เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ 'ไมโครพลาสติก' ภัยใกล้ตัวที่เรากินทุกวัน


Thai PBS Care

THANATCHA SUVIBUY

แชร์

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ 'ไมโครพลาสติก' ภัยใกล้ตัวที่เรากินทุกวัน

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3407

 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ 'ไมโครพลาสติก' ภัยใกล้ตัวที่เรากินทุกวัน

 

ปัญหามลพิษจาก “ไมโครพลาสติก” (Microplastic) ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นที่ยืนยันแล้วว่าอนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่ในสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเราได้อย่างน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นในปอด กระดูก สมอง หรือแม้กระทั่งในน้ำนมแม่ Thai PBS ขอชวนมาร่วมทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ไมโครพลาสติกกันให้มากขึ้น

“ไมโครพลาสติก" มาจากไหน?
พลาสติก เป็นหนึ่งในวัสดุที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับชีวิตมนุษย์นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน เราพบเห็นพลาสติกในรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์อาหาร ของใช้ในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่นเด็ก ไปจนถึงสินค้าเฉพาะด้านอีกมากมาย

แต่เมื่อมีการใช้งานอย่างมหาศาลประกอบกับการกำจัดที่ไม่เหมาะสม ทำให้พลาสติกเหล่านี้เสื่อมสภาพและกลายเป็นเศษขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไมโครพลาสติก (Microplastic) เศษพลาสติกอนุภาคเล็กจิ๋ว ที่เกิดจากการย่อยสลายของชิ้นส่วนพลาสติกขนาดใหญ่ มักมีขนาดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร หรือเทียบเท่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเมล็ดข้าวสาร

ไมโครพลาสติก 2 ประเภทที่เราเจอทุกวัน
1.ไมโครพลาสติกที่ตั้งใจผลิตให้มีขนาดเล็กตั้งแต่แรก เช่น เม็ดบีดในเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ขัดผิว หรือเม็ดพลาสติก

2.ไมโครพลาสติกที่เกิดจากการผุกร่อนจากชิ้นส่วนพลาสติกขนาดใหญ่ เช่น เศษบรรจุภัณฑ์ที่แตกหัก หรือเส้นใยที่หลุดออกมาจากเสื้อผ้าสังเคราะห์ ซึ่งไมโครพลาสติกประเภทนี้ ยังสามารถแตกตัวเพิ่มได้อีก โดยมีขนาดเล็กสุดถึง 1-1,000 นาโนเมตร เรียกว่า ‘นาโนพลาสติก’ (Nanoplastic)

จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science พบว่าแหล่งกำเนิดไมโครพลาสติกพบได้ในสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เสื้อผ้าเส้นใยสังเคราะห์ ยางรถยนต์ ทัปเปอร์แวร์ ไปจนถึงของเล่นเด็ก เรียกได้ว่าพวกมันแทรกซึมเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราโดยสมบูรณ์

ทำไมต้องหันมาใส่ใจ “ไมโครพลาสติก”
นอกจากคุณสมบัติของพลาสติกที่ใช้เวลานานกว่าจะย่อยสลายแล้ว ขนาดเล็กจิ๋วของไมโครพลาสติกทำให้พวกมันสามารถเดินทางไปได้ทั่วทุกที่ มันสามารถถูกพัดพาไปกับลม ปะปนอยู่ในตะกอนดิน มหาสมุทร ไปจนถึงอากาศที่เราใช้หายใจ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าไมโครพลาสติกเหล่านี้ อาจใช้เวลานานถึง 100 จนถึง 1,000 ปี กว่าจะย่อยสลายจนหมด

ในขณะเดียวกันไมโครพลาสติกก็ยังคงสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะระบบนิเวศชายฝั่งที่เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเศษพลาสติกเหล่านี้อย่างเห็นได้ชัด

เมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยด้านสมุทรศาสตร์ของประเทศอินเดีย (CSIR) ตรวจพบการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกจำนวนมหาศาลในแพลงก์ตอนสัตว์ (Zooplankton) ในบริเวณแนวชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น โคพีพอด (Copepod), คีโตแนธ (Chaetognath), เดคาพอด (Decapod) และตัวอ่อนปลา ซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอีกมากมาย เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้สัตว์ทะเลชนิดอื่น ๆ ได้รับไมโครพลาสติกเข้าไปด้วย

สอดคล้องกับงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiersin ในปี พ.ศ. 2567 ที่ตรวจพบไมโครพลาสติกในตัวอย่างอาหารทะเลจากร้านค้าและเรือประมงในรัฐโอเรกอน จำนวนกว่า 180 ชนิด จากตัวอย่าง 182 ชนิด

