ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

"เจลาโต้" Ultra Smooth เบื้องหลังความเนียนนุ่ม ที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

26 ก.ค. 696 นาที26 ก.ค. 69

"เจลาโต้" (Gelato) ความเนียนระดับ "Ultra Smooth" รสสัมผัสนุ่มแบบอิตาลีแท้! ต่างจากไอศกรีมทั่วไปอย่างไร ทั้งวัตถุดิบ ขั้นตอนการทำ และทำไมถึงราคาแพง ?

ขนาดตัวอักษร

"เจลาโต้" (Gelato) ความเนียนระดับ "Ultra Smooth" รสสัมผัสนุ่มแบบอิตาลีแท้! กำลังเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียลฯ อย่างมาก โดยเฉพาะร้านดังในห้างฯ ใจกลางเมือง ที่ถูกวิจารณ์ทั้งเรื่องราคา คุณภาพ และมาตรฐานของไอศกรีม จนทำให้คนในสังคมเกิดความสงสัยว่า "เจลาโต้" ต่างจากไอศกรีมทั่วไปอย่างไร วัตถุดิบที่ใช้ และกรรมวิธีการผลิตยุ่งยากจนดันราคาต่อถ้วยหลายร้อยบาท หรือเป็นเพียงเพราะสตอรี่กันแน่

Thai PBS Sci & Tech คุยกับ "อาจารย์อ๊อด" รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมี อธิบายมุมมองทางวิทยาศาสตร์อาหาร (Food Science) ไขสาเหตุความเนียนนุ่มแบบอิตาลีแท้ ๆ ตั้งแต่เรื่องของส่วนผสม ปริมาณอากาศ (Overrun) ไปจนถึงอุณหภูมิ โดยอาจารย์อ๊อดได้เกริ่นถึงเรื่องนี้ว่า การทำ "เจลาโต้" เป็นการใช้หลักวิทยาศาสตร์แท้ ๆ ที่เพียงแค่เข้าใจหลักการของวัตถุดิบ อากาศ การปั่น ก็สามารถทำเจลาโต้ระดับ Ultra Smooth ได้

"เจลาโต้" Ultra Smooth เบื้องหลังความเนียนนุ่ม ที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

ประวัติศาสตร์ "เจลาโต้" ของหวานสุดคราฟต์จากอิตาลี

Gelato มาจากรากศัพท์ภาษาอิตาลี "Geláre" หรือ แช่แข็ง มีต้นกำเนิดยาวนานตั้งแต่ยุค Renaissance ที่ผู้คนนำหิมะมาผสมกับน้ำผึ้งและผลไม้กินคลายร้อน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของต้นกำเนิดเจลาโต้สมัยใหม่ ที่ถูกคิดค้นขึ้นที่เมืองฟลอเรนซ์ โดยศิลปินและสถาปนิกชื่อ Bernardo Buontalenti ได้ทำของหวานแช่แข็งที่ผสมผสานระหว่าง นม ครีม ไข่ น้ำตาล จนมีเนื้อสัมผัสเนียนละเอียดและรสชาติเข้มข้นกว่าของหวานเย็นในยุคนั้น

ต่อมาในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 Francesco Procopio ชาวประมงชาวซิซิเลีย ได้รับมรดกเป็นเครื่องจักรสำหรับทำซอร์เบต์ และได้เดินทางไปเปิดร้านกาแฟแห่งแรกในกรุงปารีส และเริ่มเสิร์ฟเจลาโต้จนกลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย กาลเวลาผ่านไป เจลาโต้ได้วิวัฒนาการจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของงานฝีมือและวัฒนธรรมอิตาลี

สำหรับชาวอิตาลีแล้ว เจลาโต้คือคำเรียกไอศกรีมในแบบของพวกเขาที่เป็นความภาคภูมิใจและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นมากกว่าแค่ของหวาน แต่สร้างความสุขและเชื่อมโยงผู้คนในครอบครัวและเพื่อนฝูงเข้าด้วยกันในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและการเฉลิมฉลอง

"เจลาโต้" Ultra Smooth เบื้องหลังความเนียนนุ่ม ที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

"เจลาโต้" ต่างจาก "ไอศกรีม" อย่างไร ?

