ข่าวเหตุอาชญากรรมร้ายแรงที่มีลักษณะก่อเหตุต่อเนื่อง มีคำอธิบายที่ปรากฏขึ้นคือคำว่า “ไซโคพาธ (Psychopath)” หรือโรคบุคลิกภาพผิดปกติที่ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
Thai PBS ชวนรู้จักและเข้าใจไซโคพาธพร้อมวิธีสังเกต ไซโคพาธคืออะไร ? มีลักษณะและวิธีสังเกตอย่างไร ? เพื่อสามารถระมัดระวังตัวให้มากขึ้นได้
ไซโคพาธ (Psychopath) คืออะไร ?
ไซโคพาธ หรือโรคไซโคพาธ (Psychopaths) คือหนึ่งในกลุ่มโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder) ซึ่งมีลักษณะขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ขาดความสำนึกผิด มีความรู้สึกด้านชา ไม่เกรงกลัว ขาดความยับยั้งชั่งใจ เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง
ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ไซโคพาธเป็นหนึ่งในภาวะที่รักษาได้ยากและมักมีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี มักไม่ร่วมมือกับการรักษา การทำจิตบำบัดจึงได้ประโยชน์ค่อนข้างน้อย การเกิดโรคไซโคพาธเกิดได้จากหลายปัจจัย
ปัจจัยทางกาย ได้แก่ มีความผิดปกติของสมองโดยเฉพาะส่วนหน้าและส่วนอะมิกดาลา, ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง, อุบัติเหตุทางสมอง และพันธุกรรม
ปัจจัยทางด้านจิตใจและสังคม ได้แก่ การถูกกระทำทารุณกรรมในวัยเด็ก, การถูกเลี้ยงดูแบบละเลยเพิกเฉย, มีการก่ออาชญากรรมในครอบครัว, ความแตกแยกในครอบครัว และสภาพสังคมรอบตัวที่โหดร้าย
ทั้งนี้ ผู้ที่มีอาการไซโคพาธนั้นมีกลุ่มที่สามารถใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปได้ แต่ต้องมีการควบคุมพฤติกรรมไม่ให้ก้าวร้าวรุนแรงหรือใช้ยาเพื่อรักษาตามอาการ หากสงสัยหรือต้องการการรักษาสามารถปรึกษาได้ที่ 1323 สายด่วนสุขภาพจิต
ไซโคพาธ หนึ่งในกลุ่มโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder) ซึ่งมีลักษณะขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ขาดความสำนึกผิด
ไซโคพาธ (Psychopath) สังเกตได้อย่างไร ?
ไซโคพาธ สามารถสังเกตได้จากหลายด้าน ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตเผยถึงอาการแสดงสำคัญได้แก่ จิตใจที่แข็งกระด้าง มีพฤติกรรมตอบสนองต่อความต้องการของตนเองโดยไม่สนใจผู้อื่นในสังคม มีความผิดปกติทางอารมณ์ และความคิดโดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าสังคมมักทําความรุนแรงซ้ำ ๆ และก่อให้เกิดอาชญากรรม
Dr. Silvina Galperin นักจิตวิเคราะห์ชาวแคนาดาในฐานะผู้เชี่ยวชาญ แนะนำข้อสังเกตบุคคลที่มีความสัมพันธ์ด้วยที่เข้าข่ายไซโคพาธ โดยมี 7 ข้อสังเกตดังนี้
- ไซโคพาธมักมีความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป
ความมั่นใจถือเป็นคุณสมบัติที่ดีเมื่ออยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่ความมั่นใจที่มากเกินไปอาจเป็นสัญญาณอันตรายได้ ไซโคพาธจะมีความมั่นใจตัวเองในระดับที่คล้ายกับรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิพิเศษและมีทัศนคติเหนือกว่าคนอื่น มองว่าคนอื่นด้อยกว่า มักเชื่อมั่นในตัวเองจนทำให้คนอื่น ๆ หลงเชื่อได้ และมักชอบพูดจาโอ้อวดตัวเองจนเกินจริงเสมอ
