ลูบ กอด หรืออุ้มแมว! จะทำให้ “ฮอร์โมนความรัก” ทาสแมวและแมวพุ่งสูงขึ้น


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

จิราภพ ทวีสูงส่ง

Thai PBS
แชร์

ลูบ กอด หรืออุ้มแมว! จะทำให้ “ฮอร์โมนความรัก” ทาสแมวและแมวพุ่งสูงขึ้น

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3164

ลูบ กอด หรืออุ้มแมว! จะทำให้ “ฮอร์โมนความรัก” ทาสแมวและแมวพุ่งสูงขึ้น
บริการเสริมจาก Thai PBS AI
ช่วยสรุปให้

ขนฟูชูใจ! “ออกซิโทซิน” (Oxytocin) หรือที่รู้จักในชื่อ “ฮอร์โมนความรัก” (Love Hormone) ของทาสแมวและแมวจะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อทั้งคู่เกิดการสัมผัสทางกาย เช่น ลูบ กอด หรืออุ้มอย่างผ่อนคลาย

Laura Elin Pigott อาจารย์อาวุโสด้านประสาทวิทยาและการฟื้นฟูระบบประสาท มหาวิทยาลัยลอนดอนเซาท์แบงก์ (London South Bank University : LSBU) กล่าวว่า แมวอาจมีชื่อเสียงในเรื่องความเป็นอิสระ แต่การวิจัยใหม่ ๆ แสดงให้เห็นว่ามีความเชื่อมโยงที่เป็นเอกลักษณ์กับแมว ซึ่งได้รับแรงกระตุ้นจากสารเคมีในสมอง ซึ่งก็คือ “ออกซิโทซิน” (Oxytocin) ที่มักเรียกว่า “ฮอร์โมนแห่งความรัก” (Love Hormone) โดยเป็นสารเคมีในสมองชนิดเดียวกับที่หลั่งออกมาเมื่อแม่อุ้มลูก หรือเมื่อเพื่อนกอดกันส่งเสริมความไว้วางใจและความรักใคร่ โดยในปัจจุบันมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าออกซิโทซินมีความสำคัญต่อความผูกพันระหว่างแมวกับมนุษย์ด้วย

นอกจากนี้ “ออกซิโทซิน” ยังช่วยระงับ “ฮอร์โมนความเครียด” หรือ “คอร์ติซอล” (Cortisol) และกระตุ้น “ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก” (Parasympathetic Nervous System : PSNS เป็นระบบพักผ่อนและย่อยอาหาร) เพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย

แม้นนักวิทยาศาสตร์จะทราบมานานแล้วว่า การมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นมิตรจะกระตุ้นให้เกิดการหลั่ง “ออกซิโทซิน” ในสุนัขและทาสหมา แต่ยังไม่มีข้อมูลมากนักเกี่ยวกับผลที่เกิดขึ้นของออกซิโทซินต่อแมว

ทำให้งานวิจัยนี้ตั้งสมมุติฐานว่า “ออกซิโทซิน” จะถูกปล่อยออกมาระหว่างแมวกับมนุษย์หรือไม่ หากปล่อยแล้วจะปล่อยเมื่อใด ?

โดยผลการศึกษาพบว่า เมื่อ “ทาสแมว” ลูบ กอด หรืออุ้มแมวอย่างผ่อนคลาย ระดับออกซิโทซินของ “ทาสแมว” และ “แมว” มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทีมวิจัยได้ตรวจวัดระดับออกซิโทซินในแมวระหว่างการเล่นและกอดเจ้าของที่บ้านเป็นเวลา 15 นาที แมวที่ผูกพันกับเจ้าของอย่างแนบแน่นและเริ่มต้นการสัมผัส เช่น การนั่งตักหรือการสะกิด พบว่าระดับออกซิโทซินพุ่งสูงขึ้น ยิ่งแมวใช้เวลาใกล้ชิดกับเจ้าของมากเท่าไร ระดับออกซิโทซินก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น

ขณะที่ “แมวอินโทรเวิร์ต” (Introvert) ผลจะแตกต่างกัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของออกซิโทซินอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่แมวซึ่งมีความวิตกกังวล (มองหาทาสแมวอยู่ตลอดเวลา ชอบให้ทาสแมวสัมผัส) จะมีออกซิโทซินสูงตั้งแต่แรก

บางทีมนุษย์อาจเรียนรู้บางอย่างจาก “เพื่อนแมว” เกี่ยวกับการจัดการรูปแบบความผูกพัน กุญแจสำคัญในการสร้างความผูกพันกับ “แมว” คือการเข้าใจวิธีการสื่อสารของพวกมัน ซึ่งต่างจากสุนัข แมวไม่ได้อาศัยการสบตานาน ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ แต่จะใช้สัญญาณที่เรียบง่ายกว่า วิธีซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือการ “กะพริบตาช้า ๆ” เป็นรอยยิ้มแบบแมว ๆ ที่แสดงถึงความปลอดภัยและความไว้วางใจ

เสียงครางของแมวยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างสัมพันธ์กับมนุษย์ เสียงครางความถี่ต่ำของแมวไม่เพียงแต่เชื่อมโยงกับการเยียวยาในแมวเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับมนุษย์ทำให้เกิดความสงบอีกด้วย การฟังเสียงครางสามารถลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตได้ ซึ่งออกซิโทซินจะช่วยส่งเสริมประโยชน์เหล่านี้

การมี “แมว” เป็นลูก หรือเป็นเพื่อน เมื่อได้รับการเสริมด้วยออกซิโทซินเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการมีปฏิสัมพันธ์กันในแต่ละวัน สามารถช่วยป้องกันความวิตกกังวลและ “ภาวะซึมเศร้า” ได้ โดยในบางกรณีอาจช่วยให้รู้สึกสบายใจเทียบเท่ากับการสนับสนุนทางสังคมของมนุษย์เลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม แมววิวัฒนาการมาจากนักล่าที่ชอบอยู่โดดเดี่ยว ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการแสดงออกทางสังคมที่ชัดเจนเพื่อความอยู่รอด ดังนั้น เหล่าแมว ๆ อาจไม่ได้แสดงพฤติกรรมที่กระตุ้นด้วยออกซิโทซินอย่างพร้อมเพรียงหรือสม่ำเสมอ แต่แมวอาจเก็บพฤติกรรมการปล่อยออกซิโทซินไว้ใช้เมื่อรู้สึกปลอดภัยจริง ๆ

ความไว้วางใจของ “แมว” ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ แต่ต้องอาศัยความพยายาม และความพยายามอย่างเต็มที่ แต่เมื่อได้รับความไว้วางใจแล้ว ความไว้วางใจนั้นจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ด้วยสารเคมีชนิดเดียวกับที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ คู่รัก และเพื่อนมนุษย์เข้าด้วยกัน

ดังนั้น คราวหน้าหากแมวของเหล่าทาสแมวกะพริบตาช้า ๆ จากอีกฟากของโซฟา หรือปีนขึ้นมาบนตักเพื่อกอดอย่างแผ่วเบา จงรู้ไว้ว่ายังมีบางสิ่งที่มองไม่เห็นกำลังเกิดขึ้นเช่นกัน นั่นก็คือ “ออกซิโทซิน” กำลังเพิ่มขึ้นในสมองทั้งคู่ ช่วยเพิ่มความไว้วางใจ และบรรเทาความเครียดในชีวิตประจำวัน ส่วนแมวเองก็ได้เข้าถึง “ความรัก” ที่มีต่อทาสแมว

ลูบแมว กอดแมว อุ้มแมว แล้ว “ทาสแมว” ชีวี..จะมีสุขมากขึ้น


หลากหลายเรื่องราว “แมว ๆ” ที่ “ทาสแมว” ได้อ่านแล้วจะยิ่งหลงรัก

📌อ่าน : ทำไม? “แมว” ส่วนใหญ่ชอบนอนตะแคงซ้าย นักวิทย์เข้าใจถึงสาเหตุแล้ว

📌อ่าน : ครั้งที่สอง! เจ้าแมว “Pepper” ช่วยนักวิทย์ค้นพบไวรัสชนิดใหม่อีกแล้ว

📌อ่าน : ดมกลิ่นไม่ใช่จำหน้า! วิธี “แมว” จดจำตัวตน “ทาสแมว”  

📌อ่าน : รู้แล้ว..ทำไม? “แมวส้ม” นักวิทย์ระบุการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมได้แล้ว  

📌อ่าน : มิตรภาพของแมวเป็นอย่างไร ? ศึกษาเพื่อทาสแมวเข้าใจ “แมว” มากขึ้น  

📌อ่าน : แม้แมวจะเข้าใจยาก! แต่แมวเป็น “สัตว์บำบัด” ที่ดีได้  

📌อ่าน : ถึงกับอึ้ง ! นักวิทยาศาสตร์พบ “แมว” แสดงออกทางสีหน้าได้ถึง 276 แบบ  

📌อ่าน : คาบหนูมาให้ ! “แมว” ทำให้ค้นพบ “ไวรัสชนิดใหม่” โดยบังเอิญ  

📌อ่าน : แสงที่ออกมาจากดวงตาของ “แมว” เวลากลางคืนคืออะไร ?  

📌อ่าน : HIDE & SEEK นวัตกรรม “ทรายแมว” รักษ์โลก แมวกลบปลอดภัย ทาสเก็บสบายใจ  

🎬 รับชมคลิป : "ทาสแมว" ใจบันดาลแรง "นักวิจัย" ก้าวออกนอกห้องแล็บ | ก่อกอง SCI 
 

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : theconversation

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กอดแมวทาสแมวแมวฮอร์โมนความรักLove HormoneออกซิโทซินOxytocinวิทย์น่ารู้วิทยาศาสตร์น่ารู้วิทยาศาสตร์Thai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech CatCat LoverScience
จิราภพ ทวีสูงส่ง

ผู้เขียน: จิราภพ ทวีสูงส่ง

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความ NOW แนะนำ