สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าฟ้านักกฎหมาย ผู้ทรงขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนบนเวทีโลก


สิทธิมนุษยชน

พีรชัย พสุทันท์

Thai PBS
แชร์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าฟ้านักกฎหมาย ผู้ทรงขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนบนเวทีโลก

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4077

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าฟ้านักกฎหมาย ผู้ทรงขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนบนเวทีโลก

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่และเป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ ‘Transnational Organized Crime (อาชญากรรมจัดตั้งข้ามชาติ)’ ณ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ (เครดิตพระรูป: Manuel Elías/UN Photo)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ ‘Transnational Organized Crime (อาชญากรรมจัดตั้งข้ามชาติ)’ ณ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ (เครดิตพระรูป: Manuel Elías/UN Photo)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และความสนพระทัยในความยุติธรรมทางสังคม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑ พระองค์เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และเป็นพระราชนัดดา (หลาน) พระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงสนพระทัยในศาสตร์เกี่ยวกับยุติธรรมตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง และสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ต่อมา พระองค์ทรงศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) ประเทศสหรัฐอเมริกา

พสกนิกรไทยล้วนคุ้นเคยกับบทบาทของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สกากาชาดไทย ซึ่งถือเป็นองค์กรการกุศลที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านอุทกภัยรอบด้าน ตั้งแต่การเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ การช่วยเหลือระหว่างเกิดภัยพิบัติ และการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ อีกทั้งพระองค์ยังทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง จนในปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (พระยศเดิม) ให้ทรงดํารงตําแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ (ข้าราชการอัยการชั้น ๕) สํานักงานอัยการภาค ๒ สํานักงานอัยการสูงสุด

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีความสนใจพิเศษด้านการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้หญิงในกระบวนการยุติธรรม พระองค์จึงทรงมีพระดำริให้จัดตั้ง ‘โครงการกำลังใจ’ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ เพื่อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการโอกาสในสังคมไทย โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ต้องขังสตรี กลุ่มเด็กติดผู้ต้องขัง กลุ่มเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด และกลุ่มผู้ขาดโอกาสอื่น ๆ ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ พระองค์ประทานสัมภาษณ์แก่สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ถึงความเป็นมาของโครงการกำลังใจ ความว่า

I went to Central Women Correction in Bangkok and have seen pregnant inmates and some inmates with their babies. I started to concern because those babies are the innocent parties, who are affected from the criminal justice systems. And they are not in any category because they are not imprisonment, but also they’re not orphans.

 ข้าพเจ้าไปยังทัณฑสถานหญิงกลางในกรุงเทพฯ และพบผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์กับผู้ต้องขังบางรายที่มีบุตร ข้าพเจ้าเริ่มมีความกังวล เพราะเด็กเหล่านั้นเป็นผู้บริสุทธิ์และได้รับผลกระทบจากกระบวนการยุติธรรม เด็กเหล่านั้นไม่ได้จัดอยู่ในประเภทใดก็ตาม เพราะพวกเขาไม่ใช่ผู้ต้องขังหรือเด็กกำพร้าแต่อย่างใด

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิเด็กและการสร้างสังคมที่ปลอดภัยเพื่อเด็กทุกคน ดังที่พระองค์มีพระดำรัสแก่ยูนิเซฟ (UNICEF) เนื่องในโอกาสครบรอบ ๓๐ ปี อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child – CRC) เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๖๓ โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า

เด็กทุกคนต้องได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เท่าเทียม ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย เจริญรุ่งเรือง และยั่งยืน พวกเขาต้องเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่มีคุณภาพ ซึ่งรวมถึง บริการสุขภาพ โภชนาการ และการศึกษา รัฐมีความรับผิดชอบต่อการสร้างหลักประกันสิทธิและการเข้าถึงบริการเหล่านี้ให้เด็กทุกคน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระดำรัส เนื่องในวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล ณ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ (เครดิตพระรูป: Paulo Filgueiras/UN Photo)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระดำรัส เนื่องในวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล ณ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ (เครดิตพระรูป: Paulo Filgueiras/UN Photo)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และบทบาทในสหประชาชาติ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีบทบาทใกล้ชิดกับสหประชาชาติ (United Nations) มาโดยตลอด เริ่มจากปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ พระองค์ทรงฝึกงานด้านการทูตพหุภาคี ในฐานะเลขานุการเอก ที่คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ต่อมา ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ พระองค์ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของกองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM หรือ UN Women ในปัจจุบัน) เพื่อผลักดันการต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีในระดับนานาชาติ

