ไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติไหนหรือพูดภาษาใดก็ตาม คำแรก ๆ ที่เรามักจะได้เรียนและรู้คือคำว่า ‘สวัสดี’
เมื่อคนเราพบเจอกัน ก็ต้องทักทายถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันเป็นธรรมดา คนไทยเองก็มีคำทักทายมากมายตามระดับภาษาและกาลเทศะ เช่น “ว่าไง” “เป็นยังไงบ้าง” “กินข้าวหรือยัง” “เฮ้ย” หรือปัจจุบัน คำสแลงจากโลกโซเชียลก็กลายเป็นคำเรียกแทนชื่อไปแล้ว ทั้ง ‘แม่’ ‘คุณน้า’ ‘จารย์’ แต่ถึงอย่างไร คำทักทายมาตรฐานก็คือคำว่า สวัสดี หรือถ้าลดพยางค์ในภาษาพูด ก็จะเหลือแค่ ‘หวัดดี’
คำถามที่น่าคิดก็คือ คำว่า ‘สวัสดี’ ทั้งในภาษาไทยและภาษาอื่น ๆ มีพัฒนาการเป็นอย่างไร และซ่อนความหมายอะไรไว้บ้าง ?

ความเป็นมาเบื้องหลังคำว่า ‘สวัสดี’ ในภาษาไทย
สวัสดี เป็นคำนาม หมายถึง ความดี ความงาม ความเจริญรุ่งเรือง และความปลอดภัย มีรากศัพท์จากคำว่า ‘โสตฺถิ [อ่านว่า โสด-ถิ]’ ในภาษาบาลี และ ‘สฺวสฺติ [ซะ-วัส-สฺติ]’ ในภาษาสันสกฤต นอกจากจะใช้ทักทายกันได้ทุกเวลาทั้งเช้า สาย บ่าย เย็นแล้ว คำว่า ‘สวัสดี’ ยังปรากฏอยู่ในคำอวยพรอื่น ๆ อาทิ ขอให้มีความสุขสวัสดี ขอให้สวัสดีมีชัย ขอให้มีความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ อีกทั้งมีลูกคำจาการสมาส เช่น สวัสดิภาพ สวัสดิการ สวัสดิมงคล
แต่เดิมนั้น คนไทยมักจะทักทายกันด้วยคำถามว่า “สบายดีหรือ” และอาจจะถามว่า “ไปไหนมา” ต่อโดยที่ถามไปอย่างนั้นและไม่ได้อยากรู้จริง ๆ มีคำอธิบายว่า สมัยก่อน ดินแดนไทยมีผู้อพยพเดินทางไปมาอยู่เสมอ เมื่อพบเจอกัน ก็ต้องถามคำถามในลักษณะนั้นไปตามประสา แต่ในปี 2476 พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิชาภาษาไทย ได้เริ่มใช้คำว่า สวัสดี ขอโทษ ขอบคุณ และขอบใจ เป็นครั้งแรก ขณะที่ท่านเป็นอาจารย์พิเศษด้านวิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 10 ปีถัดมา วันที่ 22 มกราคม 2486 รัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ประกาศอย่างเป็นทางการให้ใช้คำว่า สวัสดี เป็นคำทักทายเมื่อพบกัน

พระยาอุปกิตศิลปะสารได้เขียนเกี่ยวกับความสำคัญของคำว่า ‘สวัสดี’ และส่งเสริมการใช้คำคำนี้ให้แก่นิสิตอักษรศาสตร์ชั้นปีที่ 1 และ 2 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2478 ไว้ว่า “คำ ‘สวัสดี’ ที่ครูได้มอบไว้แต่ต้นโปรดอย่าลืมเสีย ข้อนี้ไม่ต้องเห็นแก่ครูก็ได้ แต่ต้องเห็นแก่ชาติของเราเถิด เพราะชาติของเราจำเป็นจะต้องมีคำปราศรัยกันให้เป็นกิจจะลักษณะอย่างอารยะประเทศทั้งหลาย ซึ่งไม่มีคำอะไรจะดีกว่าคำนี้ สมาคมบางแห่งเขาใช้กันอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยของเราควรตั้งต้นให้แพร่หลายต่อไปเพื่อชาติเพราะใคร ๆ เขาก็ตั้งใจเอาอย่างเรา”

