รู้จัก ‘Balendra Shah’ จากแรปเปอร์สู่ว่าที่นายกฯ อายุน้อยที่สุดของเนปาล


รอบโลก

พีรชัย พสุทันท์

แชร์

รู้จัก ‘Balendra Shah’ จากแรปเปอร์สู่ว่าที่นายกฯ อายุน้อยที่สุดของเนปาล

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3751

รู้จัก ‘Balendra Shah’ จากแรปเปอร์สู่ว่าที่นายกฯ อายุน้อยที่สุดของเนปาล


ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ดาราหรือคนดังผันตัวมาเล่นการเมือง และคงไม่บ่อยนักที่คนเหล่านี้จะขึ้นเป็นผู้นำประเทศ แต่ล่าสุด ‘Balendra Shah (บาเลนทรา ชาห์)’ อดีตแรปเปอร์ กำลังจะก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเนปาล

Balendra Shah ขณะเดินทางไปเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69 (ภาพ: Tauseef Mustafa/AFP)

Balendra Shah: จากเด็กธรรมดาสู่นายกเทศมนตรีกาฐมาณฑุ

Balendra Shah ลืมตาดูโลกในปี พ.ศ. 2533 ที่กรุงกาฐมาณฑุของเนปาล เขาเติบโตขึ้นในช่วงสงครามกลางเมืองเนปาล (Nepalese Civil War – พ.ศ. 2539-2549) และร่ำเรียนมาในสาขาวิศวกรโยธา แต่ในปี 2555 เขาเปลี่ยนตัวเองมาเป็นศิลปินแรปนาม ‘Balen (บาเลน)’ และมีผลงานแรกชื่อ ‘Sadak Balak’ ความตั้งใจของ Balendra Shah ในวงการดนตรีคือ ทำเพลงเพื่อต่อต้านคอร์รัปชันและความไม่เท่าเทียมในประเทศ Shah ให้สัมภาษณ์แก่ AFP ว่า ประเด็นในเพลงที่เขาเคยสร้างสรรค์นั้นยังคง “นำทางให้เขา” ในสนามการเมือง “หากคนคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวงการเมืองมีใจให้วรรณกรรมหรือดนตรีด้วย ก็จะเกิดแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ความรู้สึก”

Balendra Shah กำลังถ่ายรูปกับประชาชนระหว่างหาเสียง เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 69 (ภาพ: Prakash Mathema/AFP)

“เราต้องหล่อเลี้ยงชีวิตด้านอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ และนักการเมืองก็ควรมีความอ่อนไหวเช่นนั้นเหมือนกัน” – Balendra Shah 

ไม่เพียงแต่บทบาทแรปเปอร์จะทำให้ Balendra Shah เป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์ แต่ยังสร้างกลุ่มแฟนคลับที่อาจเป็น ‘ฐานเสียง’ ของเขาในเวลาต่อมา ในปี 2565 Shah กลายเป็นนายกเทศมนตรีสังกัดอิสระคนแรกของกาฐมาณฑุ และออกนโยบายเชิงปฏิรูปต่าง ๆ เพื่อรับมือกับปัญหาการหนีภาษี การบริหารเมืองที่ผิดพลาด รวมถึงการจราจรหนาแน่นอีกด้าน ขณะเดียวกัน นายกเทศมนตรี Shah เคยถูกวิพากษ์วิจาณ์ว่า มักจะหลบเลี่ยงสื่อมวลชนเพื่อพบปะกับผู้ติดตามบนอินเทอร์เน็ต และใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการจัดระเบียบเมืองหลวง

Balendra Shah กับหนทางสู่เก้าอี้นายกฯ เนปาล หลัง ‘ประท้วง Gen Z’

เดือนกันยายน 2568 คนรุ่นใหม่ในเนปาลออกมาประท้วงครั้งใหญ่ หลังจากรัฐบาลประกาศแบนและควบคุมโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ ความไม่พอใจต่ออัตราการว่างงานในหมู่คนหนุ่มสาวที่สูงถึงร้อยละ 20 กับเรื่องคอร์รัปชันยัง “เติมไฟ” ให้การเคลื่อนไหวลุกลาม จนโลกรู้จักเหตุการณ์ทางการเมืองนี้ในชื่อ ‘การประท้วง Gen Z เนปาล’ ความรุนแรงดำเนินขึ้นเกือบ 1 สัปดาห์ มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 77 คน และผู้บาดเจ็บนับพัน ส่วน KP Sharma Oli (เค.พี.ชาร์มา โอลี) นายกรัฐมนตรีเนปาลได้ลาออกจากตำแหน่ง

ประชาชนในเนปาลรอต้อนรับ Balendra Shah ระหว่างหาเสียง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 69 (ภาพ: Prabin Ranabhat/AFP)

