"ข้าพเจ้าเริ่มโครงการนี้ ประการหนึ่งเพราะได้แรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงงานเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย อีกประการหนึ่งเมื่อข้าพเจ้าได้ศึกษาด้านนิติศาสตร์และต่อมาได้ทำงานที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นว่าเป็นปัญหากลุ่มคนด้อยโอกาสไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ จึงเป็นที่มาของการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรมที่เริ่มต้นจากผู้ต้องขัง"
ส่วนหนึ่งของพระราชดำรัสของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวาระ ครบรอบ 10 ปี โครงการกำลังใจ ภายใต้กิจกรรม "กำลังใจ" 1 ทศวรรษ สู่ "นวัตสังคมไทย" 27 ต.ค. 2559
แรงบันดาลใจจากทูลกระหม่อมปู่ ของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
จากพระราชดำรัชของพระองค์ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่หล่อหลอมพระอุปนิสัยและทิศทางการดำเนินชีวิตของพระองค์ คือการที่ได้ทรงตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 รวมไปถึงสมเด็จพระบรมชนกนาถ ไปทรงงานเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรทั้งในประเทศและต่างประเทศ การได้ทรงลงพื้นที่จริงที่มีความหลากหลายนั้นทำให้พระองค์ทรงศึกษาและเรียนรู้การปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างใกล้ชิด ทรงซึมซับและสั่งสมพระประสบการณ์จากการทรงงานมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เพื่อนำมาปรับใช้ในการทรงงานเพื่อทรงแบ่งเบาพระราชภาระในเวลาต่อมา
และเหนือสิ่งอื่นใด แนวคิดสำคัญที่เป็นดั่งเข็มทิศนำทางของพระองค์คือคำสอนของทูลกระหม่อมปู่ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ที่ว่า "ประชาชนสำคัญที่สุด" ทำให้พระองค์ทรงหันมาให้ความสนใจและทรงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือกลุ่มมนุษย์ผู้เปราะบางในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสตรีและเด็กเป็นสำคัญ
เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน พ.ศ. 2538 กรุงเทพมหานครและปริมณฑลต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ การแก้ปัญหาของภาครัฐในขณะนั้นคือการใช้กระสอบทรายกั้นน้ำ ซึ่งกลับกลายเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ที่น้ำท่วมและไม่ท่วม จนประชาชนเกิดความเครียด ปะทะ และแย่งชิงกระสอบทรายกันจนเป็นข่าวใหญ่ เมื่อพระองค์ซึ่งขณะนั้นยังทรงพระเยาว์ได้ทอดพระเนตรข่าว ทรงมีความห่วงใยราษฎรอย่างยิ่ง และรับสั่งว่า
"ฉันอยากไปช่วยหรือชี้แจงให้พวกเขาเข้าใจ แต่กลัวคนอื่นจะว่าฉันซ่า"
ในค่ำคืนนั้นเอง พระองค์ได้ตัดสินพระทัยเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปเข้าเฝ้าฯ ทูลกระหม่อมปู่ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อกราบถวายบังคมทูลขอพระราชทานคำแนะนำและพระบรมราโชบายในการวางพระองค์และเจรจากับราษฎรที่กำลังตึงเครียด
วันรุ่งขึ้น ทูลกระหม่อมปู่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เสด็จแทนพระองค์ไปเยี่ยมผู้ประสบภัยทันที พระองค์ทรงทำหน้าที่เป็น "สะพานบุญ" นำของจากพื้นที่น้ำไม่ท่วมไปช่วยพื้นที่น้ำท่วม ทำให้เหตุการณ์ความขัดแย้งสงบลงด้วยความละมุนละม่อม ความห่วงใยของพระองค์นั้นครอบคลุมไปถึงทุกชีวิต แม้กระทั่งเมื่อเสด็จลงพื้นที่ในภายหลัง ก็ยังทรงมีพระเมตตาตะโกนถามไถ่ชาวบ้านถึงความเป็นอยู่ของสุนัขในพื้นที่ประสบภัยว่ามีที่อยู่ ที่ขับถ่าย หรือมีอาหารกินหรือไม่
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” (ภาพ: มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย)
จากนั้นมาโครงการฯ ก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด "แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน" ในยามใดก็ตามที่ราษฎรต้องเผชิญกับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ พระองค์ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ก็จะประทานความช่วยเหลือราษฎรอย่างทันท่วงที
โครงการกำลังใจ ของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
การเสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลางในปี พ.ศ.2544 ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พระองค์ทรงเห็นความสำคัญของการดูแลผู้ต้องขังหญิงอย่างลึกซึ้ง ถึงแม้บุคคลเหล่านี้จะเป็นผู้ต้องขังที่เคยก้าวพลาด แต่พวกเขาก็ควรจะได้รับสิทธิที่พึงมีและได้รับความเสมอภาคเฉกเช่นเดียวกับผู้ต้องขังชาย ด้วยเหตุนี้ จึงทรงริเริ่มจัดตั้ง "โครงการกำลังใจ" โดยมุ่งเน้นที่การดูแลความเป็นอยู่และการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม
โครงการนี้ไม่เพียงแต่ให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ยังเป็นการส่งมอบโอกาสให้แก่ผู้ที่เคยก้าวพลาดผ่านการจัดให้มีการฝึกอบรมวิชาชีพภายในเรือนจำและทัณฑสถาน เพื่อให้ผู้ต้องขังมีทักษะติดตัวที่สามารถนำไปประกอบอาชีพที่สุจริตได้ในอนาคตเมื่อพ้นโทษ พระองค์ทรงเชื่อมั่นว่า
