Pet Humanization "แม่" ยุคใหม่หัวใจมอบให้สัตว์เลี้ยง


Lifestyle

คมสัน ประมูลมาก

Thai PBS
แชร์

Pet Humanization "แม่" ยุคใหม่หัวใจมอบให้สัตว์เลี้ยง

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4281

Pet Humanization "แม่" ยุคใหม่หัวใจมอบให้สัตว์เลี้ยง

ถ้าสังเกตดี ๆ จะเคยพบเห็นว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ สถานที่อย่างร้านกาแฟ โรงแรม ร้านอาหาร เริ่มผ่อนปรนให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปภายในสถานที่ได้ ไม่เว้นแม้แต่ห้างสรรพสินค้าบางแห่งก็ประกาศชัดเจนว่าเป็น Pet Friendly อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าไปได้เช่นเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์ของคนในประเทศที่กำลังเปลี่ยนไป

สถิติบอกกับเราว่าประเทศไทยมีอัตราการเกิดน้อยกว่าการตายติดต่อกันมา 4-5 ปีแล้ว อย่างเมื่อปีที่ผ่านมาก็ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 75 ปี ที่เด็กเกิดใหม่มีไม่ถึง 500,000 คน และมีการคาดการณ์ว่าปีนี้อาจจะลดลงเหลือไม่ถึง 400,000 คนด้วยซ้ำ กลุ่มตัวอย่างของคนวัย 25-39 ปี ระบุว่าตัวเองยังไม่มีความพร้อม และมองว่าการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ต้นทุนการมีลูกอาจสร้างความลำบากให้กับการใช้ชีวิตในอนาคต ทำให่ไม่มีใครอยากเป็นแม่

แต่ถึงอย่างไรก็ตามแม้จะไม่อยากมีลูก แต่สัญชาตญาณของความเป็นแม่ ความอยากดูแลใครสักคนของมนุษย์ก็ไม่ได้หายไปไหน คนจำนวนมากจึงหันมาเติมเต็มความสุขด้วยการเลี้ยงสัตว์แทน ซึ่งไม่ได้แค่เลี้ยงไว้ในฐานะสัตว์เลี้ยง แต่เลือกที่จะเลี้ยงและดูแลพวกเขาประหนึ่งว่าเป็น "ลูก" หรือเป็นสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว

สัญชาตญาณของความเป็นแม่ไม่เคยหายไปจากมนุษย์ ไม่ว่าจะมีลูกหรือไม่มีลูกก็ตาม

Pet Humanization เมื่อคำว่าแม่เผื่อแผ่ไปถึงสัตว์เลี้ยง

Pet Humanization คือการที่เราปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงของเราเสมือนว่าพวกเขาเป็นมนุษย์ หรือเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว โดยมีเราสวมบทบาทเป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง ถือได้ว่าเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญได้เคยให้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ไว้ว่า โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Posthumanism หรือยุคที่เราไม่ได้เอามนุษย์เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งบนโลกอีกต่อไป

ครอบครัวยุคใหม่ที่ประกอบไปด้วยสมาชิกต่างสายพันธุ์  (Photo by Philip FONG / AFP)

ครอบครัวยุคใหม่ที่ประกอบไปด้วยสมาชิกต่างสายพันธุ์ (Photo by Philip FONG / AFP)

คำว่าครอบครัวจึงถูกนิยามใหม่ด้วยคำว่า Multi-species Family หรือครอบครัวที่ประกอบไปด้วยสมาชิกต่างสายพันธุ์ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นสปีชีส์เดียวกัน สืบสายเลือดเดียวกันเพียงอย่างเดียว ครอบครัวจึงเกิดขึ้นกับใครก็ได้ที่เราดูแล เลี้ยงดู และมอบความผูกพันให้แก่กัน

เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคใหม่น้องหมาน้องแมวเพื่อนรักสี่ขาที่มนุษย์ผูกพันมากที่สุด จึงได้ขยับสถานะจากสัตว์เลี้ยงขึ้นมาอยู่เคียงข้างกายมนุษย์อย่างเต็มตัว อยู่ด้วยกันแทบจะทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนคนเป็นพ่อเป็นแม่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงก็พร้อมที่จะเรียนรู้ "อวัจนภาษา" หรือท่าทางที่พวกเขาพยายามสื่อสาร แม้จะพูดไม่ได้แต่เราก็รู้ได้ว่าท่าทางแบบนี้คือกำลังหิว หรือท่าทางแบบนี้คือต้องการขับถ่าย เป็นความใส่ใจในระดับที่ละเอียดอ่อนไม่แพ้การเลี้ยงเด็กเล็กเลยก็ว่าได้

สัตว์เลี้ยงช่วยเยียวยาแม่ได้อย่างไร ?

