รถจนน้ำท่วม รถลุยน้ำสูงจนน้ำเข้ารถต้องได้รับการทำความสะอาดโดยเฉพาะพรมที่อยู่ในรถ
Thai PBS สรุปรวมวิธีซักพรมฆ่าเชื้อโรคในรถที่คุณสามารถทำเองได้หากน้ำเข้ารถ อย่างไรก็ตาม กรณีรถลุยน้ำท่วมสูงหรือจมน้ำเป็นเวลานานควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาประกันรถของตนเองอาจมีความคุ้มครองน้ำท่วมที่รวมถึงค่าซักพรมและเปลี่ยนพรมได้
น้ำเข้ารถ รถจมน้ำท่วมผลเสียที่อาจคาดไม่ถึง
รถจมน้ำท่วมนอกจากความเสียหายสำหรับการใช้งานแล้ว ในกรณีรถลุยน้ำที่น้ำเข้าไปในรถ ต่อให้ยังใช้งานได้ แต่น้ำที่เข้ารถสามารถก่อให้เกิดความเสียหายที่คุณอาจคาดไม่ถึงได้ดังนี้
คราบสกปรกและเชื้อโรค หากปล่อยทิ้งไว้นานแบคทีเรียจะสามารถเจริญเติบโตจากความอับชื้นและส่งผลให้เกิดอันตรายและส่งกลิ่นอับได้อีกด้วย
สนิมที่ตัวถังโครงสร้างรถ เกิดจากน้ำที่ฝังอยู่ใต้พรมสามารถซึมเข้าไปถึงตัวถังรถหากปล่อยไว้นานจะเกิดสนิมที่ตัวถังรถสร้างความเสียหายได้ นอกจากนี้ความชื้นอาจส่งผลให้มดมาทำรังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างของรถได้อีก
ความเสียหายต่อระบบไฟฟ้า ใต้พรมของรถจะมีสายไฟที่ใช้สำหรับระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์ ดังนั้นหากปล่อยไว้นานจนความชื้นซึมไปถึง จะยิ่งมีความเสี่ยงกระทบต่อระบบไฟฟ้าภายในรถได้
เมื่อรถเจอน้ำฝนสูงหรือน้ำท่วมเข้าจึงควรซักพรมในรถยิ่งเร็วยิ่งดี เพื่อป้องกันความเสียหายต่อรถที่อาจเกิดขึ้นได้
ช่วงน้ำท่วม การขับรถลุยน้ำ น้ำเข้ารถเกิดขึ้นได้
เตรียมอุปกรณ์สถานที่ให้พร้อม น้ำเข้ารถต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่
การทำความสะอาดรถในกรณีที่น้ำเข้ารถจำเป็นต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ จึงต้องมีการเตรียมอุปกรณ์และสถานที่ให้พร้อม
จอดรถในที่โล่งและมีบริเวณ เนื่องจากจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการทำความสะอาดค่อนข้างมาก และต้องมีอากาศถ่ายเทได้ดี สิ่งสำคัญอีกอย่างคือต้องใช้เวลานานในการทำความสะอาด พร้อมมีบริเวณที่ว่างให้สามารถนำรถตากแดดเป็นเวลานานได้อีกด้วย
เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดให้พร้อม เบื้องต้นมีอุปกรณ์ที่จำเป็นดังนี้ น้ำยาทำความสะอาด แปรงขนอ่อน ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ ผ้าสำหรับเช็ด ควรมีเครื่องดูดฝุ่นแบบดูดน้ำได้ (Wet/Dry Vacuum) จะช่วยทำความสะอาดพรมได้ง่ายขึ้น
ขั้นตอนการทำความสะอาดพรม เมื่อน้ำเข้ารถ
เมื่อเตรียมอุปกรณ์และสถานที่พร้อมแล้ว การทำความสะอาดรถควรดำเนินไปทีละขั้นตอนเพื่อความสะอาดและปลอดภัย
1. จัดการของและขยะภายในรถออก สิ่งของที่เป็นชิ้นๆ ภายในรถ รวมถึงขยะให้ค่อย ๆ นำออกและทำความสะอาด พร้อมถอดพรมฟูพื้นยาง (หรือพรมกระดุม) ออกมาซักล้างทำความสะอาดแยกข้างนอก แล้วตากแดดไว้
2. ใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด ดูดเศษดินทรายบนพรมรถ หากพรมยังเปียกให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือหนังสือพิมพ์กดทับซับน้ำออกมาให้ได้มากที่สุด และสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นแบบดูดน้ำทำความสะอาดจะยิ่งช่วยให้การล้างทำได้ง่ายขึ้น
3. ลงน้ำยาทำความสะอาด ผสมน้ำยาทำความสะอาดพรมรถยนต์ หรือใช้น้ำสบู่เจือจาง ใส่ขวดสเปรย์ฉีดให้ทั่วผืนพรมภายในรถ ฉีดเน้นบริเวณที่สกปรกหรือมีกลิ่นอับ ทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้คราบสกปรกหลุดออก
4. ขัดเช็ดทำความสะอาด ใช้แปลงขนนุ่มขัดเบาๆ ให้ทั่วพรม และขัดให้เน้นย้ำที่บริเวณที่สกปรกเพื่อให้ครอบหลุดออก จากนั้นผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดฟองและครอบสกปรกออก แล้วเช็ดอีกรอบด้วยผ้าแห้ง จากนั้นจึงค่อยๆ ซับด้วยผ้าแห้งอีกครั้งเพื่อเอาความชื้นออก ทำซ้ำจนกว่าจะสะอาด
5. ตากแดดไล่ความชื้น ถือเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อไล่ความชื้นออกไปให้ได้มากที่สุดด้วยการจอดรถตากแดด เปิดประตูทุกบานทิ้งไว้ราว 3 - 4 ชั่วโมง เพื่อให้แดดฆ่าเชื้อโรคพร้อมกับไล่ความชื้นในพรมออกไปให้ได้มากที่สุด ป้องกันการเกิดเชื้อโรคและกลิ่นอับ
ในช่วงน้ำท่วมหนักจำเป็นต้องใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง กรณีน้ำเข้ารถสามารถเกิดขึ้นได้ การดูแลหลังเกิดรับมือเหตุน้ำท่วมด้วยการทำสะอาดเพื่อกลับมาใช้รถตามปกติถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่หากรถต้องลุยน้ำสูง หรือจมน้ำท่วมอาจพิจารณาให้ผู้เชี่ยวชาญทำความสะอาด เนื่องจากต้องมีการถอดเบาะและอุปกรณ์หลายอย่างในรถเพื่อนำพรมมาทำสะอาดทั้งหมดเข้าไปถึงระบบภายในรถ จึงต้องใช้อุปกรณ์และความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ
อ้างอิง
- กรมขนส่งทางบก








