องค์การนาซา (NASA) เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า แผนการ “มูน เบส” (Moon Base) ซึ่งเป็นแผนการสร้างฐานของมนุษย์ที่ยั่งยืนบริเวณใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ภายใต้โครงการสำรวจอาร์ทิมิส (Artemis) จะเริ่มภารกิจในปีนี้ เพื่อสนับสนุนการสำรวจระยะยาวของมนุษย์ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมเชิงพาณิชย์บนดวงจันทร์
สำหรับรายละเอียดขั้นตอนแรกของแผนการสร้างฐานบนดวงจันทร์ ได้มีการมอบสัญญามูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับบริษัทของสหรัฐฯ 4 แห่ง ได้แก่ Blue Origin จะจัดหายานลงจอดสองลำเพื่อส่งรถสำรวจดวงจันทร์ไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ ณ จุดใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ ยานสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์เหล่านี้จะถูกสร้างโดย Astrolab และ Lunar Outpost ขณะที่ Firefly Aerospace ซึ่งประสบความสำเร็จในการลงจอดบนดวงจันทร์เมื่อปีที่แล้ว จะเป็นผู้ส่งโดรนลำแรกไปยังดวงจันทร์
NASA ระบุว่า แผนการมูน เบส จะแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่
- ระยะ 1 มุ่งสำรวจด้วยหุ่นยนต์และเทคโนโลยีจนถึงปี 2029
- ระยะ 2 มุ่งสร้างระบบอยู่อาศัยเบื้องต้น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและการสื่อสารในช่วงปี 2029-2032
- ระยะ 3 มุ่งสร้างฐานของมนุษย์ที่ยั่งยืนบนดวงจันทร์และพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรบนดวงจันทร์ตั้งแต่ปี 2032
“มูน เบส” (Moon Base) ภาพจาก NASA
รู้จัก ภารกิจฐานบนดวงจันทร์ 3 ภารกิจแรก เพื่อเริ่มต้นการสร้างฐานปฏิบัติการอย่างยั่งยืน
แผนการ “มูน เบส” ที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ จะถูกเริ่มต้นด้วย 3 ภารกิจ ดังนี้
ฐานบนดวงจันทร์แห่งแรก : ภารกิจนี้มีกำหนดการปล่อยช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 โดยจะใช้ยานลงจอด Blue Moon Mark 1 Endurance ของ Blue Origin ในการส่งอุปกรณ์ของ NASA อุปกรณ์ที่จะส่งไปนั้นรวมถึงเครื่องมือ Stereo Cameras for Lunar Plume-Surface Studies เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ของเครื่องยนต์ขับดันกับพื้นผิวดวงจันทร์ และ Laser Retroreflective Array ซึ่งช่วยให้ยานอวกาศที่โคจรอยู่สามารถระบุตำแหน่งได้แม่นยำยิ่งขึ้นโดยใช้แสงเลเซอร์สะท้อน ภารกิจนี้จะลงจอดบนสันเขา Shackleton Connecting Ridge เพื่อสาธิตความสามารถที่ช่วยลดความเสี่ยงสำหรับภารกิจลงจอดบนดวงจันทร์ของยาน Artemis ในปี 2028
ฐานบนดวงจันทร์แห่งที่ 2 : ภารกิจนี้มีกำหนดการปล่อยขึ้นสู่อวกาศภายในปีนี้ โดยจะขนส่งสินค้ามากกว่า 1,100 ปอนด์ (ประมาณ 450 กิโลกรัม) บนยานลงจอด Griffin ของ Astrobotic ซึ่งรวมถึงรถสำรวจ FLIP ของ Astrolab เพื่อพัฒนาปรับปรุงระบบการเคลื่อนที่ ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลในการปฏิบัติงานของยานสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ (LTV) ในอนาคต
ฐานบนดวงจันทร์ 3 : ภารกิจนี้มีเป้าหมายที่จะดำเนินการในปีนี้ โดยจะเป็นภารกิจแรกที่ส่งดาวเทียมที่ได้รับการคัดเลือกผ่านโครงการ Payloads and Research Investigations on the Surface of the Moon ของ NASA ขึ้นไปบนดวงจันทร์ ภารกิจหลักคือการสำรวจจุดสว่างบนพื้นผิวดวงจันทร์ (Lunar Vertex) ซึ่งจะส่งไปกับยานลงจอดบนดวงจันทร์ Nova-C Trinity ของ Intuitive Machines เพื่อศึกษาปรากฏการณ์แสงวนบนพื้นผิวดวงจันทร์ หรือจุดสว่างบนพื้นผิวดวงจันทร์ เพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับการวิวัฒนาการของพื้นผิวและพฤติกรรมของวัสดุภายใต้สภาวะสุดขั้ว ภารกิจนี้จะรวมถึงดาวเทียมจาก ESA (องค์การอวกาศยุโรป) และสถาบันดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์อวกาศแห่งเกาหลี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและนานาชาติในกิจกรรมฐานบนดวงจันทร์
ภารกิจเหล่านี้เป็นภารกิจแรกจากภารกิจมากกว่าสิบภารกิจที่จะประกาศในปีนี้ โดยแต่ละภารกิจได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างข้อมูลการปฏิบัติงานและลดความเสี่ยง ก่อนการปฏิบัติภารกิจโครงการอาร์ทิมิสที่มีลูกเรือ
สำหรับขั้วใต้ของดวงจันทร์ เป็นภูมิภาคเป้าหมายเพราะมีช่วงเวลาที่ได้รับแสงอาทิตย์ยาวนาน ซึ่งเอื้อต่อการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และมีสภาพความร้อนที่เสถียรมากขึ้นสำหรับปฏิบัติการบนพื้นผิวดวงจันทร์ รวมถึงมีความน่าสนใจทางวิทยาศาสตร์สูงเพราะอยู่ใกล้หนึ่งในพื้นที่ที่เก่าแก่ที่สุดของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแอ่งอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ค้นพบในระบบสุริยะ
NASA ระบุว่า ตัวอย่างจากพื้นที่นี้อาจมอบข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ สำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์ยุคแรกเริ่มของดวงจันทร์และระบบโลก-ดวงจันทร์ รวมถึงวิวัฒนาการของระบบสุริยะ
ทั้งนี้ “Moon Base” จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ การสาธิตเทคโนโลยี และการสำรวจ ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับภารกิจสำรวจอวกาศห้วงลึกในอนาคต และส่งเสริม "เศรษฐกิจดวงจันทร์" ที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ โดยหุ้นส่วนเชิงพาณิชย์และผู้ประสานงานนานาชาติจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนามูน เบส และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NASA
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