ในเมื่อนิยามคำว่าครอบครัวยุคใหม่ได้เปลี่ยนไป เพื่อนต่างสปีชีส์ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอย่างเต็มตัว คำถามที่ตามก็คือคือความรัก ความอบอุ่น ที่สัตว์เลี้ยงมอบให้กับเรานั้นเป็นเช่นไร ทำไมถึงสามารถเติมเต็มคำว่าครอบครัว เยียวยาหัวใจคนเป็นแม่ได้อย่างสมบูรณ์

ส่วนหนึ่งของคำตอบของคำถามข้อนี้เราทราบกันเป็นอย่างดี เพราะเคยลองได้สัมผัสกันมาอยู่แล้ว เช่น น้องหมาคือสัตว์ที่ถูกยกย่องว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ ธรรมชาติของพวกเขาเต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ และพร้อมที่จะมอบความรักให้กับเราอย่างบริสุทธิ์ใจโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ในวันที่เราเหงา อ้างว้าง ไม่มีใคร น้องหมาพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเราอย่างไม่มีอิดออด ตอบโจทย์สิ่งที่มนุษย์โหยหาจากคำว่าครอบครัวได้เป็นอย่างดี

สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้กับมนุษย์ได้

ส่วนแมวแม้ว่าจะเป็นสัตว์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องความเป็นอิสระ ไม่สนไม่แคร์สิ่งที่อยู่รอบตัว แต่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก็บอกกับเราว่า การที่เราได้เอามือไปลูบขนสัมผัสความนุ่มฟูของแมว จะไปกระตุ้นสารเคมีในสมองที่มีชื่อว่า “ออกซิโทซิน” หรือที่เรียกได้อีกอย่างว่า “ฮอร์โมนแห่งความรัก” โดยเป็นสารเคมีในสมองชนิดเดียวกับที่หลั่งออกมาเมื่อแม่อุ้มลูก ออกซิโทซินจึงเป็นสารที่สร้างความผูกพันระหว่างแมวกับมนุษย์ได้เป็นอย่างดี

การลูบ กอด หรืออุ้มแมว จะทำให้ฮอร์โมนความรัก พุ่งสูงขึ้น (Photo by AFP)

การลูบ กอด หรืออุ้มแมว จะทำให้ฮอร์โมนความรัก พุ่งสูงขึ้น (Photo by AFP)

นอกจากนี้การที่เราปล่อยให้สัตว์เลี้ยงได้ออดอ้อน ก็จะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดีขึ้น ที่สำคัญยังสามารถช่วยปลอบประโลมจิตใจให้เรากลายเป็นคนที่มีความอ่อนโยนโดยไม่รู้ตัว ลดความรู้สึกรุนแรงที่อยู่ภายในจิตใจ จนทำให้เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจตามมา นอกจากนี้การมีสัตว์เลี้ยงยังช่วยให้ชีวิตเรามีความหมายมากขึ้น เพราะการรู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตกำลังรอเรากลับบ้าน รอดูแลจากเรา จะช่วยเติมเต็มความรู้สึกถึงการมีคุณค่าในตัวเองได้เป็นอย่างดี ไม่ต่างอะไรกับการที่ลูกรอแม่กลับมาถึงบ้าน

ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงอยากเป็นแม่ให้กับสัตว์เลี้ยงมากกว่าการมีลูก ?

นอกจากสภาวะทางเศรษฐกิจและต้นทุนในการมีลูกที่ค่อนข้างสูงตามที่ได้กล่าวไปในตอนต้น อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นแรงผลักดันให้แม่ ๆ ของเหล่าสัตว์เลี้ยงก็คือ วิถีชีวิตและสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป เราเปลี่ยนจากครอบครัวใหญ่ที่มีปู่ย่าตายาย มาเป็นครอบครัวเดี่ยวที่อยู่กันในพื้นที่จำกัด ซึ่งมาพร้อมกับชีวิตที่ต้องทำงานหาเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวเล็ก ๆ ที่กำลังก่อร่างสร้างตัว ซึ่งกว่าจะหยัดยืนขึ้นได้ความพร้อมในการมีลูกก็ได้จากลาไปเสียแล้ว การรับสัตว์เลี้ยงมาดูแลจึงเป็นทางออกที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์แบบนี้มากกว่า

LGBTQ+ เติมเต็มคำว่าครอบครัวด้วยสัตว์เลี้ยง (Photo by Manan VATSYAYANA / AFP)

LGBTQ+ เติมเต็มคำว่าครอบครัวด้วยสัตว์เลี้ยง (Photo by Manan VATSYAYANA / AFP)

สังคมที่เปลี่ยนไปยังเปิดกว้างและโอบรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น คู่รัก LGBTQ+ หลายคู่ต้องการเติมเต็มความอบอุ่นในครอบครัว ก็เลือกที่จะรับสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงดูประหนึ่งลูกแท้ ๆ สวมบทบาทให้ตัวเองเป็นพ่อแม่อย่างที่ใจตนเองต้องการ เป็นการช่วยเติมเต็มสัญชาตญาณความเป็นพ่อแม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบและมีความสุขมาก แถมการเลี้ยงสัตว์ยังทำให้เรายิ้มได้มากกว่า เพราะเขาไม่เถียงเรา และเราไม่ได้หวังการตอบแทนอะไรจากเขา ทำให้การเป็นพ่อแม่ของสัตว์เลี้ยงนั้นเต็มไปด้วยความสนุกและลดความกดดันไปได้เยอะ