เมื่อทุกคนได้รับโอกาสที่สมควร พวกเขาจะเรียนรู้ที่จะเคารพสิทธิของผู้อื่น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการกระทำผิดซ้ำซ้อน และทำให้พวกเขาสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบสุข
พระองค์ยังทรงขยายความช่วยเหลือไปสู่กลุ่มเป้าหมายอื่นๆ นอกเหนือจากทัณฑสถานหญิง โดยทรงสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการดูแลผู้ต้องขังป่วยให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรมผ่าน "โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์"
โครงการกำลังใจ มุ่งเน้นดูแลความเป็นอยู่และการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม (ภาพ: UNODC South-East Asia & the Pacific)
นอกจากโครงการในระดับประเทศแล้ว พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงปัญหาในระดับสากลที่พบว่ามีสัดส่วนผู้หญิงตกเป็นนักโทษในเรือนจำทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น และมีความต้องการหรือความจำเป็นที่แตกต่างจากผู้ต้องขังชายอย่างชัดเจน ความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างหนักของพระองค์สัมฤทธิ์ผลอย่างยิ่งใหญ่เมื่อสามารถวางรากฐานและผลักดันจนเกิดเป็น "ข้อกำหนดกรุงเทพฯ" (Bangkok Rules) หรือข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่ไม่ใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง ซึ่งผ่านมติความเห็นชอบในสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในปี พ.ศ. 2553
โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
แนวคิดเรื่องการให้ความสำคัญกับประชาชนยังครอบคลุมลึกซึ้งไปถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่สมดุลยั่งยืนสำหรับการดำรงชีวิตของราษฎร พระองค์ทรงมีพระปณิธานแน่วแน่ในการสืบสานแนวทางของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรื่องของการอนุรักษ์ดูแลช้าง จนก่อกำเนิดเป็น "โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์" โดยทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
โครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการแก้ปัญหาความขัดแย้งและสร้างความสมดุลระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดของภาคตะวันออก อันได้แก่ ระยอง จันทบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว เพื่อให้คนและช้างสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูล ลดการเผชิญหน้าที่อาจก่อให้เกิดอันตราย พร้อมทั้ง จัดอบรมวิธีผลักดันช้างป่ากลับคืนสู่ป่าอย่างถูกต้อง
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเปิดศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร (ภาพ:สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด)
ในขณะเดียวกัน ชุดอาสาป้องกันภัยช้างป่าก็ได้รับพระราชทานอุปกรณ์เฝ้าระวังอย่างวิทยุสื่อสารและไฟฉายเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน ยิ่งไปกว่านั้น โครงการยังเข้าไปช่วยชาวบ้านปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต พัฒนากลุ่มอาชีพใหม่ๆ และสอนการออมบริหารเงินทุน เพื่อให้พวกเขามีช่องทางทำมาหากินที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงอุทิศทุ่มเทพระวรกาย ปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างไม่ทรงย่อท้อ โดยทรงนำความรู้ พระปรีชาสามารถ และพระประสบการณ์ทั้งหมดที่ทรงสั่งสมจากการลงพื้นที่ทั้งในระดับประเทศและบนเวทีโลก มาปรับใช้เพื่อต่อยอดพัฒนาประเทศชาติในทุกมิติ
พระกรณียกิจทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมถึงพระราชหฤทัยที่ทรงยึดมั่นว่า "ประชาชนสำคัญที่สุด" ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในการอุทิศพระองค์เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร สมดั่งที่เป็น "เจ้าฟ้าของปวงประชา" ผู้สถิตอยู่ในดวงใจของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริงตลอดไป
ติดตามเนื้อหาเจ้าฟ้าของปวงชน
- เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เจ้าฟ้านักกฎหมาย ผู้ทรงขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนบนเวทีโลก
- สดุดี "เจ้าฟ้านักกฎหมาย" เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผู้ทรงพลิกโฉมหน้ากระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
- เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก อ่านฟ้า รู้ฝน สร้างชุมชนปลอดภัย รับมือภัยพิบัติอย่างยั่งยืน
อ้างอิง
- สารคดีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ตอน "พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าของปวงประชา" | Phralan Channel
- สารคดีสั้นเฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับพระกรณียกิจด้านการต่างประเทศ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ | MFA Thailand Channel
- มูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ | PRD กรมประชาสัมพันธ์
- สภากาชาดไทย Thai Red Cross Society