แม้จะเป็นของหวานแช่แข็งที่มีพื้นฐานจากนมเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างที่สำคัญในด้านส่วนผสม กระบวนการผลิต

• สัดส่วนนมและครีม
ส่วนผสมเจลาโต้ ใช้นมในสัดส่วนที่มากกว่าครีม ทำให้มีปริมาณไขมันต่ำกว่า โดยทั่วไปเจลาโต้จะมีไขมันเพียง 4-9% ในขณะที่ไอศกรีมปกติจะมีไขมันสูงถึง 10-25%

• การใส่ไข่
ไอศกรีมมักใช้ไข่แดงเป็นส่วนประกอบหลักเพื่อสร้างความเข้มข้นแบบคัสตาร์ด แต่เจลาโต้สูตรดั้งเดิมส่วนใหญ่จะไม่ใส่ไข่ หรือใส่ในปริมาณน้อยมาก เพื่อช่วยในการผสานส่วนผสมเท่านั้น

• ปริมาณอากาศ (Overrun)
เจลาโต้ถูกปั่นด้วยความเร็วต่ำ ทำให้มีอากาศเข้าไปในเนื้อน้อยกว่าไอศกรีม (ประมาณ 20-45% หรือน้อยกว่าไอศกรีมทั่วไปถึง 70%) ส่งผลให้มีเนื้อที่แน่นและเนียนละเอียดกว่า ส่วนไอศกรีมถูกปั่นอย่างรวดเร็วเพื่อดึงอากาศเข้าไปมาก (สูงสุดถึง 50% ของปริมาตร) ทำให้มีเนื้อที่ฟูและเบา

การที่เจลาโต้มีอากาศน้อยกว่า ทำให้เนื้อสัมผัสมีความหนาแน่นสูงกว่ามาก ความเนียนแน่นนี้เองที่ทำให้ลิ้นสัมผัสกับวัตถุดิบหลักได้แบบเต็มคำ รสชาติจึงเข้มข้นและส่งถึงประสาทรับรสได้รวดเร็วกว่าไอศกรีมที่เน้นความฟูเบา

"ไอศกรีมทั่วไปหากเริ่มด้วยส่วนผสม 1 ลิตร หลังจากปั่นเสร็จมันจะฟูขึ้นกลายเป็น 1.5 ลิตร นั่นคือ Overrun 50% เนื้อจะเบา ฟู และตักง่าย ขณะที่ เจลาโต้ กฎเหล็กคือต้องคุม Overrun ให้ไม่เกิน 40% หมายความว่าส่วนผสม 1 ลิตร ปั่นออกมาต้องได้ไม่เกิน 1.4 ลิตรเท่านั้น"

• อุณหภูมิในการเก็บและเสิร์ฟ
เจลาโต้จะถูกเก็บและเสิร์ฟในอุณหภูมิที่อุ่นกว่าไอศกรีม คือประมาณ -9 ถึง -12 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาเนื้อสัมผัสที่นุ่มและยืดหยุ่น ทำให้เมื่อสัมผัสกับลิ้น ต่อมรับรสจะไม่ถูกทำให้ชาด้วยความเย็นจัด และสัมผัสรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี

ในขณะที่ไอศกรีมจะถูกเก็บในอุณหภูมิที่เย็นจัดประมาณ -18 ถึง -20 องศาเซลเซียส เพื่อให้คงรูปได้นาน ทำให้เนื้อสัมผัสมีความแข็งและเป็นก้อนมากกว่า

"เจลาโต้" Ultra Smooth เบื้องหลังความเนียนนุ่ม ที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

ช้อนสเตนเลสและความหรูหราที่ถูกสร้างขึ้น

อีกประเด็นที่หลายคนคาใจ "ต้องกินด้วยช้อนสเตนเลสเท่านั้นถึงจะอร่อยจริงหรือ ?" เรื่องนี้ อาจารย์อ๊อด อธิบายว่า เจลาโต้มีเอกลักษณ์คือการเสิร์ฟที่อุณหภูมิอุ่นกว่าไอศกรีมทั่วไป และมีไขมันต่ำ การใช้ช้อนสเตนเลส ซึ่งเป็นวัสดุที่นำความเย็นได้ดี จะช่วยรักษาอุณหภูมิของเจลาโต้ในขณะที่ตักขึ้นมา จนกระทั่งถึงลิ้นให้คงที่มากกว่าวัสดุประเภทอื่น ดังนั้น การใช้ช้อนที่ช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่ จึงช่วยให้ลิ้นรับรสชาติที่แท้จริงและแม่นยำที่สุด

ในขณะที่ช้อนไม้หรือช้อนพลาสติกจะมีความเป็นฉนวนและมีความอุ่นมากกว่า ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิของเนื้อเจลาโต้เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยก่อนเข้าปาก และอาจส่งผลต่อการรับรสชาติได้

อย่างไรก็ตาม อาจารย์อ๊อด ย้ำว่า การกินเจลาโต้ด้วยช้อนพลาสติกหรือช้อนไม้ก็สามารถทำได้เช่นกัน และในบางครั้งเจลาโต้แบบดั้งเดิมก็ถูกเสิร์ฟพร้อมกับช้อนไม้ ดังนั้น การใช้ช้อนสเตนเลสจึงเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการรับรสและอุณหภูมิให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แต่อีกนัยหนึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพจำและความแตกต่าง เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความพรีเมียมที่แตกต่างจากไอศกรีมทั่ว ๆ ไป

