สารคดีมากมายในยุคนี้แข่งขันกันขายงานภาพธรรมชาติยิ่งใหญ่อลังการ ถ่ายทำด้วยเทคโนโลยีที่พาสายตาผู้ชมไปยังตำแหน่งแปลกประหลาดน่าตื่นตะลึง ซอกซอนสำรวจชีวิตในหลืบเร้นลับที่เราไม่มีทางพบเจอได้ง่าย ๆ
แต่ใน Cow ผู้กำกับ อันเดรีย อาร์โนลด์ เลือกทุกอย่างในทางตรงกันข้าม เพราะสิ่งที่เธอถือกล้องไปติดตามคือแม่วัวตัวหนึ่งในฟาร์มอังกฤษ แถมยังถ่ายแบบทิ้งกล้องไว้เงียบ ๆ และตลอดทั้งเรื่องไม่มีเสียงบรรยายหรือกระทั่งเสียงดนตรีปลุกเร้าใด ๆ ทั้งสิ้น !
เพราะอะไรเธอจึงเลือกวิธีนำเสนอเช่นนี้ ? คำตอบคือเพราะนี่เป็นเรื่องราวของ “ชีวิต” ที่จำเจซ้ำซากและแทบไม่เคยมีใครตั้งใจมอง วัวตัวนั้นเกิดและเติบโตในห่วงโซ่อาหารที่มนุษย์เป็นผู้กำหนด แต่เรากลับไม่เคยฟังเรื่องราวของมัน อาร์โนลด์จึงต้องการให้หนังเรื่องนี้ของเธอทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่


ไอเดียเริ่มต้นของอาร์โนลด์น่าสนใจมาก เธอไม่ได้เริ่มจากความตั้งใจว่าจะทำ “หนังเกี่ยวกับสัตว์” ด้วยซ้ำ แต่เธอเกิดความสงสัยว่า สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับการบริโภคของมนุษย์นั้นมีความรู้สึกแบบไหน พวกมันรับรู้โลกอย่างไร และเธอก็อยากรู้ว่าในฐานะของคนทำหนัง ถ้าเธอตั้งใจเฝ้ามองพวกมันให้นานพอ เธอจะเข้าใจโลกใบนั้นของมันหรือเปล่า
อาร์โนลด์ตอบคำถามของตัวเองด้วยการใช้เวลาถึง 4 ปีในการทำหนังเรื่องนี้ เธอเลือกแม่วัวชื่อ ลูม่า มาเป็นตัวละครหลัก (เรียกว่านางเอกก็คงจะได้) ด้วยเหตุผลว่ามันมีบุคลิกโดดเด่น ลูม่าไม่ใช่วัวเชื่อง เล่นหนังเป็น หรือหน้าตาสวยน่ารัก ฯลฯ แต่เพราะมันมี “ดวงตาที่พิเศษ” ซึ่งทำให้เราเกิดความรู้สึกร่วมไปกับมันได้ เรื่องราวของลูม่าที่เราจะได้เห็นนั้นไม่มีอะไรโลดโผน มันเป็นวัวในระบบปศุสัตว์ที่อยู่ในวงจรของการตั้งท้อง คลอดลูก แล้วถูกพรากจากลูกโดยทันทีเพื่อจะได้มีน้ำนมมากพอตามความต้องการของมนุษย์ไปจนกว่าจะถึงวาระสุดท้าย


กิจวัตรเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เลยในโลกการเกษตร แต่เมื่ออาร์โนลด์ใช้กล้องจับจ้องมันอย่างแน่วแน่ ผลที่ได้จึงกลายเป็นเรื่องราวของ “แรงงาน” ที่ถูกใช้งานภายใต้ระบบซึ่งชวนปวดใจอย่างที่สุด
นอกจากงานภาพที่พาเราเข้าไปอยู่ในระดับสายตาเดียวกับวัวแล้ว งานเสียงของ Cow ก็เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเสียงฝีเท้าวัวเหยียบย่ำพื้นเปียก ๆ เสียงลมหายใจของลูม่า เสียงชาวไร่ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในแต่ละวัน และเสียงเพลงป๊อปที่พวกเขาเปิดจากวิทยุในคอก องค์ประกอบส่วนนี้ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยมในการดึงให้เราเข้าไปอยู่ข้าง ๆ ลูม่าในโลกใบแคบของมัน
ในแง่หนึ่ง Cow อาจชวนให้เรารู้สึกถึงหนังแนวรณรงค์เรื่องสิทธิสัตว์ แต่ในอีกแง่ หนังก็ไม่ได้ตำหนิหรือกล่าวโทษใคร อาร์โนลด์มองระบบปศุสัตว์ในฐานะวงจรที่ทั้งคนและสัตว์ต่างก็ติดอยู่ด้วยกันโดยแทบไม่มีทางเลือก (ไม่เพียงชีวิตของวัวที่วนซ้ำน่าเบื่อหน่าย ชีวิตคนก็ดูจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ อาร์โนลด์ถามชาวไร่คนหนึ่งว่ามีเรื่องอะไรบ้างไหมที่คิดแล้วรู้สึกเสียใจ เขาตอบว่า เสียใจที่ไม่ได้มีความสุขมากกว่านี้ เพราะตั้งแต่เด็กก็ต้องรีดนมวัวหลังเลิกเรียน)
ความงดงามและความสำคัญของ Cow อยู่ที่ตรงนี้เอง - มันเป็นหนังซึ่งตั้งใจมอง “สิ่งมีชีวิตตรงหน้า” เพื่อกระตุ้นให้เราคนดูยอมรับการมีอยู่ของพวกเขาอย่างจริงจัง คงไม่เกินเลยหากจะพูดว่า ด้วยสายตาที่ละเอียดอ่อนของอาร์โนลด์ หนังได้มอบศักดิ์ศรีให้แก่สิ่งมีชีวิตนั้นอย่างแท้จริง


▶ ติดตามสารคดี Cow สารคดีแนวสังเกตการณ์ที่มีดาราเอก ชื่อ "ลูมา" มาขโมยหัวใจคนดู วัวพันธุ์โฮลสไตน์หมายเลข 1129 ที่อาร์โนลด์ใช้กล้องเข้าไปติดตามชีวิตประจำวันในระยะใกล้ ด้วยลีลาเรียบง่ายไม่ปรุงแต่ง ไม่มีการเล่าเรื่อง แม้ว่าเราจะได้เห็นลูมากับเพื่อนวัวใช้ชีวิตอันแสนซ้ำซากจำเจโดยมีจุดหมายเดียวคือการเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ แต่ด้วยสายตาที่ละเอียดอ่อนของอาร์โนลด์ เธอก็สามารถมอบศักดิ์ศรีให้แก่สิ่งมีชีวิตตัวนี้ได้อย่างงดงาม
รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application




















