ข่าวการสูญเสียลูกในครรภ์ของคู่รักดาราชื่อดัง เป็นที่สนใจของผู้คนในสังคม โดยเฉพาะกับสาเหตุของการสูญเสียที่เกิดขึ้นจาก “ภาวะมดลูกแตก”
Thai PBS นำ 7 ข้อชวนรู้จัก “ภาวะมดลูกแตก” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกัน
1.เข้าใจความหมาย “ภาวะมดลูกแตก”
ภาวะมดลูกแตก หรือ Uterine Rupture คือ ภาวะที่ผนังมดลูกฉีกขาดทะลุทุกชั้น ทำให้ทารก เลือด หรือรก อาจหลุดออกนอกโพรงมดลูก ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรม ที่มีอันตรายรุนแรงต่อชีวิต ทั้งมารดาและทารกในครรภ์ จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
2.ภาวะมดลูกแตก อันตรายถึงชีวิตได้
ภาวะมดลูกแตก เป็นภาวะที่มีความรุนแรง และส่งผลอันตรายต่อชีวิต สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการสูญเสียเลือดของคุณแม่ จนทำให้เกิดการช็อค นอกจากนี้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ อาจมีอาการปวดท้องมากแบบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตได้เช่นเดียวกัน กรณีที่ทารกในครรภ์มีลักษณะดิ้นน้อยลง อาจเป็นสัญญาณว่ากำลังขาดเลือด หากทำการรักษาไม่ทัน ทารกอาจเสียชีวิตได้
3.สาเหตุของภาวะมดลูกแตกเกิดจากอะไร ?
ภาวะของมดลูกแตก มีที่มาได้หลายประการ เช่น
- เกิดจากความผิดปกติของมดลูกก่อนตั้งครรภ์ โดยเป็นความผิดปกติแต่กำเนิดในสุภาพสตรีบางราย แต่ภาวะดังกล่าวอาจซุกซ่อนอยู่โดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน เช่น มดลูกมีขนาดเล็กกว่าปกติ หรือมีรูปร่างผิดปกติ พอตั้งครรภ์ มดลูกจึงไม่สามารถขยายได้ตามปกติ เป็นที่มาของภาวะมดลูกแตกได้ นอกจากนี้ยังเกิดจากความผิดปกติที่เกิดจากการผ่าตัด คุณแม่บางคนอาจเคยประสบปัญหาในการผ่าตัดมดลูกมาก่อน หรือเกิดบาดแผลที่มดลูกจากอุบัติเหตุ หรือในบางรายอาจเกิดจากการเคยขูดมดลูกหรือทำแท้ง ทำให้เกิดจุดอ่อนที่ผนังมดลูกขึ้นได้
- เกิดจากการขยายของมดลูกมากเกินไป โดยปัจจัยนี้อาจทำให้มดลูกเกิดการปริแตกได้ กรณีแบบนี้ มักเกิดกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ลูกแฝด หรือเป็นกรณีที่ทารกมีขนาดตัวที่ใหญ่ผิดปกติ หรือบางรายทารกอยู่ในท่านอนขวาง ทำให้มีโอกาสปริแตกของมดลูกขึ้นได้
- เกิดจากการกินยาบางชนิดที่ทำให้มดลูกบีบตัวมากเกินไป การได้รับยาบางชนิดมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการบีบตัวของมดลูก จนส่งผลให้มดลูกแตกตามมาได้เช่นเดียวกัน

4.สัญญาณเตือน ภาวะมดลูกแตก สังเกตอย่างไร ?
- ปวดท้องรุนแรง หรือปวดผิดไปจากการเจ็บครรภ์คลอดตามปกติ
- มีเลือดออกทางช่องคลอดในปริมาณมาก
- การหดรัดตัวของมดลูกผิดปกติ หรือหายไปกะทันหัน
- ชีพจรมารดาเต้นเร็วผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ วิงเวียนศีรษะ หรือมีภาวะช็อก
- หัวใจทารกเต้นผิดปกติ เช่น เต้นช้าลง หรือไม่พบการเต้นของหัวใจทารก
หากพบอาการดังกล่าวเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
5.ใครคือกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะมดลูกแตก
ภาวะมดลูกแตก มักพบในกลุ่มสุภาพสตรีที่มีความเสี่ยงดังต่อไปนี้
- ผู้ที่เคยผ่าตัดคลอดในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน แต่จะทำการคลอดเองในครรภ์ถัดไป โดยเป็นผู้ที่มีแผลเป็นจากการผ่าตัดมดลูกในแนวตั้ง
- ผู้ที่มีประวัติการผ่าตัดเนื้องอกมดลูก โดยบริเวณที่ได้รับการผ่าตัด จะทำให้ผนังมดลูกบางลง
- ผู้ที่มีประวัติการขูดมดลูกที่มีปัญหา หรือมดลูกทะลุมาก่อน ทำให้มีรอยแผลและกล้ามเนื้อมดลูกไม่แข็งแรง
- ผู้ที่เคยได้รับการใช้ยาเร่งคลอด หากได้รับยาในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลให้มดลูกหดตัวรุนแรง
- ผู้ที่มีการเจ็บคลอดที่ยาวนาน เนื่องจากทารกตัวใหญ่
- ท่าของทารกที่ไม่ปกติ เช่น ท่าขวาง เมื่อมีการเจ็บครรภ์ ทารกที่อยู่ในท่าขวาง อาจทำให้เกิดมดลูกแตกได้

6.ภาวะมดลูกแตก พบได้บ่อยหรือไม่ ?
โดยปกติ ภาวะมดลูกแตก พบราว 1 ใน 2,000 คนของคุณแม่ตั้งครรภ์ ทว่าเมื่อเกิดขึ้น ถือเป็นภาวะรุนแรงและอันตราย ทั้งต่อตัวคุณแม่และทารกน้อย จึงจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยชีวิตทั้งมารดาและทารก
7. ภาวะมดลูกแตก ป้องกันอย่างไร ?
สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะผู้ที่เคยผ่านการคลอดบุตรด้วยการผ่าคลอดมาแล้ว ควรแจ้งประวัติการคลอดกับแพทย์ที่ฝากครรภ์ นอกจากนี้ควรหมั่นสังเกตอาการและเฝ้าระวังอาการเป็นพิเศษ ทั้งนี้การฝากครรภ์และพบสูตินรีแพทย์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะไม่พึงปกติเหล่านี้ได้ แต่หากพบความผิดปกติ ไม่ควรรอดูอาการ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์ประเมินภาวะฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน และเฝ้าระวังทารกอย่างใกล้ชิด
ภาวะมดลูกแตก แม้จะไม่ใช่อาการที่พบได้บ่อยครั้ง แต่ถือเป็นอันตรายที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรละเลย การดูแลและประเมินอาการอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดความเสี่ยง และลดการสูญเสียลงได้
อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ




