อาจารย์อ๊อด รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมี

เจลาโต้คือวิทยาศาสตร์ (ศาสตร์แห่งเคมี)

อาจารย์อ๊อด ระบุว่า "เจลาโต้...ถือว่าเป็นหลักวิทยาศาสตร์" คนที่จะทำตรงนี้ได้ จะต้องรู้ในเรื่องของจุดเยือกแข็ง สมบัติการละลาย ซึ่งเป็นวิชาเคมี ปี 1 เลยนะ ทุกอย่างต้องมีการคำนวณ โดยเฉพาะเรื่องการลดจุดเยือกแข็ง ผ่านเทคนิคการใช้น้ำตาลและสารผสาน เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ต้องการ

แม้จะเป็นวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยืนยันว่า "มันไม่ได้ยากเกินกว่าที่คนไทยจะเรียนรู้ได้" เพราะปัจจุบันมีเครื่องปั่น มีการคำนวณรอบ คำนวณเวลา คุมปริมาณอากาศ มีสูตรลงตัว

พร้อมเปรียบเทียบว่าไอศกรีมทั่วไปเหมือนไข่ดาว แต่เจลาโต้เหมือน "ไข่เจียวปู" ที่แม้จะมีเทคนิคซับซ้อนกว่า เช่น การคุมไฟหรืออุณหภูมิไม่ให้ไหม้ แต่ก็เป็นสิ่งที่ฝึกฝนและทำตามสูตรได้

"เจลาโต้" Ultra Smooth เบื้องหลังความเนียนนุ่ม ที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

ท้ายที่สุดนี้ เจลาโต้ คือ ของหวานที่มีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการทำ การพยายามชูจุดขายเรื่องความเนียนระดับ Ultra Smooth เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่ง ส่วนการสร้างดรามาก็เพื่อให้แบรนด์โดดเด่นเป็นกระแสขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งอาจารย์ทิ้งท้ายไว้อย่างเรียบง่ายว่า "กินไอติม อย่าไปคิดอะไรเยอะ" 

ที่มาข้อมูล : gelatoeco , italianice , romewithchef

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตโครงการ AVATAR: หลัง Artemis II กลับโลก งานวิจัยเดินหน้าต่ออย่างไรอวกาศ

อัปเดตโครงการ AVATAR: หลัง Artemis II กลับโลก งานวิจัยเดินหน้าต่ออย่างไร

ภารกิจ Artemis II นำเซลล์ของนักบินอวกาศทั้งสี่คนเดินทางรอบดวงจันทร์ไปพร้อมกับเจ้าของเซลล์ ภายใต้โครงการ A Virtual Astronaut Tissue Analog Response หรือ AVATAR

05 พ.ย. 69|15 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
หัวใจเต้นสร้างไฟฟ้า! ตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์จิ๋ว เลี้ยงพลังงานอุปกรณ์แพทย์เทคโนโลยี

หัวใจเต้นสร้างไฟฟ้า! ตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์จิ๋ว เลี้ยงพลังงานอุปกรณ์แพทย์

04 พ.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
อุปกรณ์ในบ้าน จะปลอดภัยแค่ไหน ? หลังระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตตกเป็นเป้าโจมตีไซเบอร์เทคโนโลยี

อุปกรณ์ในบ้าน จะปลอดภัยแค่ไหน ? หลังระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตตกเป็นเป้าโจมตีไซเบอร์

ภัยไซเบอร์ได้ลามมาถึงอุปกรณ์กลไกในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตู้เย็นอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด เครื่องควบคุมอุณหภูมิ ไปจนถึงรถยนต์ เจาะลึกรูปแบบการเข้าควบคุมระบบของแฮกเกอร์ ระดับความเสี่ยงของอุปกรณ์รอบตัว และการป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับบ้านและองค์กร

04 พ.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักวิจัยไทยเจ๋ง! ค้นพบ “หนูยักษ์สิรินธร” ฟอสซิลดึกดำบรรพ์ 35 ล้านปี จาก จ.กระบี่วิทยาศาสตร์

นักวิจัยไทยเจ๋ง! ค้นพบ “หนูยักษ์สิรินธร” ฟอสซิลดึกดำบรรพ์ 35 ล้านปี จาก จ.กระบี่

เปิดบันทึกหน้าใหม่แห่งประวัติศาสตร์โลก! นักวิจัยไทยค้นพบ “หนูยักษ์สิรินธร” ฟอสซิลดึกดำบรรพ์ 35 ล้านปี จาก จ.กระบี่ พลิกทฤษฎีวิวัฒนาการสัตว์ฟันแทะ ได้รับตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลก Scientific Reports โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไรตามมาอ่านกันได้เลย

04 พ.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →