องค์กรสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch (HRW) ได้มีการแถลงว่า จากการตรวจสอบยืนยันว่ามีการใช้อาวุธเพลิงเหนือพื้นที่อยู่อาศัยในประเทศเลบานอน โดยกองทัพอิสราเอลได้ใช้ “กระสุนฟอสฟอรัสขาว” จากปืนใหญ่โจมตีบ้านเรือนในเมืองโยห์มอร์ทางตอนใต้ ของเลบานอนอย่างผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ HRW ได้ตรวจสอบและระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของภาพถ่าย 8 ภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นการใช้กระสุนฟอสฟอรัสขาวแบบระเบิดกลางอากาศเหนือพื้นที่อยู่อาศัยของเมือง และเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยพลเรือนกำลังเข้าดับไฟในบ้านอย่างน้อย 2 หลังและรถยนต์ 1 คันในบริเวณนั้น
Ramzi Kaiss นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศเลบานอน กล่าวว่า การที่กองทัพอิสราเอลใช้ฟอสฟอรัสขาวอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่อยู่อาศัยนั้นเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง และจะส่งผลร้ายแรงต่อพลเรือนอย่างแน่นอน โดยผลกระทบจากการเผาไหม้ของฟอสฟอรัสขาว สามารถทำให้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต
สำหรับ “ฟอสฟอรัสขาว” เป็นสารเคมีที่กระจายอยู่ในกระสุนปืนใหญ่ ระเบิด และจรวด ซึ่งจะลุกไหม้เมื่อสัมผัสกับออกซิเจน สามารถทำให้บ้านเรือน พื้นที่เกษตรกรรม และสิ่งปลูกสร้างพลเรือนอื่น ๆ เกิดไฟไหม้ได้ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศการใช้ฟอสฟอรัสขาวระเบิดกลางอากาศในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและไม่เลือกเป้าหมาย อีกทั้งยังไม่เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ต้องใช้มาตรการป้องกันที่ทำได้ทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อพลเรือน

โดยภาพที่โพสต์บนโซเชียลมีเดีย (Telegram) เมื่อเช้าวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่ง Human Rights Watch ได้นำมาตรวจสอบ แสดงให้เห็นกระสุนปืนใหญ่บรรจุฟอสฟอรัสขาวอย่างน้อยสองลูกระเบิดกลางอากาศเหนือย่านที่อยู่อาศัยในเมืองโยห์มอร์ทางตอนใต้ของเลบานอน ทาง Human Rights Watch ระบุว่า รูปร่างของกลุ่มควันจากการระเบิดในภาพนั้นสอดคล้องกับ “รอยแยก” ที่เกิดจากการระเบิดของกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. รุ่น M825 ซึ่งบรรจุฟอสฟอรัสขาว
ก่อนหน้านี้ องค์กร Human Rights Watch ได้บันทึก การใช้ฟอสฟอรัสขาวอย่างแพร่หลายของกองทัพอิสราเอล ระหว่างเดือนตุลาคม 2023 ถึง พฤษภาคม 2024 ในหมู่บ้านชายแดนทางตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งทำให้พลเรือนตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างร้ายแรงและส่งผลให้พลเรือนต้องพลัดถิ่น
“ฟอสฟอรัสขาว” สามารถนำไปใช้ได้หลายวัตถุประสงค์ รวมถึงการบดบัง ซ่อนเร้น ส่งสัญญาณ หรือโจมตีบุคลากรและยุทโธปกรณ์ทางทหารโดยตรง ความกังวลเกี่ยวกับการใช้ฟอสฟอรัสขาวในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นนั้นเพิ่มมากขึ้น จากเทคนิคที่แสดงในวิดีโอของการยิงฟอสฟอรัสขาวกลางอากาศ ซึ่งกระจายแผ่นสักหลาดที่ชุบด้วยสารดังกล่าวจำนวน 116 แผ่นที่กำลังลุกไหม้ไปทั่วพื้นที่เส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 125 - 250 เมตร ขึ้นอยู่กับระดับความสูงและมุมของการระเบิด ทำให้พลเรือนและสิ่งปลูกสร้างของพลเรือนได้รับอันตรายมากกว่าการระเบิดบนพื้นดินแบบเฉพาะจุด
จากการวิเคราะห์ของ Human Rights Watch พบว่าสาเหตุของไฟไหม้น่าจะมาจากแผ่นสักหลาดที่ชุบด้วยฟอสฟอรัสขาว เนื่องจากบ้านและรถยนต์อยู่ใกล้กับบริเวณที่พบเห็นกระสุนระเบิดกลางอากาศ ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการใช้กระสุนดังกล่าวอย่างผิดกฎหมายในบริเวณที่มีพลเรือนอาศัยอยู่หนาแน่น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทางการเลบานอน และ Human Rights Watch กล่าวหาอิสราเอลว่าใช้กระสุนฟอสฟอรัสขาวซึ่งเป็นที่ถกเถียงในการโจมตี โดยทางการเลบานอนระบุว่า ได้สร้างความเสียหายแก่พลเรือนและสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ขณะที่ สำนักข่าวแห่งชาติของเลบานอนรายงานเมื่อ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่า กองกำลังอิสราเอลได้โจมตีเมืองคิอัมและทัลนาฮัส ใกล้ชายแดนอิสราเอล “ด้วยปืนใหญ่และกระสุนฟอสฟอรัส” ด้วย
นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว เลบานอนกล่าวหาอิสราเอลว่าฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชไกลโฟเซต (Glyphosate) ในฝั่งเลบานอนของพรมแดนร่วม ซึ่งประธานาธิบดี Joseph Aoun ของเลบานอน ได้ประณามว่าเป็น “อาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม”
ด้าน Ramzi Kaiss กล่าวทิ้งท้ายว่า อิสราเอลควรยุติการกระทำนี้โดยทันที และประเทศที่ให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธแก่อิสราเอล รวมถึงกระสุนฟอสฟอรัสขาว ควรระงับความช่วยเหลือทางทหารและการขายอาวุธโดยทันที และกดดันให้อิสราเอลหยุดยิงกระสุนดังกล่าวในพื้นที่อยู่อาศัย
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : hrw
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