- ไซโคพาธไม่สามารถเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้
การรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์ มีมากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ไซโคพาธจะไร้ความรู้สึกนี้โดยสิ้นเชิง ไม่มีความสามารถในการเห็นอกเห็นใจ ใส่ใจผู้อื่น และสามารถทำร้ายคนใกล้ชิดได้โดยไม่รู้สึกผิด สามารถสังเกตได้จากปฏิกิริยาตอบสนองในเรื่องต่าง ๆ พวกเขาจะไม่แสดงอาการตอบสนองตาม ไม่รู้สึกเสียใจหรือตื่นเต้นตามคนอื่นหรือจากการรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ
- ไซโคพาธมักมีเสน่ห์แบบผิวเผิน
ผู้มีอาการไซโคพาธสามารถทำให้ตัวเองดูเป็นมิตร ใจดี มีเสน่ห์ แต่ทั้งหมดเป็นเพียงเปลือกนอกเพื่อใช้เอาใจและชักจูงผู้คนไปสู่เป้าหมายบางอย่างที่มักเป็นเงินและอำนาจ สังเกตได้จากการปฏิบัติที่ดูมีเสน่ห์เหล่านั้นจะแอบซ่อนเจตนาบางอย่างและมักเลือกปฏิบัติเฉพาะกับบุคคลที่สามารถช่วยเหลือด้านสถานะของเขาได้เท่านั้น
- ไซโคพาธไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึก
พวกเขาไม่สามารถเข้าใจธรรมชาติพื้นฐานด้านอารมณ์ความรู้สึกของคนทั่วไปได้ เนื่องจากปัญหาการทำงานของสมอง ทำให้ไม่รู้สึกกลัว ไม่รู้สึกมีความสุขหรือเห็นอกเห็นใจผู้อื่น พอมีวิธีสังเกตได้จากการพูดคุยถึงความสุขความทุกข์ในชีวิต สีหน้าอารมณ์ที่ว่างเปล่าเป็นเวลานานผิดปกติ ถือเป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่ง
- ไซโคพาธมักเป็นคนหุนหันพลันแล่น
นิสัยพื้นฐานของพวกเขาคือการไม่คิดหน้าคิดหลัง ทำก่อนโดยไม่คิดไตร่ตรอง อยากทำอะไรแล้วจะทำทันทีโดยไม่นึกถึงผลที่จะตามมา ทำแต่เรื่องเสี่ยง ๆ เพื่อแสวงหาความตื่นเต้น ข้อนี้อาจสังเกตได้ยาก แต่พอจะดูได้จากการกระทำต่าง ๆ ในชีวิตที่มักดูร้อนรนผิดปกติ โมโหร้ายขณะขับรถ หรือทำบางอย่างที่ประมาณจนเกินไป
- ไซโคพาธไม่ขอโทษ
คนเป็นไซโคพาธขาดการตอบสนองต่อความรู้สึกผิดหรือความสำนึกผิดอย่างแท้จริง เมื่อมีความผิดเกิดขึ้นก็จะไม่ยอมรับ สารภาพผิดหรือขอโทษ แต่จะหาเหตุผลมาแก้ตัวเพื่ออธิบายว่าทำไมถึงผิดพลาด จะขอโทษเมื่อถูกบังคับและขอโทษอย่างไม่จริงใจ หรือจะขอโทษและตำหนิฝ่ายตรงข้ามไปด้วยแม้ตัวเองจะผิดก็ตาม
- ไซโคพาธชอบหลอกลวง
ผู้ที่เป็นไซโคพาธมักจะสร้างเรื่องราวตัวตนปลอมของตัวเองเพื่อหลอกลวงหลอกล่อคนอื่น โดยกระทำไปทั้งเพื่อความสนุกและเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง การโกหกของพวกเขามีลักษณะคล้ายการแสดงละครเพื่อสร้างความสัมพันธ์ปลอม ๆ ขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายเท่านั้น
ในอดีตมีหลายกรณีของการก่ออาชญากรรมต่อเนื่องมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการไซโคพาธทั้งกรณี สมคิด พุ่มพวง หรือกรณีของแอม ไซยาไนด์ เหตุอาชญากรรมหลายครั้งเกิดได้จากบุคคลที่เข้ามาปฏิสัมพันธ์ด้วย การรู้และเข้าใจถึงความเสี่ยงเพื่อระมัดระวังตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ
อ้างอิง
- กรมสุขภาพจิต
- cbtpsychology.com








