ในช่วงไว้ทุกข์การแสดงความอาลัย "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" มีข้อคำถามหลายอย่างเกี่ยวกับการแสดงความอาลัยรวมถึงข้อควรปฏิบัติตามโอกาสต่าง ๆ ควรเป็นอย่างไร ?
Thai PBS รวบรวมการแต่งกายที่เหมาะสม ข้อปฏิบัติต่าง ๆ ในการแสดงความอาลัยและมาตรการช่วงไว้ทุกข์ให้ประชาชนได้เป็นข้อมูลเพื่อความเหมาะสมต่อการปฏิบัติตัวในช่วงเวลานี้
การแต่งกายไว้อาลัย “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ของข้าราชการและประชาชน
การแต่งกายของข้าราชการและประชาชนสำหรับแสดงความอาลัยมีข้อควรรู้ตามประกาศเกี่ยวกับการจัดงานพระราชพิธี งานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และระเบียบการไว้ทุกข์ สำหรับหน่วยงานราชการ - รัฐวิสาหกิจ และประชาชน
การแต่งกายไว้ทุกข์ของข้าราชการ รวมถึงพนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐแต่งกายไว้ทุกข์ มีกำหนด 15 วันตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยแนวทางการแต่งกายไว้ทุกข์ มีดังนี้
1. กรณีร่วมงานพระราชพิธี ให้แต่งเครื่องแบบตามหมายรับสั่งหรือ หมายกำหนดการของสำนักพระราชวัง โดยสวมปลอกแขนไว้ทุกข์
2. กรณีมิได้ร่วมงานพระราชพิธี ให้แต่งเครื่องแบบปฏิบัติราชการ ไม่ต้องสวมปลอกแขนไว้ทุกข์ กรณีข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ที่มีกฎหมายกำหนดไว้ เป็นอย่างอื่นเป็นการเฉพาะให้แต่งกายตามนั้น
การแต่งกายไว้ทุกข์ของประชาชนทั่วไป ไม่ได้มีการกำหนดจากทางราชการ เป็นเพียงการขอความร่วมมือกับภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป ให้แต่งกายตามความเหมาะสมเท่านั้น
1. กรณีแต่งชุดสีดำล้วน ไม่ควรมีลวดลาย ควรมีสีดำเป็นสีหลัก เป็นชุดสุภาพมิดชิด
2. กรณีไม่มีชุดสีดำ สามารถเลือกใส่ชุดสีขาวหรือเสื้อผ้าสีสุภาพแทนได้ เช่น สีน้ำเงินเข้ม สีกรมท่า ยังมีสีอื่น ๆ เช่น สีเทา สีโทนหม่น หรือสีครีม ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่มีสีฉูดฉาด ควรเลือกแบบเรียบที่ไม่มีลวดลาย เป็นชุดสุภาพมิดชิดเช่นกัน
3. กรณีชุดเครื่องแบบ พนักงานเอกชนที่มีการแต่งเครื่องแบบสามารถติดริบบิ้นที่อกซ้าย หรือใส่ปลอกแขนสีดำเพื่อแสดงความอาลัยไว้ที่แขนซ้ายได้
4. กรณีร่วมถวายสักการะพระศพ แต่งกายด้วยชุดสุภาพไว้ทุกข์สีดำ มีคอปก ไม่สวมกางเกงขาสั้น งดกางเกงยีนส์ ไม่สวมเสื้อแขนกุด ไม่สวมรองเท้าแตะ ผู้หญิงสวมกระโปรงหรือผ้าถุงคลุมเข่าสีดำเท่านั้น ยังมีสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ที่มีข้อแนะนำให้เตรียมติดตัวไปด้วย ได้แก่ ยาประจำตัว, อุปกรณ์กันแดด (สีสุภาพ) และควรเขียนชื่อ - เบอร์โทรญาติ ใส่ในกระเป๋าเด็กและผู้สูงอายุเพื่อป้องกันการพลัดหลง
5. เครื่องแต่งกายที่ควรหลีกเลี่ยง ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด รวมถึงมีลวดลายที่ไม่สุภาพ ลดการแต่งกายที่ไม่มิดชิด เพื่อคงความสุภาพ เสื้อผ้าไม่ควรมีการฉีกขาด หากทำได้ เนื่องจากเป็นช่วงไว้ทุกข์
ประชาชนรอแสดงความอาลัย ขบวนเคลื่อนพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" บริเวณ "ประตูวิเศษไชยศรี" เนืองแน่น เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 69
การติดริบบิ้นไว้อาลัยควรติดอย่างไร ?