ไมโครพลาสติกในจานอาหาร
ไมโครพลาสติกยังแพร่กระจายไปยังพื้นที่เกษตรกรรม แทรกซึมผ่านรากของพืชผลบางชนิดที่เราบริโภค ไม่ว่าจะเป็น ผักกาดหอม ต้นข้าวสาลี แอปเปิ้ล แครอท ฯลฯ

จากผลการวิจัยของ วิลลี ไพจ์เนนเบิร์ก (Willie Peijnenburg) ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาและความหลากหลายทางชีวภาพ มหาวิทยาลัยไลเดน (Leiden) ชี้ให้เห็นว่า พืชผลการเกษตรบางชนิดที่เราบริโภคอยู่ทุกวัน สามารถดูดซับนาโนพลาสติกในดิน ที่มีขนาดตั้งแต่ 1-100 นาโนเมตร ผ่านทางรอยแตกเล็ก ๆ ของรากพืช

ไม่เพียงเท่านั้น เครื่องปรุงรสอาหารอย่างเกลือและน้ำตาล ก็สามารถพบการปนเปื้อนไมโครพลาสติกได้ โดยในงานวิจัยโดย Toxics Link องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศอินเดีย ที่ทำการทดสอบเกลือ 10 ประเภท ที่ขายในตลาดท้องถิ่น ได้แก่ เกลือแกง เกลือหิน เกลือทะเล และเกลือดิบในท้องถิ่น และน้ำตาลอีก 5 ประเภท ผลการศึกษาเผยให้เห็นการพบไมโครพลาสติกในตัวอย่างเกลือและน้ำตาลในทุกตัวอย่าง โดยพบทั้งเส้นใยและชิ้นส่วนของไมโครพลาสติก ตั้งแต่ 0.1 มิลลิเมตร ถึง 5 มิลลิเมตร

ไมโครพลาสติกมีผลต่อสุขภาพเราหรือไม่ ?

คำถามที่ตามมาคือจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราบริโภคพลาสติกจิ๋วเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย? หรือมันแค่ผ่านเข้าไปเฉย ๆ โดยไม่เป็นอันตราย?

แม้ว่าที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์จะตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับผลกระทบจากการบริโภคพลาสติกว่าอาจเกิดการตกค้างของสารพิษบางชนิดที่อยู่ในพลาสติก

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังคงไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ถึงผลกระทบต่อสุขภาพของเราโดยตรง รวมถึงระยะเวลาที่ไมโครพลาสติกจะตกค้างอยู่ในร่างกายของคนเรา

แต่จากงานวิจัยที่ค้นพบไมโครพลาสติกในร่างกายมนุษย์เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดการพัฒนาวิธีต่าง ๆ เพื่อลดปริมาณไมโครพลาสติกในสิ่งแวดล้อม โดยผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องกันว่า การหลีกเลี่ยงสัมผัสและใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เป็นแนวทางที่อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้

ไมโครพลาสติกจะเต็มโลกแล้ว เราทำอะไรแค่ไหน?
แน่นอนว่าการแก้ปัญหาพลาสติกและไมโครพลาสติก ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงจากหลายภาคส่วนพร้อมกัน ซูซาน การ์ดเนอร์ (Susan Gardner) ผู้อำนวยการฝ่ายระบบนิเวศน์ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) กล่าวว่า ก้าวแรกคือให้บริษัทต่าง ๆ หยุดเติมไมโครพลาสติกที่ไม่จำเป็นลงในผลิตภัณฑ์ หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีปริมาณปล่อยเส้นใยพลาสติกน้อยลง มีการส่งเสริมระบบจัดเก็บและรีไซเคิลเพื่อไม่ให้ผลิตภัณฑ์พลาสติกหลุดออกสู่สิ่งแวดล้อม และกลายเป็นมลพิษไมโครพลาสติก

ไมโครพลาสติก ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ถึงเวลาที่คุณต้องใส่ใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลาสติก ก่อนที่จะสายเกินแก้ 

ห้ามพลาด! ติดตามเรื่องน่ารู้ที่จะพาคุณไปเจาะลึกปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากไมโครพลาสติก

  • โรงหมอ คลังความรู้คู่สุขภาพครบวงจร
  • Sci & Tech อัปเดตเรื่องราววิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จะทำให้คุณทันโลก

ที่มา: วารสารกรมวิทยาศาสตร์บริการ, frontiersin.org, education.nationalgeographic.org


คอลัมน์ต่อยอด l เสริมความคิด ต่อยอดความรู้ สื่อสารความเข้าใจ โดย ศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส (CCM)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไมโครพลาสติกMicroplasticร่างกายสิ่งแวดล้อม
THANATCHA SUVIBUY

ผู้เขียน: THANATCHA SUVIBUY

นักเขียนผู้นับถือแมวเป็นศาสนา และมีไอดอลเกาหลีเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

บทความ NOW แนะนำ