บริษัทด้านเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากคลื่นทะเล ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกเป็นครั้งแรก ช่วยปลดล็อกการเปลี่ยนคลื่นทะเลเป็นพลังงานไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพในการจ่ายไฟและลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว
มหาสมุทรที่เคยเป็นเพียงสัญลักษณ์ของธรรมชาติอันกว้างใหญ่ กำลังจะกลายเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดแห่งใหม่ เมื่อเทคโนโลยีการเปลี่ยนพลังงานคลื่นทะเลเป็นพลังงานไฟฟ้า ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือระดับสากลจากองค์กรตรวจประเมินชั้นนำเป็นครั้งแรกของโลก ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการพลังงานหมุนเวียนที่ช่วยพิสูจน์ว่าคลื่นกลางมหาสมุทรสามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้และทนทานต่อสภาพอากาศที่เลวร้าย ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และช่วยลดค่าไฟได้ในระยะยาว
เปลี่ยนงานวิจัยแพทย์สู่พลังงานคลื่น
เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ เริ่มต้นจากแนวคิดขอ CorPower Ocean บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนจากประเทศสวีเดน ที่ต้องการหาทางออกให้กับวิกฤตพลังงานสะอาด โดยทีมวิศวกรและนักวิจัยได้นำหลักการทำงานของหัวใจมนุษย์ ซึ่งใช้แรงดันและการสูบฉีดเลือดอย่างมีจังหวะสอดประสาน มาประยุกต์ใช้กับการออกแบบอุปกรณ์กำเนิดไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหาการต้านทานแรงกระแทกจากพายุและคลื่นยักษ์ในมหาสมุทร
เทคโนโลยีผลิตพลังงานจากคลื่น ที่ผ่านการรับรองจาก DNV
การทดสอบสมรรถนะและความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเป็นเวลาหลายปีกลางทะเล ได้รับการยืนยันผ่านการรับรองจาก DNV หรือองค์กรรับรองมาตรฐานและการบริหารความเสี่ยงระดับสากลจากประเทศนอร์เวย์ ซึ่งถือเป็นการมอบใบรับรองความปลอดภัยตามมาตรฐานประเภทการออกแบบระบบพลังงานคลื่น (Type Certification) เป็นครั้งแรกของโลก
คลื่นโหมกระหน่ำเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าที่เสถียร
การทำงานของโรงไฟฟ้าพลังงานคลื่นทะเลรูปแบบใหม่นี้ มีลักษณะเป็นทุ่นลอยขนาดใหญ่ที่ยึดติดกับพื้นมหาสมุทร เมื่อคลื่นทะเลเคลื่อนตัวผ่าน ทุ่นจะขยับขึ้นและลงตามจังหวะของคลื่น ภายในทุ่นมีระบบแปลงการเคลื่อนที่เชิงเส้นให้เป็นพลังงานกลหมุนวน เพื่อขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้ผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาส่งกลับขึ้นสู่ฝั่งผ่านสายส่งใต้ทะเล
ความโดดเด่นที่แตกต่างจากนวัตกรรมในอดีต คือระบบควบคุมการปรับจังหวะอัจฉริยะ (Phase Control Technology) ซึ่งเปรียบเสมือนระบบลูกสูบสอดรับจังหวะคลื่น ในสภาวะคลื่นลมปกติ ระบบจะปรับการเคลื่อนที่ให้สอดคล้องกับคลื่นเพื่อเร่งการผลิตไฟฟ้าให้ได้ปริมาณสูงสุด แต่เมื่อเกิดพายุหรือคลื่นลมรุนแรง ทุ่นจะปรับโหมดเป็นการถอยร่นและปล่อยให้คลื่นไหลผ่านไปโดยไม่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้าง ทำให้ทุ่นทนทานต่อสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายกลางมหาสมุทรได้อย่างยาวนาน
พลังงานหมุนเวียนที่ผลิตได้ 24 ชั่วโมง
ข้อจำกัดสำคัญของพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม คือความไม่แน่นอน แดดอาจไม่มีในเวลากลางคืน และลมอาจหยุดพัดในบางช่วงเวลา แต่คลื่นทะเลเกิดขึ้นตลอดเวลาและมีความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าลมหลายเท่าตัว เทคโนโลยีนี้จึงเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid)
การผสมผสานพลังงานคลื่นทะเลเข้ากับโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์และกังหันลมแบบนอกชายฝั่ง จะช่วยสร้างระบบผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนที่จ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติเป็นระบบไฟสำรองอีกต่อไป
การทำงานของทุ่นลอยที่เลียนแบบหลักการทำงานของหัวใจมนุษย์
แม้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทะเลในช่วงแรกจะมีต้นทุนสูง แต่การได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจะช่วยลดความเสี่ยงด้านประกันภัย และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชน ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยของการผลิตไฟฟ้า (LCOE) ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อผลิตในปริมาณมาก
สำหรับประชาชนทั่วไป ประโยชน์ที่จะได้รับคือเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าที่ลดความเสี่ยงจากปัญหาไฟตกหรือไฟดับ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งและเกาะแก่งที่เคยต้องพึ่งพาการขนส่งน้ำมันดีเซลมาผลิตไฟ นอกจากนี้ การมีแหล่งพลังงานสะอาดที่แน่นอนและราคาถูกลงในระยะยาว จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในครัวเรือน ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อน
การรับรองมาตรฐานโรงไฟฟ้าพลังงานคลื่นทะเลเป็นครั้งแรกของโลก ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการนำพลังงานมหาสมุทรมาใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม ในอนาคต เทคโนโลยีนี้จะทำงานร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เพื่อสร้างระบบพลังงานหมุนเวียนที่สมบูรณ์แบบ ช่วยให้โลกขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ได้อย่างแท้จริง
เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร
ที่มาข้อมูล: corpowerocean, renewablesnow, newatlas, renewableenergymagazine
ที่มาภาพ: corpowerocean
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