ในช่วงของการแต่งกายไว้ทุกข์ หากมีกรณีที่ไม่สามารถใส่ชุดดำได้ หรือต้องมีการสวมใส่ชุดเครื่องแบบ การติดริบบิ้นสีดำสามารถใช้เป็นสัญลักษณ์แทนการไว้อาลัยได้ ช่วยให้เกิดความสุภาพและเหมาะสมกับช่วงเวลา
ความหมายของริบบิ้นที่อกซ้าย เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความอาลัยจากตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับหัวใจ ลักษณะของริบบิ้นจะมีทั้งเป็นโบว์ผูกสีดำและริบบิ้นไขว้สีดำ ส่วนตำแหน่งที่ติดนั้นสามารถติดที่ด้านซ้ายในตำแหน่งที่สะดวก ได้แก่ อกด้านซ้าย แขนเสื้อด้านซ้าย (ลงจากไหล่มาประมาณ 2 นิ้ว) และปกเสื้อด้านซ้าย
สรุปแนวทางการไว้อาลัยมีข้อปฏิบัติอะไรบ้าง ?
ผลหลังจากประชุมครม. มีกำหนดกรอบระเบียบการไว้ทุกข์สำหรับหน่วยงานราชการ - รัฐวิสาหกิจ และประชาชน โดยกำหนดเป็นการขอความร่วมมือตามความเหมาะสม และมีข้อปฏิบัติดังนี้
1. ลดธงลงครึ่งเสา โดยกำหนดให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่งลดธงลงครึ่งเสา เป็นเวลา 15 วันตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569
2. แต่งกายไว้ทุกข์ ขอให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ โดยมีกำหนด 1 ปี สำหรับประชาชนทั่วไปขอความร่วมมือแต่งกายไว้ทุกข์เป็นเวลา 15 วันตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569
3. กิจกรรมงานรื่นเริงปรับตามความเหมาะสม ขอความร่วมมือพิจารณาปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับบรรยากาศ โดยไม่มีมติห้ามเอกชนจัดงาน หรือมีคำสั่งห้ามหรือระงับกิจกรรมเป็นการเฉพาะ กรณีที่มีการเตรียมงานไปแล้ว ขอให้ปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับกาลเทศะและสมพระเกียรติ ส่วนกรณียังไม่ได้ดำเนินการให้พิจารณาเลื่อน มีข้อแนะนำให้กิจกรรมสาธารณะควรเปิดด้วยการยืนสงบนิ่ง 1 นาที พร้อมกล่าวแสดงความอาลัยอย่างเหมะสม
การกล่าวแสดงความอาลัยพร้อมคำราชาศัพท์ที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร ?
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา เผยแพร่ถึงถ้อยคำแสดงความอาลัยที่เหมาะสม โดยประมวลจากหนังสือ ราชาศัพท์ที่ใช้ในโอกาสต่าง ๆ ฉบับราชบัณฑิตยสภา มีรายละเอียดตัวอย่างประโยคดังนี้
เสด็จสู่แดนสรวงไทยทั้งปวงน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า ............................................................
สถิตในใจปวงประชาตราบนิจนิรันดร์ ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
ข้าพระพุทธเจ้า ............................................................
สถิตในใจไทยนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
ข้าพระพุทธเจ้า ............................................................
ผองไทยน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า ............................................................
ผองพสกนิกรน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า ............................................................