ความสำเร็จของโครงการกำลังใจนำมาสู่การจัดตั้ง ‘Enhancing Lives of Female Inmates (ELFI)’ หรือโครงการจัดทำข้อเสนอในนามประเทศไทยเพื่อผลักดันให้เป็นข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และในปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติครั้งที่ ๖๕ ได้รับหลักการ ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules)’ ซึ่งว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่ไม่ใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำความผิดหญิง นับเป็นข้อกำหนดสำคัญที่ประเทศไทยได้ริเริ่มและผลักดัน โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงให้การสนับสนุน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ยัง ทรงเป็นประธานคณะที่ปรึกษาพิเศษ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) ซึ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในกรอบความร่วมมือกับสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา และพระองค์ทรงตำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (CCPCJ) สมัยที่ ๒๑ ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๕๔-๒๕๕๕

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา มีพระดำรัสต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าด้วยหลักนิติธรรม เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ (เครดิตพระรูป: Marco Castro/UN Photo)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา มีพระดำรัสต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าด้วยหลักนิติธรรม เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ (เครดิตพระรูป: Marco Castro/UN Photo)

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงดำรงตำแหน่งผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ขณะที่ทรงปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียนนา และในปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ พระองค์ทรงรับตำแหน่ง ‘ทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ จาก UNODC เนื่องจากทรงส่งเสริมการดำเนินงานของสำนักงาน UNODC ระดับภูมิภาค และทรงช่วยระดมความร่วมมือในประเด็นระดับโลกที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงวาระ ๒๐๓๐ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ

ด้วยพระปรีชาสามารถและน้ำพระทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จึงทรงเป็นกำลังสำคัญและแรงบันดาลใจในการผลักดันสิทธิมนุษยชนบนเวทีโลก อีกทั้งยังทรงส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยผ่านพระจริยวัตรอันงดงาม พระองค์จึงทรงเป็น “เจ้าฟ้านักกฎหมาย” และ “เจ้าหญิงนักการทูต” ผู้ทรงเป็นความภาคภูมิใจของพสกนิกรไทยสืบไป

อ้างอิง

  • ข้อกำหนดกรุงเทพ, TIJ Women Prisoners and the Bangkok Rules in ASEAN
  • ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ, ราชกิจจานุเบกษา, หน้า ๙ เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๓๐๗ ง, ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๐
  • พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรี ด้านหลักนิติธรรมสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, Thailand Institute of Justice (TIJ)
  • พระราชดำรัส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เพื่อเด็กทุกคน, UNICEFThailand
  • สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
  • สารคดีสั้นเฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับพระกรณียกิจด้านการต่างประเทศ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ๗ ธันวาคม ๒๕๖๘, กระทรวงการต่างประเทศ
  • The Bangkok Rules, TIJ Women Prisoners and the Bangkok Rules in ASEAN
  • UNODC Goodwill Ambassador for the Rule of Law in Southeast Asia Her Royal Highness Princess Bajrakitiyabha Mahidol of Thailand, United Nations
  • UNODC Interview with HRH Princess Bajrakitiyabha Mahidol, UNODC - United Nations Office on Drugs and Crime

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาโครงการกำลังใจข้อกำหนดกรุงเทพสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ
พีรชัย พสุทันท์

ผู้เขียน: พีรชัย พสุทันท์

เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล ไทยพีบีเอส ศิษย์เก่าอักษรฯ จุฬาฯ และโปรแกรมปริญญาโททุน Erasmus Mundus ด้านวรรณกรรมยุโรป ผู้มีความเชื่อที่ว่า คนทำคอนเทนต์ที่ดี ต้องเข้าใจชีวิตประมาณหนึ่ง | Contact: PeerachaiP@thaipbs.or.th

บทความ NOW แนะนำ