ธุรกิจสัตว์เลี้ยงเติบโตเพราะแม่พร้อมเปย์

เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายเป็นลูก และเรากลายเป็นแม่ การเลี้ยงดูให้พวกเขามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้ คือความปรารถนาที่แม่ ๆ ทุกคนต้องการ สงผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงจึงเติบโตแบบพุ่งทะยาน โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ได้คาดการณ์ไว้ว่า มูลค่าทางการตลาดของธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าสูงถึง 75,000 ล้านบาท

ภาคธุรกิจทยอยปรับตัวเป็น Pet Friendly ตอบโจทย์สังคมยุคใหม่ (Photo / AFP)

ภาคธุรกิจทยอยปรับตัวเป็น Pet Friendly ตอบโจทย์สังคมยุคใหม่ (Photo / AFP)

ภาคธุรกิจปรับตัวตามพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนไป สถานที่ที่เราเคยไปมาปรับตัวเป็น Pet Friendly เราสามารถเข็นรถเข็นพาลูก ๆ ของเราเข้าไปเดินเล่นใช้ชีวิตได้อย่างเต็ม ไปพบปะกับบรรดาแม่ของสัตว์เลี้ยงตัวอื่น จนเกิดเป็นสังคที่มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวก็มีโรงแรมที่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ รวมไปถึงบริการกรูมมิ่ง สปา สระว่ายน้ำ และโรงเรียนฝึกสัตว์เลี้ยง ที่ช่วยปรับพฤติกรรมให้น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งขึ้น

และที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือโรงพยาบาลสัตว์ที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย และสัตวแพทย์เฉพาะที่พร้อมดูแลให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด หรือในยามที่สัตว์เลี้ยงของเราจากไปแล้วก็มีวัดที่รับฌาปนกิจสัตว์เลี้ยง พร้อมทำบุญอุทิศส่วนกุศล หรือบริษัทเอกชนที่บริการรับร่างถึงบ้าน พร้อมจัดพิธีแบบครบวงจร

ความเป็นแม่ที่ไม่ต้องการ "การทดแทนบุญคุณ" จากสัตว์เลี้ยง

ในอดีตการเลี้ยงดูลูกอาจจะมาพร้อมกับความหวังลึก ๆ ว่าเมื่อลูกโตขึ้น เขาจะกลับมาดูแลและทดแทนบุญคุณเราในยามแก่เฒ่า แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่สาย Pet Humanization เรารู้อยู่เต็มอกว่าลูก ๆ สี่ขาเหล่านี้ไม่สามารถมาทดแทนบุญคุณเราได้ และด้วยอายุขัยของพวกเขาที่สั้นกว่ามนุษย์ วันหนึ่งพวกเขาก็คงต้องเดินทางกลับดาวหมาดาวแมวไปก่อนเราอย่างแน่นอน

แค่ได้เฝ้ามองพฤติกรรม เฝ้ามองการเติมโต ก็มีความสุขเพียงพอแล้ว

แค่ได้เฝ้ามองพฤติกรรม เฝ้ามองการเติมโต ก็มีความสุขเพียงพอแล้ว

แต่ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ยังคงเลือกที่จะรักและดูแลพวกเขาอย่างดีที่สุด เป็นความรักที่ไม่ได้ต้องการการตอบแทน ไม่ได้ต้องการการทดแทนบุญคุณ ไม่ได้เรียกร้องความสมบูรณ์แบบ สิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทำก็คือพยายามที่จะทำความเข้าใจและตอบสนองความต้องการของพวกเขาให้ดีที่สุด เพราะเพียงแค่ได้เห็นเขากินอิ่ม นอนหลับสบาย วิ่งเล่นอย่างร่าเริง ก็มีความสุขเพียงพอแล้ว สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงจิตใจที่อ่อนโยนและความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นความรักที่งดงามและทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ ไม่ต่างอะไรกับการที่แม่รักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข

แมวอ้วน.jpg

แมวอ้วน.jpg

ติดตามอ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

อ้างอิง

  • ไม่มีลูกก็ไม่เหงา…เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายเป็นครอบครัว | TUxMU Battle EP.4
  • คนไทยเลี้ยงสัตว์เป็นลูกเพิ่มขึ้น เทรนด์ธุรกิจ Pet Parent ที่มาแน่ในปีนี้ l การตลาดการเตลิด
  • ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วันแม่แม่สัตว์เลี้ยงPet Humanization
คมสัน ประมูลมาก

ผู้เขียน: คมสัน ประมูลมาก

Digital Content Curator Specialist และ Content Writer ประจำการอยู่ที่สำนักสื่อดิจิทัล Thai PBS เชี่ยวชาญการผลิตผลงานในรูปแบบบทความ ที่เกี่ยวข้องกับ ประวัติศาสตร์ การเมือง สังคม สำเร็จการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และนิยมดื่มกาแฟวันละ 2 แก้ว

บทความ NOW แนะนำ