ถอดรหัสคำศัพท์ ‘สวัสดี’ ในภาษารอบโลก
คำในภาษาอังกฤษที่พอจะเทียบเคียงคำว่า สวัสดี ในภาษาไทยก็คือคำว่า ‘hello’ คาดว่ามาจาก ‘halâ’ ซึ่งใช้ตะโกนเรียกคนพายเรือในภาษาเยอรมันโบราณ (Old High German) และนักนิรุกติศาสตร์ยังถกกันว่า การสะกดคำว่า ‘hello’ ในกลุ่มภาษาตะวันตกช่วงศตวรรษที่ 15-16 มีหลายแบบ เช่น ‘halloo’ ‘hillo’ ‘hollo’ และ ‘holla’ โดยคำว่า ‘holla’ นั้น สันนิษฐานว่ามาจากคำอุทานในภาษาฝรั่งเศสยุคเก่า ‘hol’ ซึ่งหมายถึง ‘โว้ว!’ หรือ ‘หยุด!’
อย่างไรก็ดี คำว่า ‘hello’ ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก ๆ ในหนังสือพิมพ์ The Norwich Courier ของรัฐคอนเนทิคัต สหรัฐฯ เมื่อปี 1826 ต่อมา คำคำนี้ก็เดินทางข้ามแอนแลนติกไปถึงเกาะอังกฤษ อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจาก โทมัส เอดิสัน (Thomas Edison) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ให้ความเห็นว่า การออกเสียงว่า ‘hello’ นั้นชัดเจนกว่ารูปสะกดอื่น ๆ แม้แต่ในสัญญาณโทรศัพท์ที่แย่ กลายเป็นคำทักทายที่ทั้งโลกรู้จักจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน คำว่า hello ในภาษาฝั่งตะวันตกหลายภาษานั้นมีรูปและเสียงไม่ต่างกันเท่าไหร่ เช่น ‘hallo’ ในภาษาเยอรมันและภาษาดัตช์, ‘hallå’ ในภาษาสวีเดน, ‘hola’ ในภาษาสเปน และ ‘olá’ ในภาษาโปรตุเกส ขณะที่คำว่า สวัสดี บางภาษานั้นก็สามารถใช้ได้ทั้งตอนพบหน้าและลาลับ อีกทั้งมีความหมายแฝงอยู่ เช่น
- سَلَام[ซาลาม] ในภาษาอารบิก แปลว่า สันติสุข ย่อมาจากประโยคเต็ม “อัสสลามุอะลัยกุม [ٱلسَّلَامُ عَلَيْكُمْ – ขอสันติสุขจงมีแด่ท่าน]”
- שָׁלוֹם [ชาลอม] ในภาษาฮิบรู แปลว่า สันติสุข สันติ
- γεια [เยีย] ในภาษากรีก มาจากคำว่า ‘υγεία’ หมายถึง สุขภาพ ถ้าพูดกับคนสนิท ใช้ ‘γεια σου’ [เยีย-ซู] และหากพูดกับผู้ใหญ่ ใช้ ‘γεια σας’ [เยีย-ซาส]
- ciao [เชา] ในภาษาอิตาลี มาวลีจากภาษาเวเนโต มีความหมายดั้งเดิมว่า “พร้อมรับใช้คุณ” หรือ “ฉันเป็นทาสของคุณ”
- salut [ซาลู] ในภาษาฝรั่งเศส มาจากคำในภาษาละติน ‘salus’ หมายถึง สุขภาพ ใช้กับคนสนิทและคนในครอบครัว
แม้ทุกวันนี้ เราอาจใช้อิโมจิโบกมือหรือ GIFs แทนการพิมพ์คำว่า ‘สวัสดี’ เมื่อพูดคุยกันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ความสำคัญของการทักทายกันนั้นไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ เราต่างอยากไถ่ถามความเป็นไปและแสดงความใส่ใจต่อใครสักคนที่เรารัก และหากใครคนนั้นรักเราเท่ากัน เขาคนนั้นจะไม่เมินเฉยข้อความหรือคำพูดของเราไป
ส่องความหมายของ ‘ภาษา’ และ ‘วรรณกรรม’ ไปกับ Thai PBS On This Day
- รวมเรื่องน่ารู้ของคำว่า "แม่" และ "วันแม่" รอบโลก
- เมื่อผู้ใหญ่คนหนึ่งกลับมาอ่าน 'เจ้าชายน้อย' อีกครั้ง
- 'รหัสลับนาวาโฮ' เมื่อภาษาชนเผ่าช่วยอเมริกาชนะสงครามโลกครั้งที่ 2
อ้างอิง
- 'Hullo, hillo, holla': The 600-year-old origins of the word 'hello', BBC
- Salaam, Cambridge Dictionary
- Salut, Dictionnaire de l'Académie française
- คำทักทายในภาษาไทย (๒๒ เมษายน ๒๕๕๖), สำนักงานราชบัณฑิตยสถาน
- สวัสดี, พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
- สวัสดี (๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕), สำนักงานราชบัณฑิตยสถาน
- แนะนำครูภาษาไทย พระยาอุปกิตศิลปสาร, วารสารภาษาและวรรณคดีไทย ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๒๗, ภา
- วิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภาพปก: Noah Seelam, Miguel Medina/AFP และ Arturo Holmes/Getty Images via AFP
เล่าอดีต บันทึกปัจจุบัน รอบรู้ทุกวัน กับ Thai PBS On This Day: www.thaipbs.or.th/OnThisDay




