ในช่วงการประท้วง Balendra Shah ก็เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล หลังจากนั้น Shah ประกาศลาออกนายกเทศมนตรีกาฐมาณฑุ และตัดสินใจลงเลือกตั้งในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแข่งกับ KP Sharma Oli ในเขต Jhapa-5 (จาปา 5) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 300 กิโลเมตร ครั้งนี้ Shah เข้าสังกัดพรรคสายกลางชื่อ Rashtriya Swatantra Party (RSP) – พรรคการเมืองอันดับ 4 ในการเลือกตั้งปี 2565 – เนื่องจากมีอุดมการณ์ทางการเมือง และสนใจใน “ระบบเศรษฐกิจเสรีที่มีความยุติธรรมทางสังคม” เหมือนกัน

Balendra Shah ระหว่างการออกทัวร์หาเสียง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 69 (ภาพ: Prabin Ranabhat/AFP)

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 คนเนปาลได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งใหม่ โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใหม่กว่า 8 แสนคน หลังปิดหีบ Balendra Shah ก็สามารถ “ล้มแชมป์เก่า” อย่าง KP Sharma Oli จากพรรคคอมมิวนิสต์ CPN-UML ในเขตเลือกตั้ง Jhapa-5 ด้วยคะแนนเสียง 68,348 ต่อ 18,734 ยิ่งไปกว่านั้น จากการรายงานล่าสุดของ The Kathmandu Post เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 พรรค RSP คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตได้ 124 จาก 161 เขตที่มีการรับรองผล และได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ไป 4.28 ล้านเสียง หรือคิดเป็น 58 ที่นั่ง ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรของเนปาลมีสมาชิกรวม 275 คน แบ่งเป็น สส. เขต 165 คน กับ สส. บัญชีรายชื่อ 110 คน

Balendra Shah กำลังหย่อนบัตรเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69 (ภาพ: Tauseef Mustafa/AFP)

ดังนั้น การเลือกตั้งเนปาลครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองพรรคเดียวได้ที่นั่งในสภาล่างเกือบ 2 ใน 3 หรือ “เสียงข้างมากเบ็ดเสร็จ (supermajority)” ไม่เพียงแต่จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลแทบจะไม่ต้องอาศัยพรรคอื่น (coalition) อย่างที่ผ่านมา แต่การครองเสียงข้างมากเช่นนี้ยังเอื้อต่อเสถียรภาพรัฐบาลและการผ่านร่างกฎหมายต่าง ๆ ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งคือ การปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของศาล องค์กรยุติธรรมและองค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้น สามารถทำได้ในสภาล่าง หากมีเสียงเกิน 2 ใน 3 

Balendra Shah รับหนังสือรับรองการชนะเลือกตั้งในเขต Jhapa-5 เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 69 (ภาพ: Prakash Mathema/AFP)

นักวิเคราะห์ทั้งในเนปาลและต่างประเทศเห็นว่า ชัยชนะของ Balendra Shah และพรรค RSP ถือเป็นปรากฏการณ์ทางการเมือง “ครั้งสำคัญ” ของเนปาล – ประเทศที่เผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและความไม่มั่นคงทางการเมืองมายาวนาน  แต่อีกด้านหนึ่ง ปรากฏการณ์นี้ก็สะท้อนถึง “ความคาดหวังอันใหญ่หลวง” ที่คนเนปาลมีต่อ Shah และพรรค RSP โดยเฉพาะการแก้ปัญหาแรงงานออกนอกประเทศ ผ่านการสร้างงานกว่า 1.2 ล้านตำแหน่ง และการเพิ่มรายได้ต่อหัวต่อปีจาก 1,447 เป็น 3,000 ดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปี การเมืองของเนปาลจึงยังคงน่าจับตาและติดตามกันต่อไป

อ้างอิง

  • AFP
  • A rap star might just beat a former PM - what this says about Nepal's Gen Z election, BBC [March 2, 2026]
  • Federal Parliament Election 2082, The Kathmandu Post [live results, as of March 10, 2026]
  • Nepal election 2026: Rapper Balendra Shah on track to be next PM as his party heads for landslide, BBC [live reporting, as of March 9, 2026]
  • RSP maintains strong lead in FPTP seats and proportional votes, The Kathmandu Post [March 9, 2026]
  • What can—and cannot—be achieved with a two-thirds majority, The Kathmandu Post [March 7, 2026]
  • Who is Balendra Shah? The 35-year-old rap star set to be Nepal’s youngest PM, The Independent [March 9, 2026]

ภาพปก: Sumit Mishra/AFP

ติดตามบทความและเรื่องราวทันทุกกระแสที่ Thai PBS NOW: www.thaipbs.or.th/now

Balendra Shah ทักทายประชาชนระหว่างหาเสียง เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 69 (ภาพ: Prakash Mathema/AFP)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Balendra Shahเนปาลการเมืองโลกต่างประเทศเลือกตั้ง
พีรชัย พสุทันท์

ผู้เขียน: พีรชัย พสุทันท์

เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล ไทยพีบีเอส ศิษย์เก่าอักษรฯ จุฬาฯ และโปรแกรมปริญญาโททุน Erasmus Mundus ด้านวรรณกรรมยุโรป ผู้มีความเชื่อที่ว่า คนทำคอนเทนต์ที่ดี ต้องเข้าใจชีวิตประมาณหนึ่ง | Contact: PeerachaiP@thaipbs.or.th

บทความ NOW แนะนำ