ถึงบางอ้อ! ทำไมรอยเท้าไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ จึงไปปรากฏอยู่บนเพดานถ้ำได้ โดยจะมีสาเหตุมาจากอะไร เราพาไปหาคำตอบ
งานวิจัยในวารสาร Journal of Vertebrate Paleontology เผยว่า ในขณะที่ นักบรรพชีวินวิทยาก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่แต่ในถ้ำทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เพื่อหาร่องรอยไดโนเสาร์ ด้วยเหตุสักอย่างทำให้เงยหน้าขึ้นไปมองด้านบนของถ้ำ แล้วก็พบว่าบนเพดานถ้ำนั้น ปรากฏรอยเท้าของไดโนเสาร์ขนาดมหึมา
รอยเท้าไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ อยู่บนเพดานถ้ำ ไม่ได้หมายความว่าไดโนเสาร์ยักษ์กำลังเดินกลับหัวอยู่บนเพดานถ้ำเหมือนสไปเดอร์แมน แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของการค้นพบยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่อาจซ่อนอยู่ในธรณีวิทยารอบตัวเรา
นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัย Burgundy–Franche-Comté ค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์ 3 รอย ระหว่างการสำรวจในปี 2015 บริเวณถ้ำ Castelbouc ซึ่งมีลักษณะคล้ายเขาวงกต ใต้ที่ราบสูง Causse Méjean ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส
รอยเท้าเหล่านี้ก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 166 - 168 ล้านปีก่อน ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม โดยมีร่องรอยของนิ้วเท้า ฝ่าเท้า และแม้กระทั่งกรงเล็บครบถ้วน ด้วยความยาวถึง 1.25 เมตร (4 ฟุต) รอยเท้าเหล่านี้อาจเป็นของไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ยังไม่แน่ชัดว่ารอยเท้าเหล่านี้เป็นของไดโนเสาร์ซอโรพอดชนิดใด เนื่องจากรอยเท้าเหล่านี้มีอายุอยู่ในช่วงยุคจูราสสิกตอนกลาง ซึ่งเป็นช่วงที่วิวัฒนาการของซอโรพอดยังไม่ชัดเจนนัก อย่างไรก็ตาม ขนาดของรอยเท้าบ่งชี้ว่าอาจเป็นของไดโนเสาร์ไททาโนซอร์ (Titanosaur) ซึ่งเป็นกลุ่มไดโนเสาร์ซอโรพอดคอยาว หรือสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เช่น ไดโนเสาร์พาตาโกไททัน (Patagotitan) ที่มีความยาว 37 เมตร (121 ฟุต) ซึ่งเคยอาศัยอยู่ในทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา
รอยเท้าไดโนเสาร์ยักษ์ ภาพจาก Rémi Flament, Jean-David Moreau
รอยเท้าไดโนเสาร์เหล่านี้ไปอยู่บนเพดานถ้ำได้อย่างไร?
คำตอบแสนเรียบง่ายก็คือ ย้อนกลับไปในยุคที่ไดโนเสาร์ซอโรพอดเหยียบย่างอยู่บนโลก พวกมันได้ทิ้งร่องรอยไว้ในตะกอนอ่อน ๆ ซึ่งค่อย ๆ แข็งตัวกลายเป็นหิน เมื่อเวลาผ่านไปหลายล้านปี น้ำได้กัดเซาะถ้ำด้านล่าง ทำให้ชั้นหินที่แข็งกว่าด้านบน รวมทั้งรอยเท้า กลายเป็นเพดานถ้ำ ด้วยความโชคดีที่ตะกอนแข็งตัวในลักษณะที่เหมาะสม รอยเท้าจึงยังคงอยู่เป็นรูปทรงนูน แทนที่จะสึกกร่อนจนเรียบเนียนนั่นเอง
การเข้าถึงส่วนนี้ของถ้ำในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากรอยเท้าไดโนเสาร์พบอยู่ลึกประมาณ 500 เมตร (1,640 ฟุต) ใต้พื้นผิวโลก เข้าถึงได้เฉพาะหลังจากเดินทางผ่านถ้ำที่คดเคี้ยว ซึ่งมักถูกน้ำท่วมหลังจากฝนตกหนัก นักวิจัยระบุในงานวิจัยที่อธิบายถึงการค้นพบนี้ว่า การพบรอยเท้าไดโนเสาร์ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้เป็นเรื่องที่หายากมาก แต่ก็บ่งชี้ว่าถ้ำที่ยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างทั่วถึงในโลก อาจเป็นที่ซ่อนของสมบัติยุคก่อนประวัติศาสตร์มากกว่าที่คิดไว้
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : Journal of Vertebrate Paleontology
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