น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า ............................................................
พระกรุณาธิคุณจารึกในใจไทยตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า ............................................................
สถิตกลางใจปวงประชา ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า ............................................................
หมายเหตุ หลังคำว่า "ข้าพระพุทธเจ้า" ให้ระบุชื่อบุคคล คณะบุคคล หรือหน่วยงาน
ทั้งนี้ การระบุชื่อของผู้สำนึกในพระกรุณาธิคุณนั้น ให้ระบุชื่อบุคคล หรือชื่อตำแหน่ง (ถ้ามี) หรือชื่อคณะบุคคล หน่วยงาน โดยระบุชื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง หรือระบุชื่อตำแหน่งพร้อมชื่อคณะบุคคลก็ได้ เช่น ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร และพนักงาน (ชื่อหน่วยงาน) เป็นต้น
ขั้นตอนและกำหนดการร่วมถวายสักการะพระศพ
จากประกาศของสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ รวมถึงประกาศเรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพฯ ซึ่งออกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2569
ด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการเข้าถวายน้ำสรง และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้
1. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกา 30 นาที ถึงเวลา 12 นาฬิกา
2. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 น. - 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัย ไว้ ณ ที่นี้ด้วย
3. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตน์ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00 น. - 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พุทธศักราช 2569
พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็น เจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน
การเดินทางไปถวายสักการะพระศพ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และกรมเจ้าท่า ได้บูรณาการความร่วมมือจัดระบบขนส่งสาธารณะทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ประสงค์เดินทางเข้าถวายน้ำสรงพระศพ ถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระบรมมหาราชวัง ตามช่วงเวลาดังนี้
- เข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง จะเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมในวันเสาร์ที่ 13 มิ.ย.2569 เวลา 08.30-12.00 น.
- เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.2569 เวลา 08.30-16.00 น.
- เข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.2569 เวลา 09.00-21.00 น.
ขสมก.ได้จัดรถชัทเทิลบัสให้บริการฟรีจำนวน 6 เส้นทาง ประกอบด้วย
M1 เส้นทางสถานีท่าพระ-สนามหลวง
M2 สถานีสนามไชย-สนามหลวง
M7 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งพญาไท)-สนามหลวง
M8 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-สนามหลวง
M9 สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่)-สนามหลวง
M16 ประตูเทวาภิรมย์-สนามหลวง
โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. ขณะที่เส้นทางประตูเทวาภิรมย์ให้บริการถึงเวลา 22.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะเดินทางกลับหมด
ในส่วนของกระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่าอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชน ที่เดินทางเข้าร่วมถวายน้ำสรง และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยทางกรมเจ้าท่าได้ทำการจัดเรือตรวจการณ์ มาให้บริการ รับ - ส่ง ประชาชน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (บริการฟรี) ตลอดเส้นทางในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งสิ้น 3 เส้นทางหลัก
เช็กพิกัด 3 เส้นทางเรือบริการฟรี สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทาง สามารถใช้บริการเรือตรวจการณ์รับ-ส่งฟรี ได้ตามจุดบริการดังต่อไปนี้
ต้นทาง: รับประชาชนจาก ท่าเรือวัดอรุณราชวรารามฯ และ ท่าเรือวัดระฆังโฆสิตารามฯ
ปลายทาง: นำส่งที่ ท่าเรือท่าช้าง
รายละเอียดและกำหนดการให้บริการ
ระยะเวลาการให้บริการ: ตั้งแต่วันที่ 13 - 27 มิถุนายน 2569
เวลาทำการ: เริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ของทุกวัน (ให้บริการต่อเนื่องจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจในแต่ละวัน)
ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกและถูกต้องควรตรวจสอบการเดินทางรวมถึงกำหนดการที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในการเข้าพื้นที่ของแต่ละวันด้วย
อ้างอิง
- สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
- สำนักพระราชวัง
- กระทรวงคมนาคม
- องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)








