOW แนะนำ