งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Paleontology เผยว่า จากการศึกษาฟอสซิล โดยนักวิทยาศาสตร์ในสหราชอาณาจักร “Praearcturus gigas” อาจเป็น “แมงป่อง” ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยรู้จักในประวัติศาสตร์ มีความยาวมากกว่า 1 เมตร (3.3 ฟุต) เลยทีเดียว
ฟอสซิลของสัตว์ขาปล้องชนิดนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1870 ในสหราชอาณาจักร แต่ก็มีการถกเถียงกันมาตลอดว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใดกันแน่ นักวิจัยกล่าวว่าด้วยความช่วยเหลือจากเทคนิคการถ่ายภาพขั้นสูงหลากหลายวิธี ทำให้การถกเถียงดังกล่าวได้ยุติลงแล้ว
ภาพวาดจำลองของ Praearcturus gigas โดย Franz Anthony
นอกจากจะยืนยันว่า โลกมีแมงป่องขนาดใหญ่แล้ว การวิจัยนี้ยังช่วยให้นักวิจัยได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุคแรกของสิ่งมีชีวิตบนบก ย้อนกลับไปในยุคที่พื้นดินปกคลุมไปด้วยพืชและเชื้อราขนาดเล็ก และเมื่อสัตว์เริ่มโผล่ขึ้นมาจากมหาสมุทรเป็นครั้งแรกอีกด้วย
Richie Howard นักบรรพชีวินวิทยาจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในสหราชอาณาจักร ผู้เขียนวิจัยหลักกล่าวว่า Praearcturus มีชีวิตอยู่ในช่วงที่สิ่งมีชีวิตบนบกเพิ่งเริ่มต้น และบรรพบุรุษของสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และนก ยังไม่ได้ขึ้นจากน้ำ นั่นแสดงให้เห็นว่า สัตว์ชนิดนี้อาจเติบโตจนมีขนาดใหญ่มาก เนื่องจากไม่มีสัตว์นักล่าขนาดใหญ่ชนิดอื่น ทำให้มันสามารถครองพื้นที่นั้นได้
การวิเคราะห์ใหม่ที่ดำเนินการโดยงานวิจัยนี้ มีการสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และเปรียบเทียบกับฟอสซิลอื่น ๆ อีกหลายชิ้นจากแหล่งอื่น ๆ ในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงต้นยุคดีโวเนียน (Devonian ยุคที่ 4 ของมหายุคพาลีโอโซอิก อยู่ในช่วงประมาณ 419 - 358 ล้านปีก่อน โดยยุคนี้มีฉายาว่า “ยุคแห่งปลา” หรือ Age of Fishes)
ภาพวาดจำลองของ Praearcturus gigas โดย Franz Anthony
ฟอสซิลจากแคนาดาที่ศึกษาในปี 2015 ซึ่งเป็นของแมงป่องโบราณ Eramoscorpius ก็ถูกนำมาอ้างอิงในงานวิจัยชิ้นใหม่นี้ด้วย โดยใช้การเปรียบเทียบทางกายวิภาคเป็นหลักฐานยืนยันว่า P. gigas ก็เป็นแมงป่องเช่นกัน
ทีมวิจัยเผยว่า แมงป่องตัวนี้ก็น่าทึ่งมาก! โดยมีการประเมินว่าก้ามของมันยาวถึง 16 เซนติเมตร (6.3 นิ้ว) ซึ่งหมายความว่าก้ามของมันเพียงอย่างเดียว ก็ยาวกว่าลำตัวทั้งหมดของแมงป่องหลายสายพันธุ์ที่ยังมีชีวิตอยู่เสียอีก นอกจากนี้ ยังพบพื้นผิวที่เป็นร่องบนแขนขาของมัน ซึ่งน่าจะใช้ในการสร้างเสียง – เทคนิคที่เรียกว่าการเสียดสี ซึ่งตรงกับแมงป่องสายพันธุ์อื่น ๆ ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
Howard กล่าวเพิ่มเติมว่า มันน่าจะเป็นหนึ่งในสัตว์ร้ายที่น่าเกรงขามที่สุดเหนือผิวน้ำ แต่ก็มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าแมงป่องยักษ์อาจใช้เวลาอยู่ในน้ำด้วยเช่นกัน
หากไม่มีระบบนิเวศที่ซับซ้อนคอยสนับสนุนการล่าเหยื่อ Praearcturus บนบก สัตว์ชนิดนี้อาจใช้ชีวิตส่วนหนึ่งในการล่าเหยื่อในน้ำ เนื่องจากฟอสซิลบางส่วนที่พบในเวลส์แสดงให้เห็นว่า พวกมันมีโครงสร้างคล้ายแผ่นพับที่เรียกว่า Epimera ซึ่งคล้ายกับที่พบในกุ้งมังกรและปู
ชีวิตบนบกคงแตกต่างไปมากสำหรับสัตว์ขาปล้องขนาดยักษ์อื่น ๆ ที่มาถึงในภายหลัง ลองนึกถึงตะขาบขนาดเท่ารถยนต์ และแมลงปอขนาดเท่าเหยี่ยวในปัจจุบัน พวกมันคงมีป่าขนาดใหญ่ให้เดินเตร่ และมีสัตว์บก มากมายให้พบปะ และกิน
จากการแข่งขันแย่งชิงเหยื่อที่เพิ่มมากขึ้น นักวิจัยคาดการณ์ว่า P. Gigas อาจมีชีวิตรอดต่อไปได้อีก 40 ล้านปีหลังจากช่วงเวลาที่พบฟอสซิลเหล่านี้ ก่อนที่จะสูญพันธุ์ไปจากโลก
ก้ามของ P. gigas ภาพจาก The Trustees of the Natural History Museum, London
การศึกษาเพิ่มเติมและการวิเคราะห์ฟอสซิล น่าจะช่วยเพิ่มรายละเอียดให้กับลำดับเวลาในอนาคตได้ เนื่องจากขณะนี้ทีมวิจัยได้ยืนยันแล้วว่า P. gigas เป็นแมงป่องจริง ๆ
ผลการค้นพบนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับนักบรรพชีวินวิทยา ที่ศึกษาช่วงเวลาที่สัตว์เคลื่อนย้ายจากมหาสมุทรขึ้นสู่พื้นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสัตว์ขาปล้องซึ่ง เส้นแบ่งระหว่างยุคสมัยนั้นค่อนข้างคลุมเครือ
ด้วยการทำความเข้าใจว่า สิ่งมีชีวิตโบราณชนิดใดเคยเดินบนบกและเมื่อใด เราจะสามารถเข้าใจวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงแมงป่องที่อาศัยอยู่บนโลกในปัจจุบัน
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : Paleontology
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









